ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้าฯ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๔

 
วันชัย๒๕๐๔
วันที่  10 พ.ค. 2554
หมายเลข  18339
อ่าน  2,114

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา

ชมรมพุทธศาสน์วังพญาไท ได้จัดให้มีการสนทนาธรรม ที่ห้องประชุมชั้น ๑๐

อาคารพัชรกิตติยาภา โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้าฯ โดยได้กราบเรียนเชิญ

ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์

พร้อมคณะวิทยากรของมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ไปร่วมสนทนา

ดังที่ได้เคยจัดอยู่เป็นประจำทุกปีไม่เคยขาด

การสนทนาจะเริ่มระหว่างเวลา ๙.๐๐-๑๔.๓๐ น. ข้าพเจ้าไปก่อนราวหนึ่งชั่วโมง

เพื่อจะหาที่จอดรถได้ง่าย เพราะแม้ว่าจะเป็นวันหยุด แต่หากไปสายก็จะหาที่จอดได้ยาก

เพราะการสนทนาธรรมที่นี่ จะมีผู้สนใจเข้าร่วมฟังเป็นจำนวนมากทุกครั้ง

ออกจากลิฟท์ ก็ได้พบกับท่านพลตรีหญิงเรณู ประทุมมณี ซึ่งท่านเป็นผู้ที่มีศรัทธามาก

เป็นกำลังสำคัญในการจัดให้มีการสนทนาธรรม ที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้าฯแห่งนี้

ที่สหายธรรมมากมายหลายท่านรอคอย และ ไม่พลาดในการเข้าร่วมฟังการสนทนา

เพราะนอกจากจะเป็นการสนทนาในสถานที่ที่สวยงาม โอ่อ่า มีความสะดวกสบาย

ทุกประการ ซึ่งท่านผู้จัดได้เตรียมการไว้อย่างประณีต ใส่ใจอย่างดียิ่งแล้ว

เรื่องอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ ก็เพียบพร้อมบริบูรณ์ทั้งมื้อเช้าและมื้อกลางวัน

ซึ่งมีท่านผู้มีจิตศรัทธาได้เป็นเจ้าภาพนำมาเลี้ยงผู้ร่วมฟังพระธรรมทุกครั้งมิได้ขาด

และได้พบกับคุณป้าวีณา ซึ่งท่านเป็นผู้ที่มีความเพียรสมำ่เสมอในการเจริญกุศลอย่างยิ่ง

คราวนี้ท่านมาตั้งโต๊ะแจก ที่คั่นหนังสือซึ่งมีข้อความธรรมะเตือนใจพิมพ์ไว้อย่างสวยงาม

ข้าพเจ้าขอกราบอนุโมทนาในกุศลจิต กุศลศรัทธาของทุกๆ ท่านมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

นอกจากนี้ ทางมูลนิธิฯยังได้นำหนังสือไปแจกแก่ผู้สนใจ และ นำแผ่นซีดี เอ็มพีสาม

ซึ่งบันทึกการสนทนาธรรมของท่านอาจารย์ชุดต่างๆ หลากหลายชุด ไปให้บริการ

มีผู้สนใจมากมายน่าปลื้มใจ รวมทั้งมีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินสนับสนุนการดำเนินงาน

ของมูลนิธิฯ และ สนับสนุนชมรมพุทธศาสน์วังพญาไท ผู้จัดงานครั้งนี้ มากมายอีกด้วย

ข้าพเจ้าขอกราบอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านด้วยครับ

การสนทนาในวันนี้ มีผู้ให้ความสนใจถามปัญหา และ ร่วมสนทนาหลายท่าน

มีสหายธรรมท่านหนึ่งซึ่งเป็นผู้พิการทางสายตา ฟังท่านอาจารย์มาหลายปี เดินทางไกล

จากปราจีนบุรี เพื่อมาฟังและสอบถามปัญหาโดยตรงกับท่านอาจารย์

ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจในกุศลศรัทธาของท่านมากครับ

ข้อความการสนทนา ที่ข้าพเจ้านำมาให้ทุกท่านได้พิจารณาในวันนี้

ก็หนีไม่พ้นเรื่อง ความเข้าใจธรรมะ สิ่งที่มีจริงๆ ในขณะนี้ ฟังกี่ที กี่ครั้ง ฟังแล้วก็ลืมแล้ว

ขอเชิญทุกท่านฟังอีกทีนะครับ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ


(ภาพท่าน พล.ต.นพ.กฤษฎา ดวงอุไร รองเจ้ากรมแพทย์ ทหารบก ถามปัญหาธรรม)

ท่านอาจารย์ ค่ะ ก็ไปไกลถึง "กตญาณ" แต่ว่าตามความเป็นจริง "ขณะนี้" นะคะ

แม้แต่ "สัจจญาณ" สัจจะ คือ ความจริง ญาณ คือ ปัญญา ปัญญาที่ "เข้าใจ" จริงๆ

ว่า ขณะนี้ เป็นทุกข์ เพราะว่าอริยสัจจ์มี ๔

ทุกขอริยสัจจะ "ทุกข์" ในที่นี้ไม่ได้หมายความถึง ความรู้สึกที่ไม่สบาย

หรือความรู้สึกโศกเศร้าเสียใจ แต่ "ทุกข์" หมายความถึง "ธรรมะที่ไม่ควรยินดี"

สภาพของธรรมะเนี่ยค่ะ ไม่ควรยินดี เพราะอะไร? "เกิด" แล้วก็ "หมดไป"

แล้วก็ "ไม่กลับมาอีก" นี่คือการที่จะ ฟังจนกระทั่ง มีความเข้าใจที่มั่นคง

ว่า "ขณะนี้" เป็นอย่างนั้น

พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้ความจริงอย่างนี้ ซึ่ง "ยากที่จะเห็น"

เพราะว่า ไม่เห็นว่ามีอะไรเกิดแล้วดับไปเลย สักอย่างเดียว

แต่ว่า "ปัญญา" สามารถที่จะค่อยๆ เข้าใจความจริง นะคะ ตั้งแต่ขั้นการฟัง

คือ ได้ยินคำว่า ทุกข์ ก็รู้ว่าไม่ได้หมายความถึงความรู้สึกที่เจ็บไข้ได้ป่วย โศกเศร้าเสียใจ

แต่ ภาวะใด สภาพธรรมะใด ซึ่งไม่น่าติดข้อง เพราะว่าเกิดจริง ปรากฏจริง

แต่ว่า แล้วก็ดับไป แล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย ว่างเปล่าเหมือนอากาศ

เพราะฉะนั้น ที่อากาศเนี่ย ยังไม่มีอะไรปรากฏนะคะ

แต่พอมีอะไรปรากฏ แล้วก็หมดไป แล้วก็ไม่กลับมาอีก

สิ่งที่เหลือคือ "ความว่างเปล่า"

เพราะฉะนั้น ทุกอย่าง ตั้งแต่เกิดจนตาย "ว่างปล่า" โดยไม่รู้ตัวเลย

"จิตขณะแรกเกิด" นะคะ "ครั้งแรกขณะแรก" ของชาตินี้

เกิดแล้วดับทันที ไม่มีใครรู้เลย

แต่การดับไปหมดไปของจิตก่อน เป็นปัจจัยให้จิตขณะต่อมาเกิดสืบต่อ

ไม่มีระหว่างคั่นเลย นะคะ เพราะฉะนั้น ไม่เห็นทุกข์

เพราะว่ามีการเกิดขึ้น แล้วดับไป สืบต่อจนกระทั่งปิดสนิท

เหมือนกับว่า ไม่มีการเกิดขึ้น แล้ว ดับไป เลย


ด้วยเหตุนี้นะคะ อริยสัจจะที่ ๒ คือความติดข้อง ทำให้ไม่สามารถที่จะเห็น

ความจริงของสภาพธรรมะได้ เพราะเหตุว่า ไม่ได้รู้ตามความเป็นจริงว่า

"ขณะนี้" ค่ะ "สิ่งที่ปรากฏทางตาขณะนี้" ไม่ใช่คน สัตว์ วัตถุสิ่งหนึ่งสิ่งใดเลย

ถ้าไม่ "คิด" ก็จะมีแต่เพียง "สิ่งที่สามารถปรากฏให้เห็น" จริงๆ (เท่านั้น)

แต่พอ "คิด" นะคะ รูปร่างสัณฐานทำให้คิด คิ้ว ตา จมูก ปาก เป็นคน?

คิ้ว ตา จมูก ปาก เป็นสุนัขได้ไม๊คะ? คิ้ว ตา จมูก ปาก เป็นลิงได้ไม๊? ก็ได้

ก็ตาม ความคิด ในสิ่งที่ปรากฏ นั่นเอง

เพราะฉะนั้น แม้สิ่งที่ปรากฏ จะมีรูปร่างสัณฐานให้เห็นว่า เป็นสิ่งหนึ่ง สิ่งใด

แต่ก็ รวมไว้หมดซึ่งการสืบต่อ โดยที่ไม่ปรากฏการสืบต่อ

ทำให้เห็นเหมือนกับว่า เป็น สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เที่ยง


ตั้งแต่เช้ามานะคะ นั่งอยู่ในห้องนี้ ไม่มีอะไรเกิดดับ แม้แต่เวลาที่ออกไปจากห้องนี้

เป็น "แต่ละหนึ่งคน" ก็ไม่ได้ปรากฏว่าแต่ละคนเนี่ย คือ ธรรมะ ซึ่งเกิดแล้วดับ

ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ

เพราะฉะนั้น สภาพธรรมะที่เกิดดับสืบต่ออย่างรวดเร็วเนี่ยค่ะ

ก็ปิดบังไม่ให้เห็นความจริง ซึ่งเป็นทุกข์ เพราะเหตุว่า "ว่างเปล่า"

จะติดข้อง ในสิ่งซึ่ง เพียงปรากฏ แล้วหมดไป

แต่เพราะ "ความจำ" ซึ่งเป็นอัตสัญญา จำว่า "สิ่งนั้น" มี ยังเป็น "สิ่งนั้น"

เพราะ "คิด" ถึงสิ่งที่รวมๆ กัน ก็ทำให้ไม่สามารถที่จะ "เห็น" การเกิดขึ้นและดับไป ได้


เพราะฉะนั้น อริยสัจจะ คือ ธรรมะของพระอริยบุคคล

จาก ปุถุชน ซึ่งไม่รู้ความจริง ของสิ่งที่กำลังปรากฏ อย่างนี้ เดี๋ยวนี้

ก็ค่อยๆ เข้าใจขึ้น ค่อยๆ เข้าใจขึ้น

"ปัญญา" ที่ "เข้าใจ" เนี่ยค่ะ ก็สามารถที่จะ ไม่มีอะไรที่จะปิดกั้น

"สภาพธรรมะ" ก็ "ปรากฏตามความเป็นจริง"

เพราะฉะนั้น ขณะนี้ เพราะไม่รู้การเกิดดับ ซึ่งเกิดดับสืบต่อ จนปรากฏเป็น "นิมิต"

ใช้คำว่า "นิมิต" นะคะ คือ รูปร่างสัณฐาน

ไม่ว่าจะ ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ

ก็ทำให้มีความ "ติดข้อง" ว่า เป็นสิ่งที่ยั่งยืน พอใจ ติดข้อง

เพราะฉะนั้น ที่จะ "รู้" ว่าเป็นทุกขอริยสัจจะได้ ก็คือ "ปัญญา" ซึ่งเกิดจากการ "ฟัง"

"สุตมยปัญญา" ฟังแล้ว ค่อยๆ เข้าใจขึ้น ค่อยๆ เข้าใจขึ้น

เหมือนกับขณะนี้ ค่ะ




ถ้าพระผู้มีพระภาคไม่ทรงแสดงว่า

ขณะใดก็ตามที่มี "สิ่งหนึ่งสิ่งใด" ปรากฏให้เห็น

เช่น ขณะนี้ นะคะ จะไม่ใช้คำว่า "สี" จะไม่ใช้คำว่า "รูปร่างสัณฐาน"

จะไม่ใช้คำว่าอะไรก็ตามแต่ นะคะ

"ลักษณะ" จริงๆ ก็คือ "สิ่งที่กำลังปรากฏ"

"ขณะนี้" เป็นอย่างนั้น ค่ะ

แล้วก็ ฟังแล้วก็ลืม บ่อยๆ นะคะ เพราะฉะนั้นก็ฟังอีก จนกว่าจะมีความเข้าใจทางตา

"ความเข้าใจ" นะคะ ค่อยๆ เกิดขึ้น ทีละเล็ก ทีละน้อย

ว่าเป็นเพียง "สิ่งที่ปรากฏให้เห็น" เท่านั้นเอง

ถ่้าเริ่มเข้าใจอย่างนี้นะคะ จะเริ่มเห็น อวิชชา ความไม่รู้ นะคะ ไม่รู้จริงๆ

แม้แต่เพียงคำที่บอกว่า "เป็นเพียงสิ่งที่ปรากฏให้เห็นได้" ก็ยากแสนยาก

ฟังแล้วก็ยังเป็นคน เป็นสัตว์ เป็นวัตถุสิ่งของต่างๆ

แต่ถ้าไม่ลืม มีปัญญาที่จำคำแล้วก็ "จินตามยปัญญา" ไตร่ตรองพิจารณา

จนกระทั่งเข้าใจคำที่ได้ยิน ยิ่งขึ้น

เช่น ถ้ากล่าวถึง "สิ่งที่กำลังปรากฏให้เห็นได้" เนี่ย พูดถูกหรือพูดผิด จริงหรือเปล่า?

เพียงแค่หลับตา "จิตเห็น" ไม่เกิด "สิ่งนี้ไม่ปรากฏ"

เพราะฉะนั้น ที่ปรากฏเหมือนไม่ดับเลย เพียงแค่หลับตาก็ไม่ปรากฏ

ไม่มีปัจจัย ที่จะทำให้สิ่งที่ปรากฏในขณะนี้ ปรากฏอย่างที่เคยปรากฏได้เลย

เมื่อ "ขณะที่หลับตา"



กะพริบตากี่ครั้งคะ? หรือใครนั่งที่นี่ ไม่ได้กะพริบตาเลย ก็ไม่รู้

ในขณะที่ หลับลงไป คือ "กะพริบครั้งหนึ่ง" เนี่ย "สิ่งที่ปรากฏทางตาไม่ปรากฏ"

แต่ว่า ความรวดเร็วของการกระพริบตา แล้วก็ลืมตา ก็ปรากฏเหมือนเดิม

เพราะฉะนั้น ก็ไม่สามารถที่จะเห็น "ความยิ่ง" ของธรรมะ ถ้าไม่ได้ไตร่ตรอง

"นี่เพียงขั้นการฟัง"


การฟังเป็นจริงอย่างนี้ นะคะ

เพราะฉะนั้น "ปัญญาที่รู้จริง" ก็ ต้องรู้จริงอย่างนี้ค่ะ

จะไปรู้อย่างอื่น ไม่ได้เลย ในเมื่อสิ่งนี้เป็นจริงอย่างนี้

"สัจจญาณ" ก็คือ "มีความเข้าใจที่มั่นคง" ว่า

ธรรมะที่ปรากฏจริงๆ เป็นอย่างนี้

มื่อบุคคลเริ่มตั้งความเพียรอันใดอยู่ อกุศลธรรมทั้งหลายย่อมเจริญยิ่ง

กุศลธรรมทั้งหลายย่อมเสื่อมไป

เรากล่าวการเริ่มตั้งความเพียร

เห็นปานนั้นว่า ไม่ควรเริ่มตั้ง

เมื่อบุคคลเริ่มตั้งความเพียรอันใดอยู่

อกุศลธรรมทั้งหลายย่อมเสื่อมไป

กุศลธรรมทั้งหลายย่อมเจริญยิ่ง

เรากล่าวการเริ่มตั้งความเพียร

เห็นปานนั้น ว่าควรเริ่มตั้ง

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย

ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ วัชชิยสูตร - หน้าที่ 309


กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์

กราบอนุโมทนาท่านวิทยากร

และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
วันที่ 10 พ.ค. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น..."ทุกข์" หมายความถึง "ธรรมะที่ไม่ควรยินดี"

สภาพของธรรมะเนี่ยค่ะ ไม่ควรยินดี เพราะอะไร? "เกิด" แล้วก็ "หมดไป"

แล้วก็ "ไม่กลับมาอีก" นี่คือการที่จะ ฟังจนกระทั่ง มีความเข้าใจที่มั่นคง

ว่า "ขณะนี้" เป็นอย่างนั้น ...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ขออนุโมทนาในกุศลจิตของพี่วันชัย และ ทุกๆ ท่าน ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
paderm
วันที่ 10 พ.ค. 2554

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม 36 หน้าที่ 448

๒. ธัมมัสสวนสูตร ว่าด้วยอานิสงส์แห่งการฟังธรรม ๕ ประการ

[๒๐๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลายอานิสงส์ในการฟังธรรม ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือ

ผู้ฟังย่อมได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง ๑ย่อมเข้าใจชัดสิ่งที่ได้ฟังแล้ว ๑

ย่อมบรรเทาความสงสัยเสียได้ ๑

ย่อมทำความเห็นให้ตรง ๑จิตของผู้ฟังย่อมเลื่อมใส ๑

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในการฟังธรรม ๕ ประการนี้แล.

จบธัมมัสสวนสูตรที่ ๒

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
จักรกฤษณ์
วันที่ 10 พ.ค. 2554

ขอกราบอนุโมทนาท่านอาจารย์สุจินต์ และท่านอาจารย์วิทยากรทุกท่าน

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาคุณวันชัย ณ กาลครั้งนี้

และขออนุโมทนาผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
pamali
วันที่ 11 พ.ค. 2554
ขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น กราบเท้าท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของท่านอาจารย์ฯ และทุกๆ ท่านค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
Anutta
วันที่ 11 พ.ค. 2554

กราบท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ และวิทยากรทุกท่าน

ขออนุโมทนาพี่วันชัยด้วยค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
Jans
วันที่ 12 พ.ค. 2554

กราบอนุโมทนาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของคุณวันชัย และสหายธรรมทุกท่านคะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
kinder
วันที่ 12 พ.ค. 2554
ขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
orawan.c
วันที่ 12 พ.ค. 2554

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
เซจาน้อย
วันที่ 12 พ.ค. 2554
ขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
peem
วันที่ 12 พ.ค. 2554

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
aurasa
วันที่ 13 พ.ค. 2554

การศึกษาพระธรรมต้องเป็นผู้ละเอียดจริงๆ ขอขอบคุณทุกท่านและกราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
raynu.p
วันที่ 14 พ.ค. 2554

กราบอนุโมทนาคุณวันชัยจริงๆ เลยที่กรุณานำเพชรเม็ดงามๆ มาแจกอีกครั้ง

หลังจากที่ท่านอาจารย์กรุณานำไปแจกด้วยตนเองแล้ว ยิ่งอ่านทบทวนฃ้ำไปฃ้ำมา

ยิ่งรู้ว่าเป็นประโยชน์ มีคุณค่าอย่างยิ่ง

ครั้งต่อไปขอเชิญวันแม่แห่งชาติ ท่านอาจารย์กรุณารับแล้ว วันศุกร์ที่

๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๔ เวลาเดิม สถานที่จะเรียนให้ทราบต่อไป

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ สุจินต์ บริหารวนเขตต์ กราบอนุโมทนา

คณะอาจารย์วิทยากรและกุศลจิตที่เกิดเป็นไปในกุศลหลายประการของทุกๆ ท่าน

พ.ต.อ. ธีรชล พล.ต.หญิง เรณู ประทุมมณี

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
ไตรสรณคมน์
วันที่ 14 พ.ค. 2554

^

^

ท่านวันชัย......งานเข้าอีกแล้ว ขอร่วมอนุโมทนาด้วยนะคะ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
tanakase
วันที่ 15 พ.ค. 2554
กราบอนุโมทนาค่ะ
 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ