จนอะไรก็ได้...แต่อย่าจนศรัทธา
 
เมตตา
เมตตา
วันที่  30 ม.ค. 2553
หมายเลข  15325
อ่าน  1,674

มีเงินมีทอง มีชื่อเสียง มีทรัพย์สมบัติมากมาย แต่ไม่มีศรัทธาในพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดง ก็ได้ชื่อว่ายากจน จนศรัทธาและจนกุศลธรรมทั้งปวง ในทางกลับกันผู้ที่ยากจนเงินทอง ไม่มีสมบัติ  ไม่มีบ้านใหญ่โต ไม่มีชื่อเสียงแต่มีศรัทธาในพระธรรม มีจิตน้อมไปในทางกุศล ผู้นั้นได้ชื่อว่ามีทรัพย์อันประเสริฐ ไม่ยากจน

เพราะฉะนั้น จนอะไรก็จนได้ แต่อย่าได้จนศรัทธา เพราะความศรัทธานำมาซึ่งกุศลธรรมทั้งหลาย  ศรัทธาเป็นทรัพย์เครื่องปลื้มใจ ศรัทธาเป็นลาภอันประเสร็ฐนำมาซึ่งกุศลธรรม ขั้นทาน ขั้นศีล ขั้นภาวนา การอบรมเจริญปัญญานั้นมีการฟังพระธรรมให้เข้าใจ  เริ่มมีศรัทธาประกอบด้วยปัญญา จนกว่าจะมีศรัทธาที่มั่นคงขึ้น อบรมเจริญปัญญาเผากิเลส จนถึงความเป็นพระอริยบุคคลเป็นลำดับขั้น ส่วนผู้ที่ไม่มีศรัทธาย่อมตายเพราะอกุศลกรรม อกุศลกรรมนำมาซึ่งผลอันเป็นทุกข์ สร้างอบายภพให้เกิดขึ้นในสัมปรายภพ

ขออนุโมทนาค่ะ...


  ความคิดเห็น 1  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 31 ม.ค. 2553

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 2  
 
พุทธรักษา
วันที่ 31 ม.ค. 2553

 ผู้มีปัญญา แม้ไร้ทรัพย์ ก็ย่อมเป็นอยู่ได้

 
  ความคิดเห็น 3  
 
ups
วันที่ 31 ม.ค. 2553

สาธุ

 
  ความคิดเห็น 4  
 
วิริยะ
วันที่ 31 ม.ค. 2553

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 5  
 
narong.p
narong.p
วันที่ 31 ม.ค. 2553

ผู้ที่ไม่ศึกษาธรรม ก็ไม่สามารถรู้ได้ว่า การยากจนคุณธรรม มีศรัทธา เป็นต้น นั้นสำคัญอย่างยิ่งกว่าการยากจนทรัพย์ ลาภ ยศ สรรเสริญ เพราะ ลาภ ยศ สรรเสริญ นั้นคือเครื่องประดับ ของคนบ้า ครับ ทรัพย์สินเงินทอง ลาภ ยศ สรรเสริญ นำไปไม่ได้ มีแต่อริยทรัพย์เท่านั้น ที่จะนำไปสู่ชาติต่อๆ ไปได้

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็น 6  
 
ไตรสรณคมน์
วันที่ 31 ม.ค. 2553

แล้วถ้า "จนปัญญา" ละค่ะ.....พี่เมตตา

ทำไงดี?

 
  ความคิดเห็น 7  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 31 ม.ค. 2553

"จนปัญญา"  ก็สืบเนื่องมาจาก  จนศรัทธาน่ะน้องสาว...จนอะไรก็ได้  แต่อย่าจนคุณธรรม...ท่านอาจารย์กล่าวไว้น่าฟังมากค่ะ

อย่างน้องไตรสรณคมน์  ไม่จนปัญญาเลยน่ะ  มีแต่ปัญญาเจริญขึ้น  เพราะ พี่ได้ขออนุโมทนาในกุศลประกอบด้วยปัญญาที่หนูได้กระทำไว้เสมอๆ ...

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 8  
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่ 1 ก.พ. 2553

ในขณะที่เป็นกุศลขณะนั้นมี...........ศรัทธา เพราะศรัทธาเป็นโสภณสาธารณะเจตสิก อกุศลจิตไม่มีศรัทธาเจตสิก......ในพระไตรปิฎกกล่าวว่า...ผู้มีศรัทธาเท่านั้น  จะทำบุญมีทานเป็นต้นได้  แล้วจะประสบทรัพย์ ที่เป็นอุปกรณ์เครื่องปลื้มใจอันมโหฬาร   และจะยังประโยชน์ตนประโยชน์ผู้อื่นนั่นแหละให้ถึงพร้อมด้วยบุญนั้น แต่บุญเหล่านั้น  จะไม่อำนวยประโยชน์ทั้งในโลกนี้และโลกหน้าแก่ผู้ไม่มีศรัทธาเลย.

เชิญคลิกอ่าน....

ศรัทธาเป็นลาภ [จวมานสูตร]

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 9  
 
tharo
วันที่ 1 ก.พ. 2553

อนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็น 10  
 
tharo
วันที่ 1 ก.พ. 2553

อ้างอิงจาก : ความคิดเห็นที่ 9  

อนุโมทนาครับ  

งดงาม หมดจดครับ

 
  ความคิดเห็น 11  
 
saifon.p
วันที่ 1 ก.พ. 2553

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 12  
 
paderm
paderm
วันที่ 1 ก.พ. 2553

สะสมสิ่งที่มีความเกิดและดับไปไม่มีสาระ มีเงินทอง เป็นต้น ไม่ประเสริฐ บุคคลผู้สะสมอริยทรัพย์ มี ศรัทธา เป็นต้น เป็นผู้ประเสริฐ ย่อมไม่ประมาทในการเจริญกุศลทุกประการและอบรมปัญญาเพื่อดับกิเลส จนคุณธรรมจึงเป็นคนที่ยากจนที่สุดในโลก

 
  ความคิดเห็น 13  
 
akharat
วันที่ 2 ก.พ. 2553

ขออนุโมทานด้วยคนครับ

 
  ความคิดเห็น 14  
 
รากไม้
วันที่ 3 ก.พ. 2553

ความศรัทธาเท่านั้น ที่จะอยู่กับเรา ตั้งแต่เริ่มแรกศึกษาธรรมะเบื้องต้น จนถึงเบื้องปลาย ...เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วคงอยู่อย่างนั้น ตรงนั้น ตราบเท่าชีวิตเราจะหาไม่

ขออนุโมทนา ทุกดวงจิตผู้ใกล้ชิดพระธรรม

 
  ความคิดเห็น 15  
 
pornpaon
วันที่ 6 ก.พ. 2553

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 16  
 
pamali
วันที่ 30 ก.ค. 2553

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 17  
 
เซจาน้อย
วันที่ 13 ม.ค. 2554

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็น 18  
 
chatchai.k
chatchai.k
วันที่ 18 ส.ค. 2563

ขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ