ความจริงแห่งชีวิต...ตอนที่ ๑๔๖ จิตตสังเขป (โสภณจิต-อโสภณจิต)
 
พุทธรักษา
วันที่  14 ก.ย. 2552
หมายเลข  13530
อ่าน  1,317

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ปรมัตถธรรมสังเขป  จิตตสังเขป  และ ภาคผนวก โดย อาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์จัดพิมพ์เผยแพร่ โดย คณะกรรมการ ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎรเนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนม์พรรษา ครบ ๗๕ พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๕ จิตตสังเขป

   
 อกุศลจิต เกิดร่วมกับ อกุศลเจตสิกคือ  โลภเจตสิก  หรือ โทสเจตสิก  หรือ โมหเจตสิก ฉะนั้น  อกุศลจิต ไม่ใช่ โสภณจิต แน่นอน. เช่น  จักขุวิญญาณจิต (หรือ ทวิปัญจวิญญาณจิต ๑๐ ประเภท)ไม่ได้เกิดร่วมกับ โลภเจตสิก  หรือ โทสเจตสิก หรือ โมหเจตสิกและ โสภณ-เจตสิก ใด ๆ เลย.  จักขุวิญญาณ (เป็นต้น ) เกิดร่วมกับ เจตสิก เพียง  ๗  ประเภท เท่านั้น.!
คือ  

๑.   ผัสสเจตสิก  
๒.   เวทนาเจตสิก         
๓.   สัญญาเจตสิก         
๔.   เจตนาเจตสิก               
๕.  เอกัคคตาเจตสิก                
๖.   ชีวิตินทริยเจตสิก              
๗ . มนสิการเจตสิก

      เจตสิกทั้ง  ๗  ประเภท นี้  เป็น "สัพพจิตตสาธารณเจตสิก" หมายถึง  เจตสิก-อย่างน้อยที่สุด ที่ต้องเกิดกับ "จิต-ทุกขณะ-ทุกชาติ-ทุกประเภท" จิตแต่ละประเภทจะเกิดขึ้นโดยปราศจากเจตสิก  ๗  ประเภทนี้ ไม่ได้เลย.! ไม่ว่าจะเป็น อกุศลจิต  กุศลจิต  วิบากจิต  กิริยาจิตโลกุตตรจิต  หรือ จิตใด ๆ ก็ตาม เมื่อเกิดขึ้น ต้องมีเจตสิกทั้ง ๗ ประเภทนี้ (เป็นอย่างน้อยที่สุด) เกิดร่วมด้วยทุกครั้ง.
     เจตสิก  ๗  ประเภท ซึ่งเป็น "สัพพจิตตสาธารณเจตสิก" นี้เป็น "อัญญสมานาเจตสิก"หมายถึง เจตสิก ที่เกิดกับจิตประเภทใด ก็เสมอกับจิตประเภทนั้น.เช่น
เมื่อ สัพพจิตตสาธารณเจตสิก เกิดกับ อกุศลจิต  ก็เป็น อกุศลเจตสิกหรือ เมื่อเกิดกับ กุศลจิต ก็เป็น กุศลเจตสิก(วิบากจิต และ กิริยาจิต ก็โดยนัยเดียวกัน)เช่น จักขุวิญญาณจิต  (หรือ ทวิปัญจวิญญาณจิต ๑๐ ประเภท) เป็น วิบากจิต ซึ่งมีเพียง "สัพพจิตตสาธารณเจตสิก" เกิดร่วมด้วย เท่านั้น

     จักขุวิญญาณจิต จึงไม่มีโสภณเจตสิก หรือ อกุศลเจตสิกใด ๆ เกิดร่วมด้วยเลยฉะนั้น จักขุวิญญาณจิต จึงเป็น อ-โสภณจิต แต่ ไม่ใช่ อกุศลจิต.
     การศึกษาพระธรรม นั้น ควรเข้าใจโดยละเอียด ว่าแม้แต่  อกุศลธรรม และ อโสภณธรรม นั้น ต่างกันอย่างไร.!
     "อกุศลธรรม"  เป็นสภาพธรรมที่เลวทราม เป็นโทษและ เป็น "เหตุที่จะทำให้เกิดผล"ซึ่งเป็น "วิบากจิต-ที่ไม่น่าพอใจ-เป็นทุกข์"
     "อโสภณธรรม"เป็น "จิตและเจตสิก-ที่ไม่มี-โสภณเหตุ-เกิดร่วมด้วย"
     พระผู้มีพระภาคฯ ทรงแสดงธรรมโดยนัยต่าง ๆ ตามสภาพของธรรมนั้น ๆซึ่งผู้ศึกษา ควรพิจารณาโดยละเอียด เพื่อให้เข้าใจถูกต้อง ตามสภาพธรรมนั้น ๆ  เมื่อทรงแสดง โดย ธรรม ๓ หมวดคือ  กุศลธรรม  อกุศลธรรม  อัพยากตธรรม. จึงควรทราบว่า"กุศลธรรม" เป็นสภาพธรรมที่เป็น "เหตุให้เกิด-กุศลวิบากจิต""อกุศลธรรม"  เป็นสภาพธรรมที่เป็น "เหตุให้เกิด-อกุศลวิบากจิต"
     "อัพยากตธรรม" เป็นสภาพธรรมที่ไม่ใช่กุศล และ ไม่ใช่อกุศล.  
อัพยากตธรรม คือ  วิบากจิต  วิบากเจตสิก  กิริยาจิต   รูป  และ  นิพพาน.  ฉะนั้น อัพยากตธรรม  จึงไม่ได้เป็นเฉพาะ จิตและเจตสิก-ที่เป็นชาติวิบาก และ ชาติกิริยาแต่หมายความว่า รูปปรมัตถ์ และ นิพพานปรมัตถ์  ก็เป็น อัพยากตธรรม ด้วย แต่  รูปปรมัตถ์ และ นิพพานปรมัตถ์เป็น กุศลธรรม และ อกุศลธรรม ไม่ได้เพราะว่า รูปปรมัตถ์ และ นิพพานปรมัตถ์ ไม่ใช่จิต และ ไม่ใช่เจตสิกเมื่อกล่าวโดยนัยของ ปรมัตถธรรม ๔.
     เมื่อทรงแสดงประเภทของธรรม โดยหมวด  ๓ ก็ทรงแสดง โดย ปรมัตถธรรมทั้ง ๔. แต่เมื่อทรงแสดงธรรม โดยประเภทของจิต โดยชาติ ๔หมายถึง จิต และ เจตสิก เท่านั้น. ประเภทของจิต โดยชาติ (คือ การเกิด)  ๔ นั้นจำแนกดังนี้ คืออกุศลจิต และ อกุศลเจตสิก ที่เกิดร่วมกันเป็น อโสภณจิต.
กุศลจิต และ กุศลเจตสิก ที่เกิดร่วมกันเป็น โสภณจิต.

     วิบากจิต และ กิริยาจิตขณะใด ที่ไม่มีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วยคือ  อโลภเจตสิก  อโทสเจตสิก  และ ปัญญาเจตสิก เกิดร่วมด้วยวิบากจิต และ กิริยาจิตขณะนั้นเป็น อโสภณวิบากจิต และ อโสภณกิริยาจิต
     สำหรับ วิบากจิต และ กิริยาจิต ขณะใด ที่มีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วยคือ อโลภเจตสิก  อโทสเจตสิก และ ปัญญาเจตสิก เกิดร่วมด้วยวิบากจิต และ กิริยาจิต ขณะนั้นเป็น โสภณวิบากจิต และ โสภณกิริยาจิต.
     ทวิปัญจวิญญาณจิต  ๑๐  ประเภทมีเพียง "สัพพจิตตสาธารณเจตสิก" เกิดร่วมด้วย เท่านั้น.
ฉะนั้น ทวิ-ปัญจ-วิญญาณจิต  จึงเป็น อโสภณจิตเพราะไม่มี โสภณจิต เกิดร่วมด้วย.

และ จิตอื่น ๆ  นอกจาก ทวิปัญจวิญญาณจิต  ๑๐  ประเภทนี้จิตขณะใดที่ไม่มี โสภณเจตสิก เกิดร่วมด้วย ก็เป็น อโสภณจิต ทั้งสิ้น.!
     ฉะนั้น กุศลวิบากจิต จึงไม่ใช่ โสภณจิตทุกประเภทหมายความว่า กุศล-วิบากจิต ที่มีโสภณ-เจตสิก เกิดร่วมด้วย เป็น โสภณจิตกุศล-วิบากจิต ที่ไม่มีโสภณ-เจตสิก เกิดร่วมด้วย ไม่ใช่ โสภณจิต.
นี่เป็นความต่างกันของจิตแต่ละขณะ ในชีวิตประจำวัน.!

ขออนุโมทนาขออุทิศกุศล แด่ คุณพ่อ คุณแม่ และ สรรพสัตว์.



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
aurasa
aurasa
วันที่ 22 เม.ย. 2554
ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ
 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ