พระอภิธรรมสูตร [ธรรมสังคณี]
 
เมตตา
เมตตา
วันที่  21 เม.ย. 2554
หมายเลข  18239
อ่าน  1,849

พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 60

ว่าโดยเฉพาะอภิธรรม

ก็ในปิฎกนี้ เมื่อพระเถระทั้งหลายสังคายนาพระพุทธพจน์แล้ว อย่างนี้พระอภิธรรมนี้ เมื่อว่าโดยปิฎก เป็นอภิธรรมปิฎก  เมื่อว่าโดยนิกายเป็นขุททกนิกาย เมื่อว่าโดยองค์ เป็นไวยากรณ์ เมื่อว่าโดยธรรมขันธ์ เป็นธรรมขันธ์ หลายพันธรรมขันธ์ (๒๒,๐๐๐ ธรรมขันธ์).   

บรรดาภิกษุทั้งหลายผู้ทรงพระอภิธรรมนั้น ในกาลก่อน มีภิกษุรูปหนึ่งนั่งอยู่ในที่ประชุมบริษัท เมื่อจะนำสูตรจากพระอภิธรรมมากล่าว ได้กล่าวธรรมกถาว่า

รูปขันธ์เป็นอัพยากตะ ขันธ์ ๔ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี เป็นอัพยากตะก็มี

อายตนะ ๑๐ เป็นอัพยากตะ 

อายตนะ ๒ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี เป็นอัพยากตะก็มี

ธาตุ ๑๖ เป็นอัพยากตะ 

ธาตุ ๒ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี เป็นอัพยากตะก็มี

สมุทัยสัจจะ เป็นอกุศล

มรรคสัจจะ เป็นกุศล

นิโรธสัจจะ เป็นอัพยากตะ

ทุกขสัจจะ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี เป็นอัพยากตะก็มี 

อินทรีย์ ๑๐ เป็นอัพยากตะ

โทมนัสสินทรีย์ เป็นอกุศล   

อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์ เป็นกุศล 

อินทรีย์ ๔ เป็นกุศลก็มี เป็นอัพยากตะก็มี

อินทรีย์ ๖ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี เป็นอัพยากตะก็มี  ดังนี้.


  ความคิดเห็น 1  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 21 เม.ย. 2554

ภิกษุรูปหนึ่ง ซึ่งนั่งอยู่ในที่นั้น ได้ถามพระธรรมกถึกว่า ดูก่อนท่านธรรมกถึก ท่านนำสูตรมายาว เหมือนจะเอามาล้อมเขาสิเนรุ สูตรนี้มีชื่อว่าอย่างไรเล่า

พระธรรมกถึก :  ชื่อว่า พระอภิธรรมสูตร ผู้มีอายุ.

ภิกษุนั้น :  เพราะเหตุไร จึงนำพระอภิธรรมสูตรมา การนำพระสูตรอื่นที่เป็นพุทธภาษิตมา ไม่สมควรหรือ 

พระธรรมกถึก :  พระอภิธรรม ใครภาษิตไว้เล่า 

ภิกษุนั้น :  พระอภิธรรมนี้ ไม่ใช่พุทธภาษิต.

พระธรรมกถึก :  ดูก่อนผู้มีอายุ ก็คุณเรียนพระวินัยปิฏกหรือไม่.

ภิกษุนั้น :  กระผมไม่ได้เรียนขอรับ.

พระธรรมกถึก :  เห็นจะเป็นเพราะคุณไม่ทรงพระวินัย เมื่อไม่รู้จึงกล่าวอย่างนี้.

ภิกษุนั้น :  กระผมเรียนเพียงวินัยเท่านั้นขอรับ.

พระธรรมกถึก :  แม้วินัยนั้นก็เรียนเอาไม่ดี คงจักนั่งเรียนหลับอยู่ที่ท้ายบริษัท หรือว่า เพราะพระอุปัชฌาย์ผู้ให้บุคคลเช่นท่านบรรพชา อุปสมบทเป็นคนด่วนได้ เพราะเหตุไร  เพราะแม้วินัยเธอก็เรียนไม่ดี จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพระดำรัสนี้ในพระวินัยนั้นว่า ภิกษุผู้ไม่ประสงค์จะติเตียนกล่าวตามเหตุว่า นิมนต์ท่านเรียนพระสูตร เรียนคาถาทั้งหลาย หรือเรียนพระอภิธรรมไปก่อน ภายหลังจักเรียนพระวินัย *ดังนี้ก็ไม่เป็นอาบัติ ก็แม้คำว่า ภิกษุขอโอกาสถามปัญหาในพระสูตร แต่ไพล่ถามอภิธรรมหรือวินัย ขอโอกาสถามปัญหาในพระอภิธรรม แต่ไพล่ถามพระสูตรหรือวินัย ขอโอกาสถามปัญหาในพระวินัย แต่ไพล่ถามพระสูตรหรืออภิธรรม ดังนี้ มีประมาณเท่านี้ ท่านก็ย่อมไม่รู้ พระธรรมกถึกนั้น จึงเป็นอันข่มปรวาทีได้ ด้วยถ้อยคำแม้ประมาณเท่านี้.

 
  ความคิดเห็น 2  
 
คุณจิต
คุณจิต
วันที่ 27 ก.ค. 2554

ขออนุโมทนาบุญ

 
  ความคิดเห็น 3  
 
nopwong
nopwong
วันที่ 14 พ.ย. 2559

ขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็น 4  
 
chatchai.k
chatchai.k
วันที่ 7 ส.ค. 2563

ขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ