ติสสมหาพรหม [มหาวิภังค์]
 
paderm
paderm
วันที่  25 พ.ค. 2553
หมายเลข  16327
อ่าน  1,786

ในช่วงศาสนากำลังจะเสื่อม จะมีบุคคลสำคัญอุบัติขึ้นฟื้นฟูศาสนาได้จริงหรือไม่  ถ้ามีจะเป็นคนเช่นไรครับ 
 
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๑ หน้าที่ ๖๘

เรื่องระหว่างทุติยตติยสังคายนา

พระเถระทั้งหลายเหล่านั้น ครั้นสังคายนาทุติยสังคีตินี้ อย่างนั้นแล้วจึงตรวจดูว่า แม้ในอนาคตเสนียด (เสี้ยนหนาม) เห็นปานนี้ จักเกิดขั้นแก่พระศาสนาหรือหนอแล แล้วได้เห็นเหตุนี้ว่า

ในปีที่ ๑๘ ต่อจาก ๑๐๐ ปีแต่ปีนี้ไป พระราชาทรงพระนามว่า พระเจ้าธรรมาโศก จะทรงอุบัติขึ้นในพระนครปาฏลีบุตร ครอบครองราชสมบัติ ในชมพูทวีป ทั้งสิ้น ท้าวเธอจักทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา แล้วจักยังลาภและสักการะเป็นอันมากให้เป็นไปในครั้งนั้น พวกเดียรถีย์ผู้ปรารถนาลาภและสักการะ จักบวชในพระศาสนาแล้วแสดงทิฏฐิของตน เสนียดใหญ่จักเกิดขึ้นในพระศาสนา ด้วยอาการอย่างนี้ [ติสสมหาพรหมจักแก้ความเสื่อมพระศาสนาในอนาคต]

ครั้งนั้นพระเถระเหล่านั้นได้มีความปริวิตกดังนี้ว่า เมื่อเสนียดนั่นเกิดขึ้นแล้วพวกเราจักทันเห็นหรือไม่หนอ ลำดับนั้นพระเถระทั้งหมดนั่นแล ทราบความที่ตนเป็นผู้ไม่ทันเห็น (เหตุการณ์) ในเวลานั้น จึงคิดว่าใครเล่าหนอ จักเป็นผู้สามารถให้อธิกรณ์นั้น ระงับได้ แล้วได้ตรวจดูมนุษยโลกและเทวโลกชั้นกามาวจรทั้งสิ้น ก็มิได้เห็นใครๆได้เห็นแต่ท้าวมหาพรหมชื่อติสสะในพรหมโลก ผู้มีอายุยังเหลือน้อยได้อบรมมรรคเพื่อบังเกิดในพรหมโลกชั้นสูงขึ้นไป พระเถระทั้งหลายเหล่านั้น ครั้นเห็นแล้วจึงได้มีความดำริดังนี้ว่า

ถ้าพวกเราพึงทำความอุตสาหะ เพื่อต้องการให้พรหมนั่นเกิดในมนุษยโลกไซร้ พรหมนั่นก็จักถือปฏิสนธิในเรือนของโมคคลีพราหมณ์แน่นอน และต่อจากนั้นก็จักถูกเล้าโลมด้วยมนต์แล้วออกบวช ครั้นติสสทารกนั้นบวชแล้วอย่างนี้ เล่าเรียนพระพุทธพจน์ทั้งสิ้นเป็นผู้ได้บรรลุปฏิสัมภิทา จักย่ำยีพวกเดียรถีย์ วินิจฉัยอธิกรณ์นั้นแล้ว เชิดชูพระศาสนา


  ความคิดเห็น 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 25 พ.ค. 2553

  [พวกพระเถระไปเชิญติสสมหาพรหมให้มาเกิดในมนุษยโลก] พระเถระเหล่านั้นไปยังพรหมโลก  แล้วได้กล่าวคำนี้กะท้าวติสส-มหาพรหมว่า  ดูก่อนสหายผู้นิรทุกข์  ! ในปีที่  ๑๘  ถัดจาก  ๑๐๐  ปี  แต่นี้ไป  เสนียดอย่างใหญ่จักเกิดขึ้นในพระศาสนา,  และพวกเราได้ตรวจดูมนุษยโลกและเทวโลกชั้นฉกามาวจรทั้งสิ้น  ก็มิได้เห็นใครๆ   ผู้สามารถ   เพื่อจะเชิดชูพระศาสนาได้   ค้นดูตลอดพรหมโลกจึงได้พบท่านผู้เจริญ,  ดังพวกข้าพเจ้าขอโอกาส  ท่านสัตบุรุษ  !  ขอท่านจงให้ปฏิญญา  (แก่พวกข้าพเจ้า)  เพื่อเกิดในมนุษยโลก  แล้วเชิดชูพระศาสนาของพระทศพลเถิด.  [ติสสมหาพรหมรบปฏิญญามาเกิดในมนุษยโลก] เมื่อพระเถระทั้งหลาย  กล่าวเชิญอย่างนั้นแล้ว  ท้าวมหาพรหมจึงดำริว่าได้ยินว่า   เราจักเป็นผู้สามารถเพื่อชำระเสนียด  ซึ่งจะเกิดขึ้นในพระศาสนาแล้วเชิดชูพระศาสนา  ดังนี้  แล้วเป็นผู้หรรษาร่าเริงบันเทิงใจ  ได้ให้ปฏิญญารับว่า  ดีละ.  พระเถระทั้งหลายพิจารณากิจที่ควรทำนั้นในพรหมโลกเสร็จแล้วก็พากันกลับมาอีก. [พวกพระเถระลงทัณฑกรรมแก่พระสิคควะและพระจัณฑวัชชี]

ก็โดยสมัยนั้นแล   พระเถระทั้ง   ๒   รูปคือ   พระสิคควเถระ  และพระจัณฑวัชชีเถระ  ยังเป็นพระนวกะอยู่  พระเถระเหล่านั้น  เป็นภิกษุหนุ่มทรงพระไตรปิฎก  บรรลุปฏิสัมภิทา  สิ้นอาสวะแล้ว  เป็นสัทธิวิหาริกของ  พระโสณกะ.  พระเถระทั้ง  ๒  รูป   ไม่ได้มาร่วมระงับอธิการณ์นั้น.  พระเถระทั้งหลาย  จึงกล่าวว่า  ดูก่อนอาวุโส  พวกท่านหาได้เป็นผู้ร่วมคิดของพวกเราในอธิกรณ์นี้ไม่ เพราะเหตุนั้น ทัณฑกรรมนี้จงมีแก่พวกท่าน  คือ  ท้าวมหาพรหมชื่อติสสะ  จักถือปฏิสนธิในเรือนของ โมคคลีพราหมณ์  บรรดาท่าน ทั้งสอง   รูปหนึ่งจง

ชักนำ ท้าวติสสมหาพรหมนั้นมาบวช  รูปหนึ่งจงให้เรียนพระพุทธพจน์   ดังนี้   ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

 
  ความคิดเห็น 2  
 
nopwong
nopwong
วันที่ 3 ธ.ค. 2555

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็น 3  
 
Chalee
Chalee
วันที่ 4 ธ.ค. 2555

ขออนุโมทนา สาธุเป็นบุญที่ได้อ่าน

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ