Print 
กามอารมณ์
 
คุณย่า
วันที่  16 ก.ย. 2552
หมายเลข  13573
อ่าน  4,017

พื้นฐานพระอภิธรรม          

อาทิตย์ ๒๖ ต.ค ๕๑

อรรณพ   วิถีจิต พระสูตร และชีวิตประจำวัน  แม้แรกๆ ของชีวิตหลังจากปฏิสนธิจิตเกิดขึ้น   ก็ยังไม่เป็นวิถีจิต  (มี)ภวังคก็เกิดสืบต่อวิถีจิตแรก " มโนทวาราวัชชนจิต "   เป็น ชวนปฏิปาทกมนสิการให้โลภมูลจิตเกิด    เห็นถึงกำลังของการสะสมโลภะมา  ว่ามากขนาดไหน    มากขนาดที่เรียกว่า  " วิถีจิตวิถีแรกชวนปฏิปาทก-มนสิการ" นั้น  ก็เป็นบาทเฉพาะให้โลภะเกิด ไม่ว่าจะเกิดในนรกเป็นสัตว์เดรัจฉาน     ในภพภูมิใดที่มีการเกิดขึ้นของจิต เจตสิกและ หลังจากนั้น ชีวิตเป็นอย่างไร   พระสูตร พระอภิธรรม ท่านก็แสดงอยู่แล้ว

      ในเรื่องของกามๆ ก็มีทั้ง “วัตถุกาม” คือ โลกามิส ก็คือ รูปเสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ   ถามว่า ปรากฏทางไหน ปรากฏทางตา หู......กาย เป็นวิถีจิตที่รู้ วัตถุกามเหล่านี้ใช่ไหม   และถามที่ท่านอธิบายไว้ในพระสูตร  กามก็คือโลภะ ความยินดี พอใจ ติดข้อง เป็น “กิเลสามิส” แล้วก็ทรงแสดงความต่างของกาม ความต่างของกามเป็นไฉน ก็คือความยินดีพอใจในรูป เสียง กลิ่น รสโผฏฐัพพะ ก็คือ โลภะ ที่เป็นไปในความพอใจ ในรูป เสียง กลิ่นรส โผฏฐัพพะ และธัมมารมณ์ ก็คือ ความติดข้อง พอใจทางตาหู จมูก ลิ้น กาย ใจ

ประทีป     สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้คุณอรรณพได้อธิบาย คำว่า อารมณ์ เป็นนามธรรมซึ่งติดข้องในตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ  ความเข้าใจของกระผมเท่านั้นนะ  แต่เนื่องจากสภาพธรรมเกิดดับอย่างรวดเร็วมาก  ทีละขณะ   ก็ยังมีความสังสัยว่า ในขณะใดก็ตามที่เป็นวิถีจิต  แล้วในขณะใดที่เป็นกามอารมณ์ มีความต่างกันอย่างไรถ้าหากว่าในชีวิตประจำวันนี้    แน่นอน  ทุกคนก็จะต้องได้ยิน...กระทบสัมผัส และเห็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด เห็นรูปธรรม เห็นรูปธรรมในขณะที่ได้ยินเสียงขณะนั้นเป็น "วิถีจิต"    ความเข้าใจในพื้นฐานแต่ถ้าสติไม่เกิด  หรือกุศลไม่เกิด  ก็จะติดข้อง หรือโกรธในถ้อยคำอันนั้น ความต่างกันตรงนี้แหละครับ วิถีจิตกับอารมณ์ต่างกันอย่างไร    อ. อรรณพช่วยกรุณาอธิบายให้เข้าใจลักษณะ  ทีละลักษณะ   ถ้าอย่างนั้นแล้วผมก็ยังเข้าใจว่า ในขณะที่ได้ยินเสียงนั้น   แล้วติดข้อง หรือว่าพอใจในเสียงนั้น  ชอบในเสียงนั้น ข้อความในเสียงนั้น หรือได้ยินเสียงนั้นแล้วโกรธในถ้อยคำนั้น  มาเสียดสีมาว่ากล่าว เรียบเคียงอะไรต่างๆ ช่วยกรุณาอธิบายตรงนี้พอให้เข้าใจได้ครับ

อรรณพ     อารมณ์คือสิ่งที่จิตรู้ทั้งปรมัตถ์อารมณ์และบัญญัติอารมณ์ ปรมัตถ์ก็มีทั้งนามธรรมและรูปธรรมที่เป็นอารมณ์ได้    ถ้าพูดถึงกามอารมณ์  ก็อารมณ์ที่เป็นกาม  ก็คือรูปคือสี สิ่งที่ปรากฏทางตาเป็นกามอารมณ์ เสีย....เย็น ร้อน อ่อน แข็ง  อันนี้เป็น  กาม-อารมณ์ที่เป็นรูปธรรม  ที่ปรากฏทางตา หู จมูก ลิ้น กาย  

       เพราะฉะนั้น  สิ่งที่เป็นกามอารมณ์  ก็คือ สี เสียง กลิ่น รสเย็น ร้อน อ่อน แข็ง  ตึง ไหว   ในขณะที่เป็นผลของกิจธุระ  จิตเห็นเกิดขึ้น  จิตเห็นก็รู้กาม โดยนัยของที่ท่านอาจารย์ท่านกล่าวโลกามิส ก็คือ รูป เสียง กลิ่น รส นี่ละครับ  เป็นอารมณ์  กิจธุระเป็นปัจจัยให้จิตเห็นสิ่งที่ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง  สีที่ปรากฏทางตาทั้งที่น่าพอใจและไม่น่าพอใจ  ก็เป็นกามและเป็นโลก เป็นอามิสทางโลกตา     เป็นเหยื่อเหมือนกันนะครับ  ชอบไหม   ชอบในสิ่งที่ปรากฏ ทางตา เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ   ทีนี้ถ้าพูดถึงว่าขณะที่เพียงเห็น ไม่มีโลภะเกิด  เพียงเห็นสี  สีนั้นจะน่าพอใจอย่างไรจิตเห็นเป็นเพียงผลของกิจธุระ  ที่เพียงรู้สิ่งนั้น  รู้แจ้งสิ่งนั้น  ยังไม่มีความพอใจติดข้องเกิดกับจิตเห็นเลย  แต่เมื่อจิตเห็นดับไปแล้ว  ก็มีจิตต่างๆ เกิดขึ้นจนถึง  ชวนะ ที่จะเป็นโลภะ หรือโทสะหรือจะเป็นกุสล หรือจะเป็นสติปัฐาน ก็เป็นคนละขณะกัน

      เพราะฉะนั้น กามอารมณ์ ก็คือ สิ่งที่กำลังปรากฏอยู่ในขณะนี้เป็นกามอารมณ์   สิ่งที่กำลังปรากฏ คือ กามอารมณ์   สำหรับพวกเราไม่ได้อยู่ในพรหมโลก

25511026 - G กามอารมณ์
K-word  อารมณ์, กาม, กามรมณ์


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 18 ก.ย. 2552 10:31 น.

    
    ขอเรียนถามท่านอาจารย์วิทยากรค่ะ  จากข้อความที่ว่า

 เพราะฉะนั้น   กามอารมณ์  ก็คือ   สิ่งที่กำลังปรากฏอยู่ในขณะนี้เป็นกามอารมณ์   สิ่งที่กำลังปรากฏ คือ กามอารมณ์   สำหรับพวกเราไม่ได้อยู่ในพรหมโลก

    สำหรับพวกเราไม่ได้อยู่ในพรหมโลก  มีความหมายว่าอย่างไรค่ะ ?

   ขอเรียนถามว่าพรหมบุคคลก็มีเห็น มีได้ยิน ท่านก็มีกามอารมณ์เหมือนกัน

ใช่ไหมค่ะ  และถ้าท่านเกิดในพรหมโลก ขณะที่ท่านเห็น ได้ยิน ขณะนั้นท่าน

ก็มีกามอารมณ์เป็นอารมณ์อยู่  ใช่หรือไม่ค่ะ   ขออนุโมทนาค่ะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
prachern.s
วันที่ 18 ก.ย. 2552 16:15 น.

เรียนความเห็นที่ ๑

ขณะนี้พวกเราไม่ได้อยู่ในพรหมโลก แต่อยู่ในกามโลก

ส่วนพรหมทั้งหลาย โดยภูมิเป็นพรหมภูมิ หรือพรหมโลก ในขณะที่พรหม

เห็น ได้ยิน อารมณ์ขณะนั้นเป็นกามอารมณ์  แต่ในขณะที่ท่านเข้าฌาน

อารมณ์เป็นมหัคคตารมณ์ ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 18 ก.ย. 2552 17:44 น.

ขอขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
opanayigo
วันที่ 18 ต.ค. 2552 20:21 น.

เพราะสะสมโลภะมามาก

และเหนียวแน่น

พอใจทุกอย่าง ติดข้องทุกอย่าง

   ....................................

อนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
pornpaon
วันที่ 18 ต.ค. 2552 20:56 น.

ขออนุโมทนาค่ะุ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
pamali
วันที่ 28 ธ.ค. 2554 08:47 น.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
kullawat
วันที่ 29 พ.ค. 2556 12:11 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 24 ต.ค. 2556 21:25 น.

ขอบคุณและขออนุโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ