พระอภิธรรมสูตร [ธรรมสังคณี]
 
เมตตา
เมตตา
วันที่  21 เม.ย. 2554
หมายเลข  18239
อ่าน  1,495

พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 60

                              ว่าโดยเฉพาะอภิธรรม

           ก็ในปิฎกนี้   เมื่อพระเถระทั้งหลายสังคายนาพระพุทธพจน์แล้วอย่างนี้พระอภิธรรมนี้         เมื่อว่าโดยปิฎก     เป็นอภิธรรมปิฎก     เมื่อว่าโดยนิกายเป็นขุททกนิกาย      เมื่อว่าโดยองค์     เป็นไวยากรณ์    เมื่อว่าโดยธรรมขันธ์เป็นธรรมขันธ์     หลายพันธรรมขันธ์  ( ๒๒,๐๐๐ ธรรมขันธ์ ).     บรรดาภิกษุทั้งหลายผู้ทรงพระอภิธรรมนั้น     ในกาลก่อนมีภิกษุรูปหนึ่งนั่งอยู่ในที่ประชุมบริษัท  เมื่อจะนำสูตรจากพระอภิธรรมมากล่าว  ได้กล่าวธรรมกถาว่า  รูปขันธ์เป็นอัพยากตะ  ขันธ์ ๔ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี  เป็นอัพยากตะก็มี อายตนะ๑๐ เป็นอัพยากตะ  อายตนะ ๒ เป็นกุศลก็มี  เป็นอกุศลก็มี  เป็นอัพยากตะก็มีธาตุ ๑๖ เป็นอัพยากตะ  ธาตุ ๒ เป็นกุศลก็มี  เป็นอกุศลก็มี เป็นอัพยากตะก็มีสมุทัยสัจจะเป็นอกุศล  มรรคสัจจะเป็นกุศล  นิโรธสัจจะเป็นอัพยากตะ   ทุกข-สัจจะเป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี เป็นอัพยากตะก็มี  อินทรีย์ ๑๐ เป็นอัพยากตะโทมนัสสินทรีย์เป็นอกุศล    อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์เป็นกุศล   อินทรีย์  ๔เป็นกุศลก็มี  เป็นอัพยากตะก็มี อินทรีย์  ๖   เป็นกุศลก็มี  เป็นอกุศลก็มี   เป็นอัพยากตะก็มี  ดังนี้.


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 21 เม.ย. 2554 12:08 น.

ภิกษุรูปหนึ่งซึ่งนั่งอยู่ในที่นั้น     ได้ถามพระธรรมกถึกว่า     ดูก่อนท่านธรรมกถึก     ท่านนำสูตรมายาวเหมือนจะเอามาล้อมเขาสิเนรุ     สูตรนี้มีชื่อว่าอย่างไรเล่า  ?         พระธรรมกถึก  :  ชื่อว่า  พระอภิธรรมสูตร  ผู้มีอายุ.         ภิกษุนั้น  :  เพราะเหตุไร    จึงนำพระอภิธรรมสูตรมา    การนำพระสูตรอื่นที่เป็นพุทธภาษิตมา  ไม่สมควรหรือ           พระธรรมกถึก  :  พระอภิธรรม  ใครภาษิตไว้เล่า  ?         ภิกษุนั้น  :  พระอภิธรรมนี้  ไม่ใช่พุทธภาษิต.         พระธรรมกถึก  :  ดูก่อนผู้มีอายุ  ก็คุณเรียนพระวินัยปิฏกหรือไม่.         ภิกษุนั้น  :  กระผมไม่ได้เรียนขอรับ.         พระธรรมกถึก  :  เห็นจะเป็นเพราะคุณไม่ทรงพระวินัย        เมื่อไม่รู้จึงกล่าวอย่างนี้.         ภิกษุนั้น  :  กระผมเรียนเพียงวินัยเท่านั้นขอรับ.         พระธรรมกถึก  :     แม้วินัยนั้นก็เรียนเอาไม่ดี   คงจักนั่งเรียนหลับอยู่ที่ท้ายบริษัท   หรือว่า เพราะพระอุปัชฌาย์ผู้ให้บุคคลเช่นท่านบรรพชา อุปสมบทเป็นคนด่วนได้    เพราะเหตุไร ?     เพราะแม้วินัยเธอก็เรียนไม่ดี จริงอยู่   พระ-ผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพระดำรัสนี้ในพระวินัยนั้นว่า     ภิกษุผู้ไม่ประสงค์จะติเตียนกล่าวตามเหตุว่า    นิมนต์ท่านเรียนพระสูตร     เรียนคาถาทั้งหลาย   หรือเรียนพระอภิธรรมไปก่อน ภายหลังจักเรียนพระวินัย *ดังนี้ก็ไม่เป็นอาบัติ  ก็แม้คำว่าภิกษุขอโอกาสถามปัญหาในพระสูตร แต่ไพล่ถามอภิธรรมหรือวินัย ขอโอกาสถามปัญหาในพระอภิธรรม แต่ไพล่ถามพระสูตรหรือวินัย  ขอโอกาสถามปัญหาในพระวินัย   แต่ไพล่ถามพระสูตรหรืออภิธรรม     ดังนี้  มีประมาณเท่านี้  ท่านก็ย่อมไม่รู้  พระธรรมกถึกนั้น จึงเป็นอันข่มปรวาทีได้  ด้วยถ้อยคำแม้ประมาณเท่านี้.

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
คุณจิต
คุณจิต
วันที่ 27 ก.ค. 2554 15:06 น.

ขออนุโมทนาบุญ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
nopwong
nopwong
วันที่ 14 พ.ย. 2559 22:02 น.

ขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ