Print 
ไม่ประกอบด้วยปัญญา
 
คุณย่า
วันที่  4 ก.ค. 2552
หมายเลข  12823
อ่าน  1,863


สนทนาธรรมที่มูลนิธิ  พื้นฐานพระอภิธรรมอาทิตย์ที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๑


อร.        จากที่ท่านอาจารย์ตอบจะพบว่า กิเลสอกุศลความไม่รู้นี้มีมากมายอาจารย์บอกว่าต้องตั้งต้นที่เห็นถูกในสภาพธรรม   เมื่อไรที่ยังเห็นผิด เข้าใจผิด ก็เหมือนอย่างคำถามว่าพอพูดถึงอนัตตาและอิสระ  คำถามนี้ ก็ดูเหมือนว่าลืมว่าธรรมเป็นอนัตตา  เพราะเต็มไปด้วยเรื่องราวของความคิด   ซึ่งจริงๆแล้วคือสภาพธรรม  มีแค่นี้คือ 6 ทาง  จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ที่คิดไป  และคิดก็คิดไปตามการสะสมด้วย   ซึ่งท่านอาจารย์ก็เน้นมาตลอด   ต้องเริ่มต้นจากการเห็นถูกเข้าใจถูกในสภาพธรรม    ซึ่งผู้ฟังก็ยังเต็มไปด้วย สัตว์,บุคคล,ตัวตน  (ยัง)ไม่ใช่ทุกอย่างเป็นธรรมซึ่งเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยอ.จ.       พระเจ้าพิมพิสาร ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินแห่งแคว้นมคธ   เป็นพระโสดาบันยังเป็นพระเจ้าแผ่นดินได้  ชีวกโกมารภัทรเป็นหมอเป็นพระโสดาบันยังรักษาพระภิกษุได้คนอื่นๆ ด้วย    วิสาขามีคารมาดา(และ)ท่านอนาถบิณ-ฑิกเศรษฐีก็เป็นพ่อค้านักธุรกิจก็เป็นพระโสดาบันแล้ว    จะไปคิดว่าจะไม่ทำอะไรยังไงหรือคะ   ให้ทราบว่าแต่ละชีวิตเกิดในขณะที่ปฏิสนธิประมวลมาซึ่งกรรมและสิ่งซึ่งมีปัจจัยที่จะเกิดขึ้นเป็นไปในชาตินั้นตามที่ได้ประมวลมา        สำหรับปฏิสนจิตในขณะนั้น    เมื่อเกิดเป็นคน  ก็เป็นผลของกุศลกรรมประกอบด้วยปัญญาและไม่ประกอบด้วยปัญญา    อันนี้ก็ต่างกันนัยหนึ่งนะคะก็จะเห็นได้ถึงแต่ล่ะบุคคลมีความสนใจมีความเข้าใจธรรม   มีการศึกษาประ-พฤติปฏิบัติละเอียดขึ้นหรือเปล่า  ก็แสดงให้เห็นว่าเป็นไปตามการสะสม  เราจะทำให้คนที่เขาไม่ได้สะสมปัญญา  ให้เขามีความเข้าใจธรรม   จนกระทั่งมีความสามารถที่จะรู้แจ้งสภาพธรรมได้ไหม ? ...ก็ไม่ได้   เพราะฉะนั้น ถ้าเขามีฉันทะมีความพอใจที่จะเป็นนักดนตรี  ที่จะเป็นนักกฎหมาย  ที่จะเป็นวิศวกรจะไปเปลี่ยนความที่เขาสะสมมาที่จะมีฉันทะในทางนั้นๆ ได้ไหม ? ...ก็ไม่ได้เพราะฉะนั้นก็แสดงให้เห็นว่าการสะสมมาทั้งหมดในแสนโกฏิกัปนี้น่ะคะ     ก็ประมวลมาที่จะทำให้ปฏิสนธิจิตเกิดขึ้น     เป็นไปพร้อมด้วยสิ่งที่ได้สะสมมาต่างๆ กันไป  ไม่ต้องคิดว่าเป็นพระโสดาบันแล้วจะไม่ช่วยใครหรือว่าเป็นพระสกทาคามีแล้ว   จะไม่ทำประโยชน์ ...ไม่ใช่อย่างนั้นเลยค่ะ   คนที่ไม่รู้ความจริงอกุศลมาก  อกุศลเป็นประโยชน์แก่ใครแม้กับตัวเองหรือคนอื่นก็ไม่ใช่ ใช่ไหมค่ะแต่เวลาที่กุศลเกิดขึ้นไม่ใช่กับตัวเองเท่านั้น ยังเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นด้วย เพราะฉะนั้นก็ไม่หวั่นไหวเลยนะคะในเรื่องของการที่ว่าเมื่อรู้สภาพธรรมแล้ว   จะไม่เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น หรือที่ใช้  คำว่า สังคมแต่จะเป็นผู้ที่หนักแน่นมั่นคงในธรรมที่เป็นกุศล   มีชีวิตที่ไม่เป็นไปในทางที่ทุจริตแต่กว่าจะถึงอย่างนั้นนะคะ    ภาวนาธิษฺฐานชีวิตเป็นผู้ที่ถึงพร้อมด้วย  การอบรมที่มั่นคงเพื่อที่จะได้รู้ความจริงด้วยการดำเนินชีวิตที่เป็นสัมมาอาชีวะๆ นี้   กาย วาจาสุจริตด้วยนะคะรวมทั้งการอาชีพ ถ้าเป็นอย่างนี้ก็วันหนึ่งก็สามารถที่จะอบรมเจริญปัญญายิ่งๆ ขึ้น  แล้วก็ล่ะอกุศลได้ตามกำลังของปัญญา
                
G-007 25511012-ไม่ประกอบด้วยปัญญา      


Tag  ปัญญา 
  ความคิดเห็นที่ 1  
 
aiatien
aiatien
วันที่ 5 ก.ค. 2552 20:35 น.

   ขออนุโมทนาครับ  

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
h_peijen
h_peijen
วันที่ 5 ก.ค. 2552 21:34 น.

ขออนุโมทนาค่ะุ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 5 ก.ค. 2552 21:45 น.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
pradit
วันที่ 8 ก.ค. 2552 19:28 น.

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
pamali
วันที่ 11 ต.ค. 2553 14:28 น.
ขออนุโมทนาค่ะ สาธุ
 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
nopwong
nopwong
วันที่ 23 ธ.ค. 2555 05:30 น.

ขออนุโมทนา

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ