พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด
 
เมตตา
เมตตา
วันที่  3 มิ.ย. 2552
หมายเลข  12567
อ่าน  3,536

  บุคคลนั้นเมื่อเห็นภัยในความสนิทสนม  พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด  คำว่า ภัย  ได้แก่ ชาติภัย  ชราภัย  พยาธิภัย  มรณภัย  ราชภัย  โจรภัย  อัคคีภัย  ภัย คือ-

การติเตียน  ภัย คือ การติเตียนของผู้อื่น  ภัย คือ อาชญา  ภัย คือ ทุคติ  เป็นต้น

  ขอเรียนถามท่านอาจารย์วิทยากรว่า   พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด มี

ความหมายอย่างไรค่ะ  ขอขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 


  ความคิดเห็น 1  
 
prachern.s
วันที่ 4 มิ.ย. 2552

ความหมายทั่วๆ ไปหมายถึง อยู่คนเดียว ไปคนเดียว ไม่มีเพื่อน และผู้เดียว ยังหมายถึง ละตัณหาได้ ปราศจากกิเลส ไม่มีกิเลสตัณหา ดังนั้นคำว่า ผู้เดียว จึงมีอรรถทั้งสองนัยครับ

 
  ความคิดเห็น 2  
 
ทศพล.com
วันที่ 4 มิ.ย. 2552

ผมเป็นคนขี้เหงา  เข้าใจตัวเองดี  ว่าเที่ยวไปคนเดียวเหมือน  นอแรดไม่ได้ เอาฟังและค่อยๆ   เข้าใจก่อน  ไม่ต้องรีบร้อน

 
  ความคิดเห็น 3  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 4 มิ.ย. 2552

ถ้าบุคคลไม่ได้มิตรสหายเสมอหรือดีกว่าตน  พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรดฉะนั้น 

เพราะคุณของความเป็นสหายของคนพาลไม่มีค่ะ คนที่อยู่คนเดียว  คนที่ไปไหนมา

ไหนคนเดียว หรือทำอะไรคนเดียว  แต่ถ้ายังคิดถึงคนโน้มคนนี้ก็ชื่อว่ามีเพื่อนสองค่ะ

ภิกษุผู้ไม่ประกอบด้วยความเพลิดเพลินและความเกี่ยวข้อง เราเรียกว่ามีปกติอยู่ผู้เดียว 

 
  ความคิดเห็น 4  
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่ 4 มิ.ย. 2552

 พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๕ - หน้าที่ 227
 
บุคคลปรารภความเพียรเพื่อบรรลุ

ปรมัตถประโยชน์ 
  มีจิตไม่หดหู่  มีความ

 ประพฤติไม่เกียจคร้าน มีความบากบั่นมั่นคง

 ถึงพร้อมแล้วด้วยกำลังกายและกำลังญาณ

  พึงเที่ยวไปผู้เดียว  เหมือนนอแรด ดังนี้.เป็นข้อความจากพระไตรปิฎก...ผู้เดียวหมายถึง ละตัณหาได้ ปราศจากกิเลส ไม่มีกิเลสตัณหาและอีกความหมายทั่วๆ ไปหมายถึง อยู่คนเดียว ไปคนเดียว ไม่มีเพื่อน เชิญคลิกอ่าน....ผู้เที่ยวไปคนเดียวเหมือนนอแรด [ขัคควิสาณสูตร] 

 
  ความคิดเห็น 5  
 
michii
วันที่ 4 มิ.ย. 2552
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็น 6  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 4 มิ.ย. 2552

   

เข้าใจชัดเจนมากค่ะ

ขอขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็น 7  
 
ไตรสรณคมน์
วันที่ 4 มิ.ย. 2552

เอ.....จะขัดแย้งกับข้อความในพระสูตรนี้มั้ยค่ะ.....ท่านวิทยากร

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่มที่ ๔๑  - หน้าที่ ๔๔๖ 

"การนอนจนตะวันขึ้น  (นอนตื่นสาย)  ความ   เกียจคร้าน   ความดุร้าย   การผัดวันประกันพรุ่ง   การ   เดินทางไกลของคนคนเดียว  การเข้าไปเสพภรรยาของ ผู้อื่น  พราหมณ์  ท่านจงเสพกรรม ๖ อย่าง  นี้เถิด,   สิ่งมิใช่ประโยชน์  [ความพินาศ]  จักมีแก่ท่าน."

เข้าใจว่า  ท่านคงแสดงโดยนัยที่่ต่างกันใช่มั้ยค่ะ?

 
  ความคิดเห็น 8  
 
suwit02
วันที่ 4 มิ.ย. 2552

อ้างอิงจาก : หัวข้อ 12567 ความคิดเห็นที่ 7 โดย ไตรสรณคมน์

เอ.....จะขัดแย้งกับข้อความในพระสูตรนี้มั้ยค่ะ.....ท่านวิทยากร

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่มที่ ๔๑  - หน้าที่ ๔๔๖ 

"การนอนจนตะวันขึ้น  (นอนตื่นสาย)  ความ   เกียจคร้าน   ความดุร้าย   การผัดวันประกันพรุ่ง   การ   เดินทางไกลของคนคนเดียว  การเข้าไปเสพภรรยาของ ผู้อื่น  พราหมณ์  ท่านจงเสพกรรม ๖ อย่าง  นี้เถิด,   สิ่งมิใช่ประโยชน์  [ความพินาศ]  จักมีแก่ท่าน."

เข้าใจว่า  ท่านคงแสดงโดยนัยที่่ต่างกันใช่มั้ยค่ะ?


ผมไม่ใช่วิทยากร แต่ขออนุญาตแสดงความเห็นว่า

ถ้อยคำในกระทู้นี้ และ ในกระทู้

ผู้เที่ยวไปคนเดียวเหมือนนอแรด [ขัคควิสาณสูตร] นั้น

เป็นถ้อยคำของพระปัจเจกพุทธเจ้า (หากไม่นับพระศาสดาแล้ว)

ซึ่งเป็นบรรพชิตผู้เลิศกว่าบรรพชิตทั้งปวง

ส่วนพระคาถาที่ยกมานั้น พระศาสดาทรงแสดงแก่ คฤหัสถ์ ไม่ใช่บรรพชิต

อนึ่ง ในการเดินทางไกล พระศาสดาทรงอนุญาตให้พระภิกษุ

เดินทางไปกับชาวเกวียนได้ด้วย

ขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ