ก่อนที่วันนั้นจะมาถึง เราควรทำอะไร
 
Guest
วันที่  19 ส.ค. 2552
หมายเลข  13261
อ่าน  3,821

     แต่ละบุคคลที่เกิดมา ล้วนมีความตายเป็นที่สุดด้วยกันทั้งนั้น ไม่มีใครหลีกพ้นได้ขึ้นอยู่กับว่าจะตายช้าหรือตายเร็วเท่านั้น  ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่  บุคคลรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นบิดามารดา  หรือญาติพี่น้องเป็นต้น  ย่อมสามารถเป็นที่พึ่ง สามารถช่วยเหลือทำกิจต่าง ๆให้แก่เราได้ แต่พอถึงเวลาตายมาถึง  บุคคลเหล่านี้ ไม่สามารถที่จะช่วยต้านทานไว้ได้เลย  
     ดังนั้น ในเมื่อทุกคนต้องตายอย่างแน่นอน จึงควรพิจารณาอยู่เสมอว่า  ก่อนที่วันนั้นจะมาถึง เราควรทำอะไร เรื่องตาย  ไม่ใช่เรื่องใหญ่  เพราะเป็นเพียงจิตขณะเดียว ที่เกิดขึ้นทำให้เคลื่อนจากความเป็นบุคคลนี้ในชาตินี้ ไม่สามารถกลับมาเป็นบุคคลนี้ได้อีก  ขณะนี้จิตที่ว่านั้น (จุติจิต) ยังไม่เกิด  แต่จะเกิดขึ้นเมื่อใดไม่มีใครทราบได้  ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่นี้  จึงเป็นขณะที่สำคัญ ดังนั้น  การฟังพระธรรมศึกษาพระธรรม อบรมเจริญปัญญา  สะสมกุศลในชีวิตประจำวัน ตามกำลัง  ย่อมเป็นสิ่งที่สมควร  ครับ  


Tag  กุศล ความตาย จิต จุติจิต ชาตินี้ ชีวิต ชีวิตประจำวัน ช่วยเหลือ ญาติพี่น้อง ตามกำลัง ต้านทาน

  ความคิดเห็นที่ 1  
 
Pongpat
วันที่ 19 ส.ค. 2552

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
K
K
วันที่ 19 ส.ค. 2552

ก่อนที่วันนั้นจะมาถึง เราควรทำอะไร

ทรัพย์ที่มีค่าของผู้ที่เรือนถูกไฟไหม้ คือ ทรัพย์ที่นำออกจากกองไฟไปได้ ทรัพย์ที่มีค่าของผู้ที่มีความตายเป็นเบื้องหน้า  คืออริยทรัพย์อันได้แก่ ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา หิริ  และโอตตัปปะ

ก่อนที่วันนั้นจะมาถึง เราควรทำอะไร

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
pornpaon
วันที่ 19 ส.ค. 2552

ขออนุโมทนาค่ะุ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
aiatien
aiatien
วันที่ 19 ส.ค. 2552

ขออนุโทนาครับ  

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
opanayigo
วันที่ 19 ส.ค. 2552

เชิญคลิกอ่านได้ที่

ท่านทั้งหลายอย่าได้ล่วงเลยขณะไปเลย [อักขณสูตร]

อนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
suwit02
วันที่ 20 ส.ค. 2552

สาธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 23 ส.ค. 2552

ก่อนที่วันนั้นจะมาถึง เราควรทำอะไร?

     สิ่งที่สำคัญคือขณะนี้  ไฟกำลังไหม้ศีรษะอยู่  ก็ยังไม่รู้  ก็ยังประมาทอยู่ ยังคงเพลิดเพลินอยู่ ขณะที่เพลิดเพลินอยู่ทุกขณะรู้หรือไม่ว่าสังสารวัฎฎ์ก็ยึดยาวต่อไปอีก...   ขณะนี้ประมาทไม่ได้เลย  ถึงเวลาที่จะฟังพระธรรม  อบรมเจริญความเข้าใจถูกเห็นถูกในสิ่งที่มีอยู่จริงที่กำลังปรากฎขณะนี้ เพื่อละความไม่รู้  ปัญญาที่ค่อย ๆ อบรมขึ้นย่อมมีความละอาย เกรงกลัวต่ออกุศลกรรม   ค่อย ๆ ขัดเกลากิเลสที่มีอยู่อย่างมากมาย และไม่ประมาทที่จะอบรมเจริญกุศลทุกประการก่อนที่วันนั้นจะมาถึง... 

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านค่ะ    ...

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
hadezz
วันที่ 28 ส.ค. 2552

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
peneda357
วันที่ 6 ก.ย. 2552

ขออนุโมทนาค่ะุ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
homenumber5
วันที่ 25 ต.ค. 2552

จำมาจากพระไตรปิฎกว่า

     การเกิดเป็นมนุษย์ แสนยาก การเกิดมาพบพระพุทธเจ้าแสนยาก การเกิดมาพบพระธรรมของพระพุทธเจ้าแสนยาก สมควรยิ่งที่ต้องสิกขาธรรมให้ยิ่งยวดทั้งที่สมอง วัยยังอำนวยให้ 

     อีกประการพระอภิธรรมนั้นทำให้ผู้ฟังบรรลุธรรมมากมาย และหากสามารถฟังธรรมจนบรรลุโสดาบันได้ จะสามารถกั้นมิให้ไปปฏิสนธิในอบายภูมิได้แม้ว่าจะยากก็ต้องเริ่มต้นและพากเพียรค่ะ  ต้องมีกัลยาณมิตรในธรรมคือพระพุทธเจ้า พระธรรม คือพระไตรปิฎก อรรถกถาจารย์ต่างๆ เริ่มต้นที่การสร้างกุสลกัมบถ ๑๐ อย่างถูกต้องตามพระธรรมวินัย

     ชาตินี้ได้เป็นคน ที่มีโอกาสสิกขาธรรม ยังไม่รู้ว่าต่อไปจะเกิดเป็นอะไร น่ากลัวนะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
อภิรมย์
วันที่ 10 พ.ค. 2553

ขออนุโมทนาค่ะุ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
pamali
วันที่ 4 ส.ค. 2553

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
SOAMUSA
วันที่ 28 ก.ย. 2553

ขออนุโมทนาบุญด้วยกับทุกท่านค่ะ ขอบคุณค่ะ  

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
ผิน
วันที่ 29 ก.ย. 2553

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
ประสาน
วันที่ 30 ก.ย. 2553

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
คุณ
วันที่ 30 ก.ย. 2553

ขออนุโมทนาค่ะุ

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
เซจาน้อย
วันที่ 10 มี.ค. 2554

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 2 เม.ย. 2554
ขอขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 19  
 
jaturong
วันที่ 4 เม.ย. 2555

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 20  
 
Komsan
วันที่ 6 เม.ย. 2555

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 21  
 
homenumber5
วันที่ 7 เม.ย. 2555

ขออนุโมทนาทุกท่าน

    ได้รับฟังการอบรมธรรม เข้าใจว่า ชาตินี้เป็นผล (วิปาก) ของอดีตชาตื แต่ ตา หูจมูกลิ้น กาย ใจ ของคนเราชาตินี้สิที่เป็งผ่านให้ สิ่งที่รับรู้รับทราบผ่านอวัยวะเหล่านีไปก่อเกิดภพชาติอีกไม่จบสิ้น คำถามคือ ทำอย่างไรจะพ้นการก่อภพชาติ พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้ธรรมอันเป็นทางพ้นจากวัฏฏสงสาสรคือการก่อภพชาติแล้วและทรงแสดงไว้ในพระไตรปิฎกแล้วมากกว่า ๒๖๐๐ปี ในสมัยปัจจุบัน คนมีทั้งคอมพิวเตอร์ มี mp3 mp 4 you tube internet

     เรียกได้ว่า คน มีอิทฤทธิ์ ที่จะสื่อสาร กันมากกว่า ยุค 100ปี ก่อน เป็นโอกาสดีมากๆที่คนจะมาสิกขาพระธรรม กันให้จริงๆจังๆ ไม่ว่าโลกใบนี้จะแตกไม่แตก แต่เวลาทุกคนเหลือน้อยลงตามวัยแล้ว จะมั่นใจได้อย่างไรว่า จะได้เกิดมา มี ตา หู สมอง เป็นคน ที่สามารถเรียนและสิกขาพระธรรมได้ หรือมีโอกาสพบพระพุทธศาสนา จำเป็นที่ชาติปัจจุบันต้องสะสม บุญตามบุญญกิริยาวัตถุ 10 เพื่อเป็นการสร้างกุสลวิปากให้ชาติในอนาคตได้มีโอกาสพบพระพุทธศาสนาอีก

      โลกเราทุกวันนี้ มีอุบัติภัยมากมาย สงครามก็กำลังก่อตัวอย่างเงียบๆทุกหัวมุมโลกก็ว่าได้ ประเทศไทยที่ว่าเป็นเมืองยิ้ม ก็มีการประหัตประหารกันทั้งด้วยอาวุธ ด้วยระเบิดด้วยวาจา เด็กๆวัยรุ่นมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมทั้งการเสพยา มีบุตรก่อนวัยทำงาน ท่านที่เป็นหัวหน้าครอบครัว หัวหน้าชุมชน อย่านิ่งนอนใจเลย สังคมไทยกำลังมีไฟโลกันต์ (คือไฟโลภะ ไฟโทสะ ไฟโมหะ) โหมอยู่เวลานี้ ขอให้ท่านตระหนักถึงไฟนี้ แล้วหันมา ฟังธรรมและช่วยกันประคับประคองพระพุทธศาสนา ช่วยกันสร้างสังคมชาวพุทธ ให้เป็นแบบอย่าง ต่อไป หาไม่ เวลาผ่านไป จะทอดถอนใจอเนจอนาถกับสังคมโดยรอบ ก็สายเกินกาลแล้ว

 
  ความคิดเห็นที่ 22  
 
homenumber5
วันที่ 7 เม.ย. 2555

พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔- หน้าที่ 453           

     ชนเหล่าใด    เกิดในมนุษยโลกแล้ว   เมื่อพระตถาคตทรงประกาศสัทธรรม ไม่เข้าถึงขณะ ชนเหล่านั้นเชื่อว่าล่วงขณะ  ชนเป็นอันมากกล่าวเวลาที่เสียไปว่า  กระทำอันตรายแก่ตน  พระตถาคตเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นในโลก  ในกาลบางครั้งบางคราว  การที่พระตถาคตเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นใน โลก ๑   การได้กำเนิดเป็นมนุษย์ ๑   การแสดงสัทธรรม ๑   ที่จะพร้อมกันเข้าได้  หาได้ยากใน โลก  ชนผู้ใคร่ประโยชน์  จึงควรพยายามในกาล ดังกล่าวมานั้น  ที่ตนพอจะรู้จะเข้าใจสัทธรรมได้ ขณะอย่าล่วงเลยท่านทั้งหลายไปเสีย  เพราะ บุคคลที่ปล่อยเวลาให้ล่วงไปพากันยัดเยียดใน  นรก   ก็ย่อมเศร้าโศก  หากเขาจะไม่สำเร็จอริยมรรค  อันเป็นธรรมตรงต่อสัทธรรมในโลกนี้ได้เขาผู้มีประโยชน์อันล่วงเสียแล้ว  จักเดือดร้อนสิ้นกาลนาน  เหมือนพ่อค้าผู้ปล่อยให้ประโยชน์ล่วงไป  เดือดร้อนอยู่  ฉะนั้น คนผู้ถูกอวิชชาหุ้มห่อไว้  พรากจากสัทธรรม จักเสวยแต่สงสารคือ  ชาติและมรณะสิ้นกาลนาน  ส่วนชนเหล่าใด  ได้อัตภาพเป็นมนุษย์แล้ว เมื่อพระตถาคตประกาศสัทธรรม ได้กระทำแล้ว จักกระทำ หรือ กระทำอยู่  ตามพระดำรัสของพระศาสดา  ชนเหล่านั้นชื่อว่าได้ประสบขณะ คือ การประพฤติพรหมจรรย์อันยอดเยี่ยมในโลก ชนเหล่าใด ดำเนินไปตามมรรคา  ที่พระตถาคตเจ้าทรงประกาศแล้ว  สำรวมในศีลสังวรที่พระตถาคตเจ้าผู้มีจักษุเป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระอาทิตย์  ทรงแสดงแล้ว คุ้มครองอินทรีย์  มีสติทุกเมื่อ   ไม่ชุ่มด้วยกิเลส   ตัดอนุสัยทั้งปวงอันแล่นไปตามกระแสบ่วงมาร  ชนเหล่านั้นแล บรรลุความสิ้นอาสวะถึงฝั่ง คือ นิพพานในโลกแล้ว. 

 
  ความคิดเห็นที่ 23  
 
เข้าใจ
เข้าใจ
วันที่ 13 พ.ค. 2555

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ขอขอบพระคุณท่านผู้รู้และมีปัญญาที่นำความคิดเห็นดีๆมาให้อ่านครับ

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 24  
 
swanjariya
วันที่ 27 ก.ค. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 25  
 
papon
papon
วันที่ 30 ก.ค. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 26  
 
tanrat
tanrat
วันที่ 26 ส.ค. 2557

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 27  
 
สิริพรรณ
วันที่ 24 พ.ย. 2557

การศึกษาพระธรรมต้องเป็นผู้ละเอียด

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 28  
 
นกขมิ้น
วันที่ 28 พ.ย. 2557

สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ

 
  ความคิดเห็นที่ 29  
 
yupares
วันที่ 12 ม.ค. 2558

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 30  
 
thilda
วันที่ 13 มี.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 31  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 16 มี.ค. 2559

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ