ปัญญาจะรู้ลักษณะของสภาพธรรม ต้องฟังเป็นพหูสูต
 
pirmsombat
วันที่  12 ธ.ค. 2553
หมายเลข  17606
อ่าน  1,590

    ข้อความบางตอนจากการบรรยายธรรมโดยท่านอาจารย์ สุจินต์ บริหารวนเขตต์

 

ท่านอาจารย์      เป็นปกติธรรมดาเจ้าค่ะ      นี่คือความจริง     เพราะว่าปัญญาจะรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ  ต้องอาศัยการฟังเป็นพหูสูตร  และเมื่อสติเรี่มระลึกก็จะมีการคิดนึก   เรื่องของสภาพธรรม     แต่ว่าไม่ใช่การที่จะรู้โดยไม่ต้องคิดเจ้าค่ะ   เพราะฉะนั้นก็แสดงให้เห็นว่า ปัญญามีหลายขั้น ทั้งๆที่ขณะนี้มีสภาพธรรมกำลังปรากฏเป็นของที่แน่นอนที่สุดทางตานี้    สภาพธรรมกำลังปรากฏ ใครที่ลืมไปก็ให้ทราบ และ ระลึกได้ในขณะนี้ว่า  ทางตากำลังมีสภาพธรรมกำลังปรากฏ  ทางหูมีสภาพธรรมกำลังปรากฏ  สำหรับผู้ที่อบรมเจริญปัญญา  จนรู้ทั่วจะไม่มีความสงสัยเลยว่า สภาพธรรมที่กำลังปรากฏทางตา  ก็คือปกติอย่างนี้ 
     แต่สำหรับผู้ที่ปัญญายังไม่ได้อบรมจนถึงขั้นที่สามารถจะรู้ได้ว่า  สี่งที่กำลังปรากฏเหมือนก่อน ไม่ผิดกันเลย  แต่แต่ก่อนนี้ไม่เคยรู้เลยว่า  เป็นเพียงสภาพธรรม  แต่เมื่อได้อบรมเจริญปัญญา  ความรู้จึงเพี่มขึ้น  จนกระทั่งชินกับลักษณะที่กำลังปรากฏ   และ  ไม่มีความเคลือบแคลงสงสัยว่า สภาพธรรมคืออย่างนี้  เป็นปกติธรรมดา
     เพราะฉะนั้น  เป็นเรื่องของการอบรมเจริญปัญญา ที่จะเข้าใจ  ลักษณะของสภาพธรรมที่  กำลังปรากฏ  เท่านั้นเอง เจ้าค่ะ สภาพธรรมไม่เปลี่ยน เคยเห็นอย่างนี้นานมาแล้ว  แต่ว่าก่อนนั้นไม่รู้เท่านี้เอง  เจ้าค่ะ เพราะฉะนั้นการอบรมเจริญสติปัฏฐานหรือว่าการอบรมเจริญปัญญาไม่ใช่ทำอย่างอื่น นอกจากขณะใดที่สติเกิด  ก็รู้ว่าขณะนี้เป็นสภาพธรรมเหมือนปกติ  แต่ความรู้  ค่อยๆ เจริญขึ้นถ้ายังไม่เจริญ  ก็ระลึกอีก ทางหู  ทางตา....ทางกาย  ทางใจ ตามปกติจริงๆ  
     เพราะฉะนั้นการอบรมเจริญปัญญาของแต่ละท่านจึงเป็นปัจจัตตัง  เป็นความรู้เฉพาะตน  ซึ่งไม่ใช่การหลอกตัวเอง    และคนอื่น  ก็ไม่สามารถที่จะมาหลอกได้  ว่าท่านผู้นี้มีปัญญาขั้นนั้น ขั้นนี้  แต่ว่าเป็นปัญญาของผู้ที่มีสติระลึกจริงๆที่จะรู้ว่า ปัญญาของตนเองมีมากแค่ไหน หรือว่ายังจะต้องอบรมเจริญต่อไป เจ้าค่ะ เพราะว่าความจริงเป็นอย่างไร  ก็ต้องเป็นอย่างนั้น  จุดประสงค์ก็ไม่ใช่เพื่อจะเป็นพระอริยบุคคลในชาตินี้เจ้าค่ะ  เพราะว่าถัาจุดประสงค์จะเป็นพระอริยบุคคลในชาตินี้  นั่นเป็นความหวัง  นั่นเป็นความต้องการ  แต่ว่าไม่ใช่ปัญญาที่รู้เหตุจริงๆที่จะทำให้เป็นพระอริยบุคคล  ถ้าเป็นปัญญาที่จะทำให้รู้เหตุจริงๆ  ที่จะเป็นพระอริยบุคคล  ก็คือปัญญาที่รู้ว่า สภาพธรรมกำลังปรากฏในขณะนี้  แล้วสติเกิดคืออย่างไร  และเมื่อสติเกิดแล้วมีความรู้ความเข้าใจลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏอย่างไร  ขอให้เป็นการอบรม  เจริญปัญญา   ความรู้   ความเข้าใจ ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ  ตามปกติไปเรื่อยๆ

     นี่เป็นเหตุที่ว่า  ถ้าปัญญาสามารถที่จะรู้อย่างนี้จริงๆ  วิปัสสนาญาณจะเกิดขึ้นเมื่อใด  ย่อมได้ มัคคจิต  ผลจิต จะเกิดขึ้น เมื่อใดย่อมได้    แต่ถ้าไม่มีปัญญาอย่างนี้ไม่มีทางเลย  ที่วิปัสสนาญาณจะเกิด  หรือว่า  โลกุตตรจิตจะเกิด  เจ้าค่ะ


Tag  ปัญญา พหูสูตร รู้ลักษณะสภาพธรรม

  ความคิดเห็นที่ 1  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 14 ธ.ค. 2553

 

        เพราะว่าปัญญาจะรู้ ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ  ต้องอาศัย

การฟังเป็นพหูสูตร  และเมื่อสติเรี่มระลึกก็จะมีการคิดนึก เรื่องของสภาพธรรม  แต่

ว่าไม่ใช่การที่จะรู้โดยไม่ต้องคิดเจ้าค่ะ 

 ขอกราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลวิริยะคุณหมอค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
chaiyut
วันที่ 15 ธ.ค. 2553

ขอขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
pirmsombat
วันที่ 15 ธ.ค. 2553

ขอบพระคุณและอนุโมทนาทุกท่าน

สำหรับคุณเมตตา ฝากเรื่อง สุพรหมเหพบุตร ด้วยครับสำหรับข้อความคุณคงทราบแล้ว  แต่เนื้อหา คุณไกล้เข้าไปทุกขณะแต่ทราบกันแล้วว่าเป็นจีรกาลภาวนาครับ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เรายังมองไม่เห็นความสวัสดีแห่งสัตว์ทั้งหลายนอกจากปัญญาและความเพียรนอกจากความสำรวมอินทรีย์  นอกจากความสละวางทุกสิ่งทุกอย่าง.

 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
ผิน
วันที่ 15 ธ.ค. 2553
ขอขอบพระคุณและขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
ใหญ่ราชบุรี
ใหญ่ราชบุรี
วันที่ 2 ก.พ. 2558

สาธุ  อนุโมทนา และขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
peem
วันที่ 8 ก.พ. 2558

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
จิตและเจตสิก
จิตและเจตสิก
วันที่ 8 ก.พ. 2558

สาธุ  สาธุ  ขออนุโมทนา ฯ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ