Print 
การใส่บาตร............
 
oom
oom
วันที่  23 ธ.ค. 2552
หมายเลข  14829
อ่าน  2,121

มีน้องที่ทำงานด้วยกัน  ถามว่า ใส่บาตรเพื่ออะไร ท่านสมาชิกบ้านธัมมะ คิดว่าจะตอบคำ ถามนี้อย่างไร ช่วยแสดงความคิดเห็นด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
prachern.s
วันที่ 23 ธ.ค. 2552 15:58 น.
 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 23 ธ.ค. 2552 19:51 น.

การให้ทุกอย่างไม่ว่าจะให้อาหาร  ให้ผ้า  ให้น้ำ  ให้ความไม่มีภัย  ให้ชีวิตสัตว์  หรือ การให้ธรรมทาน  ก็เพื่อขัดเกลากิเลส  เพื่อสละกิเลส  เพื่อเป็นปัจจัยให้ออกจากวัฏฏะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 24 ธ.ค. 2552 05:27 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
paderm
paderm
วันที่ 24 ธ.ค. 2552 15:16 น.

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตก เล่ม ๑ ภาค ๔ - หน้าที่ 168
..............ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  ถ้าว่าสัตว์ทั้งหลายพึงรู้ผลแห่งการจำแนกทานเหมือนอย่างเรารู้ไซร้ สัตว์ทั้งหลายยังไม่ให้แล้ว  ก็จะไม่พึงบริโภค  อนึ่งความตระหนี่อันเป็นมลทิน จะไม่พึงครอบงำจิตของสัตว์เหล่านั้น สัตว์เหล่านั้นไม่พึงแบ่งคำข้าวคำหลังจากคำข้าวนั้นแล้วก็จะไม่พึงบริโภค  ถ้าปฏิคาหก (ผู้รับ) ของสัตว์เหล่านั้นพึงมี  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  แต่เพราะสัตว์ทั้งหลายไม่รู้ผลแห่ง การจำแนกทานเหมือนอย่างเรารู้ ฉะนั้น  สัตว์ทั้งหลายไม่ให้แล้วจึงบริโภค  อนึ่งความตระหนี่อันเป็นมลทินจึงยังครอบงำจิตของสัตว์เหล่านั้น.

 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
oom
oom
วันที่ 25 ธ.ค. 2552 09:06 น.

ผู้ที่ไม่ได้ศึกษาธรรมะ  การทำบุญ ใส่บาตร ส่วนใหญ่ก็จะเป็นไปในเรื่องของโลภะ คือ  ขอสิ่งที่ตนเองปรารถนาต้องการ  ซึ่งสมัยก่อนดิฉันยังไม่ได้ศึกษาธรรมะ ดิฉันทำบุญ  ใส่บาตรก็ขอทุกสิ่งที่ต้องการ พอมาศึกษาธรรมะ จึงรู้ว่าเราสะสมโลภะ มาตลอด  ด้วยเหตุปัจจัยทำให้ได้พบท่านอจ.สุจินต์ จึงเข้าใจธรรมะ  และละคลายกิเลสลงได้บ้าง  ส่วนผู้ที่ไม่ได้ศึกษาพระธรรมก็คงเป็นไปในกุศลและอกุศล ตามการสะสมของแต่ละคน  คงไม่มีใครที่จะไปช่วยใครได้ นอกจากการฟังธรรมให้เข้าใจ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
วิริยะ
วันที่ 25 ธ.ค. 2552 09:14 น.

พระภิกษุสงฆ์ท่านไม่สามารถทำงานหาเลี้ยงชีพอย่างเรา  ท่านมีหน้าที่ดำรงพระพุทธศาสนา  การใส่บาตรก็เพื่อที่ท่านจะได้มีอาหารได้รับประทานเพื่อดำรงชีพต่อไป  ดิฉันเข้าใจเช่นนั้นค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
WS202398
วันที่ 25 ธ.ค. 2552 10:09 น.

ฟังจากพุทธพจน์แล้วการให้ทานมีคุณใหญ่แท้ :) ที่ผมยังตระหนี่อยู่นี่ต้องเป็นเพราะยังไม่รู้ไม่เห็นอย่างองค์พระศาสดาทรงรู้ทรงเห็นแม้ส่วนน้อยแน่แท้เชียว  ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
ไตรสรณคมน์
วันที่ 25 ธ.ค. 2552 13:59 น.

การให้.....นอกจากจะเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขแก่บุคคลอื่นยังเป็นการขัดเกลา....ความยึดมั่นหวงแหนในทรัพย์สมบัติของตนด้วยการให้....จึงยังประโยชน์แก่ทั้งผู้ให้และผู้รับ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
จักรกฤษณ์
วันที่ 6 ม.ค. 2553 16:46 น.

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
คุณ
วันที่ 8 ม.ค. 2553 13:10 น.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
oom
oom
วันที่ 11 ม.ค. 2553 13:05 น.

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 ม.ค 53 ไปฟังธรรมทีมูลนิธิ มีท่านสมาชิกถามเรื่องผู้ไม่มีกิเลส ก็ ไม่รู้ว่าไม่มีกิเลส  ตอนแรกดิฉันก็สงสัยเหมือนกัน  พอท่านอาจารย์ตอบปัญหาว่า คือ ผู้ที่ทำกุศลอยู่ แต่ก็ไม่รู้ลักษณะสภาพกุศลนั้นๆ ว่าเป็นกุศลหรือธรรมะ ดิฉันก็พึ่งเข้าใจ  ธรรมะของพระพุทธเจ้า ช่างละเอียดลึกซึ้งมากๆ  ถ้าไม่ได้ฟังธรรมก็คงไม่รู้  เหมือนที่มี  คนถามว่าใส่บาตรเพื่ออะไร ทั้งๆ ที่การใส่บาตรก็เป็นกุศลที่เป็นไปเพื่อการสละออกจึง  ให้ทานได้  แต่คนทำก็ไม่รู้ว่าเป็นกุศล  การฟังธรรมนี้เป็นประโยชน์จริงๆ จากที่ไม่เคย  เข้าใจ ก็ทำให้เข้าใจยิ่งขึ้น  ขอให้ทุกท่านอย่าทิ้งการฟังธรรมค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
YANA
วันที่ 23 พ.ค. 2554 07:58 น.

การใส่บาตรเป็นการฝึกตนให้คุ้นเคยต่อการแบ่งปันเพื่อลดความตะหนี่ถี่เหนียวในตนให้เบาบางเป็นการขัดเกลากิเลสอย่างหนึ่งด้วย

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ