อาบัติจากการแตะต้องกายหรือของเนื่องด้วยกายของสตรี [มหาวิภังค์] .
 
chaiyut
วันที่  9 ก.พ. 2554
หมายเลข  17860
อ่าน  23,308

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ ๑๒๗

พระบัญญัติ

๒. อนึ่ง ภิกษุใดกำหนัดแล้ว มีจิตแปรปรวนแล้ว ถึงความเคล้าคลึงด้วยกายกับมาตุคาม คือจับมือก็ตาม จับช้องผมก็ตาม ลูบคลำอวัยวะอันใดอันหนึ่งก็ตาม เป็นสังฆาทิเสส

ที่ชื่อว่า มาตุคาม ได้แก่ หญิงมนุษย์ ไม่ใช่หญิงยักษ์ ไม่ใช่หญิงเปรต ไม่ใช่สัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย โดยที่สุด แม้เด็กหญิงที่เกิดในวันนั้น ไม่ต้องพูดถึงหญิงผู้ใหญ่ บทว่า กับคือ ด้วยกัน คำว่า ถึงความเคล้าคลึงด้วยกาย คือที่เรียกกันว่าความประพฤติล่วงเกิน ทื่ชื่อว่า มือ คือ หมายตั้งแต่ข้อศอกถึงปลายเล็บ ทื่ชื่อว่า ช้องผม คือเป็นผมล้วนก็มี แซมด้วยด้ายก็มี แซมด้วยดอกไม้ก็มี แซมด้วยเงินก็มี แซมด้วยทองก็มี แซมด้วยแก้วมุกดาก็มี แซมด้วยแก้วมณีก็มี ที่ชื่อว่า อวัยวะ คือ เว้นมือและช้องผมเสีย นอกนั้นชื่อว่าอวัยวะ   

[๓๗๗] ที่ชื่อว่า ลูบคลำ คือถูก คลำ ลูบลง ลูบขึ้น ทับอุ้ม ฉุด ผลัก กด บีบ จับ ต้อง   

[๓๗๘] ที่ชื่อว่า ถูก คือเพียงถูกต้อง ที่ชื่อว่า คลำ คือ จับเบาๆ ไปข้างโน้นข้างนี้ ที่ชื่อว่า ลูบลง คือลูบลงเบื้องล่าง ที่ชื่อว่าลูบขึ้น คือลูบขึ้นเบื้องบน ที่ชื่อว่า ทับ คือกดลงข้างล่าง ที่ชื่อว่า อุ้ม คือยกขึ้นข้างบน ที่ชื่อว่า ฉุด คือรั้งมา ที่ชื่อว่า ผลัก คือผลักไปที่ชื่อว่า กด คือจับอวัยวะกดลง ที่ชื่อว่า บีบ คือบีบกับวัตถุบางอย่าง ที่ชื่อว่า จับ คือจับเฉยๆ ที่ชื่อว่า ต้อง คือ เพียงต้องตัว

[๓๗๙] บทว่า สังฆาทิเสส ความว่า สงฆ์เท่านั้นให้ปริวาสเพื่ออาบัตินั้นได้ ซักเข้าอาบัติเดิมได้ ให้มานัตได้ เรียกเข้าหมู่ได้ ไม่ใช่คณะมากรูปด้วยกัน ไม่ใช่บุคคลรูปเดียว เพราะฉะนั้น จึงตรัสเรียกว่าสังฆาทิเสส คำว่า สังฆาทิเสสเป็นการขนานนาม คือเป็นชื่อของอาบัตินิกายนั้นแล แม้เพราะเหตุนั้น จึงตรัสเรียกว่า สังฆาทิเสส   

ภิกษุเปยยาล สตรี-กายต่อกาย

[๓๘๐] สตรีหนึ่ง ภิกษุมีความสำคัญว่าเป็นสตรี มีความกำหนัดและถูก คลำ ลูบลง ลูบขึ้น ทับ อุ้ม ฉุด ผลัก กด บีบ จับ ต้องซึ่งกายนั้นของสตรีด้วยกาย ต้องอาบัติ สังฆาทิเสส

สตรี-กายต่อของเนื่องด้วยกาย

[๓๘๓] สตรีหนึ่ง ภิกษุมีความสำคัญว่าเป็นสตรี มีความกำหนัดและถูก คลำ ลูบลง ลูบขึ้น ทับ อุ้ม ฉุด ผลัก กด บีบ จับ ต้องซึ่งของเนื่องด้วยกายนั้นของสตรี ด้วยกาย ต้องอาบัติถุลลัจจัย

สตรี-ของเนื่องด้วยกายต่อกาย

สตรีหนึ่ง ภิกษุมีความสำคัญว่าเป็นสตรี มีความกำหนัด และถูกคลำ ลูบลง ลูบขึ้น ทับ อุ้ม ฉุด ผลัก กด บีบ จับ ต้องซึ่งกายนั้นของสตรี ด้วยของเนื่องด้วยกาย ต้องอาบัติถุลลัจจัย

สตรี-ของเนื่องด้วยกายต่อของเนื่องด้วยกาย

สตรีหนึ่ง ภิกษุมีความสำคัญว่าเป็นสตรี มีความกำหนัด และถูกคลำ ลูบลง ลูบขึ้น ทับ อุ้ม ฉุด ผลัก กด บีบ จับ ต้อง ซึ่งของเนื่องด้วยกายนั้นของสตรี ด้วยของเนื่องด้วยกาย ต้องอาบัติทุกกฏ   

สตรี-ของที่โยนต่อกาย

สตรีหนึ่ง ภิกษุมีความสำคัญว่าเป็นสตรี มีความกำหนัด และถูกต้องซึ่งกายนั้นของสตรี ด้วยของที่โยนไป ต้องอาบัติทุกกฏ

สตรี-ของที่โยนต่อเนื่องด้วยกาย

สตรีหนึ่ง ภิกษุสำคัญว่าเป็นสตรี มีความกำหนัด และถูกต้องซึ่งของเนื่องด้วยกายนั้นของสตรี ด้วยของที่โยนไป ต้องอาบัติทุกกฏ

สตรี-ของที่โยนต่อของที่โยน

สตรีหนึ่ง ภิกษุมีความสำคัญว่าเป็นสตรี มีความกำหนัด และถูกต้อง ซึ่งของที่โยนมานั้นของสตรี ด้วยของที่โยนไป ต้องอาบัติทุกกฏ ฯลฯ


  ความคิดเห็น 1  
 
dsn
วันที่ 12 ก.พ. 2554

สุดยอด

 
  ความคิดเห็น 2  
 
somjad
วันที่ 24 ก.พ. 2554

อาบัติ ว่าด้วย อาบัติจากการแตะต้องกายหรือของเนื่องด้วยกายของสตรี มีอาบัติ สามอย่างคือ สังฆาทิเสส ถุลลัจจัย และ อาบัติ ทุกกฏ โดยภิกษุ มีความกำหนัด มีจิตใจแปรปรวน สตรีที่ว่านี้มียกเว้นหรือไม่ เช่น มารดา ลูกสาว พี่สาว น้องสาว ในปัจจุบัน ต้องมีการถูกต้องกายโดยบังเอิญ เช่นการนั่งรถเมล์ เป็นต้น ต้องอาบัติหรือไม่ และในปัจจุบันในการถวายภัตตาหารหรือส่งของกับพระภิกษุ จะมีผ้าอันนึงที่ยี่นให้ (กรุณาบอกด้วยว่าเรียกว่าอะไร) ถ้าภิกษุมีความกำหนัดจะ ต้องอาบัติในข้อนี้หรือไม่ ขอบคุณครับ

 
  ความคิดเห็น 3  
 
prachern.s
วันที่ 1 มี.ค. 2554

เรียนความเห็นที่ ๒

ตามหลักพระวินัย หากมีการถูกต้องตัวโดยบังเอิญ คือไม่ได้ตั้งใจ ไม่มีอาบัติ แต่ถ้า ถูกต้องกาย มารดา ลูกสาว พี่สาว น้องสาว โดยไม่มีความกำหนัด เป็นอาบัติเพียงทุกกฏ ในเมืองไทยมีประเพณีว่า ถ้ารับประเคนของ  โดยผู้หญิงเป็นผู้ถวายพระภิกษุผู้รับต้องใช้ผ้ารับแทน คือไม่รับด้วยมือโดยตรง คือป้องกันการถูกตัวครับ

 
  ความคิดเห็น 4  
 
tstcd9qcc
วันที่ 8 พ.ย. 2554

แล้วถ้าเกิด ตอนเป็นพระภิกษุ ไม่มีความกำหนัด แต่ ไปถูกต้องกาย หลานสาวจะติดอาบัติ ไหมครับ คล่องใจมากเลย บางเว็บ ก็ เขียนว่า จิตกำหนด บ้าง งง ครับ ช่วยตอบที

 
  ความคิดเห็น 5  
 
tstcd9qcc
วันที่ 8 พ.ย. 2554

ทุกข้อข้างบน ที่เขียนนี้ หมายถึง มีความกำหนัด ไม่ใช่เหรอ ถ้าเราไม่ได้มีความกำหนัด ในตอนนั้น ก็ไม่ผิด ไม่ใช่เหรอครับ 

 
  ความคิดเห็น 6  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 3 ธ.ค. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น   

เรียนความคิดเห็นที่ ๔ และ ที่ ๕  ครับ   

การถูกต้องกายหญิงที่เป็นมารดา พี่สาว น้องสาว ไม่เป็นอาบัติสังฆาทิเสส แต่เป็นอาบัติทุกกฏ เพราะการจับต้องกายหญิงด้วยความรักอาศัยเรือน คือ ด้วยความรักในฐานะของมารดา หรือด้วยความรักฉันน้องสาว พี่สาว หรือ แม้กระทั่งถ้าน้ำอสุจิเคลื่อน จากถูกต้องกายหญิงที่เป็นมารดา พี่สาว น้องสาว ก็ไม่เป็นอาบัติสังฆาทิเสส เพราะไม่มีจิตกำหนัด แต่ถ้ามีจิตกำหนัดแล้ว พยายามทำให้น้ำอสุจิเคลื่อน แล้วน้ำอสุจิเคลื่อน จึงเป็นอาบัติสังฆาทิเสส ดังข้อความจาก 

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ ๑๑๗   

พึงทราบวินิจฉัยในความรักอาศัยเรือน ดังนี้:- เมื่อภิกษุลูบคลำและสวมกอดบ่อยๆ ซึ่งมารดาด้วยความรักฐานมารดาก็ดี ซึ่งพี่สาว น้องสาวด้วยความรักฉันพี่สาวน้องสาวก็ดี อสุจิเคลื่อน เป็นอนาบัติ แต่เป็นทุกกฏ เพราะถูกต้องด้วยความรักอาศัยเรือนเป็นปัจจัย. ถ้าหากว่า ภิกษุกำหนัดด้วยความรักอาศัยเรือนแล้วกลับยินดี พยายามที่นิมิตเพื่อต้องการจะปล่อย แล้วปล่อย เป็นสังฆาทิเสส.     

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็น 7  
 
chatchai.k
chatchai.k
วันที่ 16 พ.ค. 2563

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ