Print 
พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด
 
เมตตา
เมตตา
วันที่  3 มิ.ย. 2552
หมายเลข  12567
อ่าน  2,326

     บุคคลนั้นเมื่อเห็นภัยในความสนิทสนม  พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด  คำว่า ภัย  ได้แก่ ชาติภัย  ชราภัย  พยาธิภัย  มรณภัย  ราชภัย  โจรภัย  อัคคีภัย   ภัย คือ-

การติเตียน   ภัย คือ การติเตียนของผู้อื่น   ภัย คือ อาชญา   ภัย คือ ทุคติ  เป็นต้น

      ขอเรียนถามท่านอาจารย์วิทยากรว่า     พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด  มี

ความหมายอย่างไรค่ะ   ขอขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
prachern.s
วันที่ 4 มิ.ย. 2552 06:07 น.

ความหมายทั่วๆไปหมายถึง อยู่คนเดียว ไปคนเดียว ไม่มีเพื่อน และผู้เดียว ยังหมายถึง ละตัณหาได้ ปราศจากกิเลส ไม่มีกิเลสตัณหา ดังนั้นคำว่า ผู้เดียว จึงมีอรรถทั้งสองนัยครับ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
ทศพล.com
วันที่ 4 มิ.ย. 2552 10:23 น.

ผมเป็นคนขี้เหงา   เข้าใจตัวเองดี   ว่าเที่ยวไปคนเดียวเหมือน   นอแรดไม่ได้ เอาฟังและค่อยๆ   เข้าใจก่อน     ไม่ต้องรีบร้อน

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 4 มิ.ย. 2552 11:18 น.

ถ้าบุคคลไม่ได้มิตรสหายเสมอหรือดีกว่าตน  พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรดฉะนั้น 

เพราะคุณของความเป็นสหายของคนพาลไม่มีค่ะ คนที่อยู่คนเดียว  คนที่ไปไหนมา

ไหนคนเดียว หรือทำอะไรคนเดียว  แต่ถ้ายังคิดถึงคนโน้มคนนี้ก็ชื่อว่ามีเพื่อนสองค่ะ

ภิกษุผู้ไม่ประกอบด้วยความเพลิดเพลินและความเกี่ยวข้อง เราเรียกว่ามีปกติอยู่ผู้เดียว 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่ 4 มิ.ย. 2552 13:41 น.

 พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๕ - หน้าที่ 227
                     
           บุคคลปรารภความเพียรเพื่อบรรลุ
               
ปรมัตถประโยชน์ 
    มีจิตไม่หดหู่      มีความ

 ประพฤติไม่เกียจคร้าน มีความบากบั่นมั่นคง

  ถึงพร้อมแล้วด้วยกำลังกายและกำลังญาณ

  พึงเที่ยวไปผู้เดียว   เหมือนนอแรด ดังนี้.เป็นข้อความจากพระไตรปิฎก...ผู้เดียวหมายถึง ละตัณหาได้ ปราศจากกิเลส ไม่มีกิเลสตัณหาและอีกความหมายทั่วๆไปหมายถึง อยู่คนเดียว ไปคนเดียว ไม่มีเพื่อน เชิญคลิกอ่าน....ผู้เที่ยวไปคนเดียวเหมือนนอแรด [ขัคควิสาณสูตร]  

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
michii
วันที่ 4 มิ.ย. 2552 15:58 น.
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 4 มิ.ย. 2552 19:13 น.

          

เข้าใจชัดเจนมากค่ะ

ขอขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
ไตรสรณคมน์
วันที่ 4 มิ.ย. 2552 22:14 น.

 

เอ.....จะขัดแย้งกับข้อความในพระสูตรนี้มั้ยค่ะ.....ท่านวิทยากร

 

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่มที่ ๔๑  - หน้าที่ ๔๔๖ 

 

"การนอนจนตะวันขึ้น  (นอนตื่นสาย)  ความ               เกียจคร้าน    ความดุร้าย    การผัดวันประกันพรุ่ง    การ               เดินทางไกลของคนคนเดียว  การเข้าไปเสพภรรยาของ               ผู้อื่น        พราหมณ์  ท่านจงเสพกรรม ๖ อย่าง   นี้เถิด,               สิ่งมิใช่ประโยชน์  [ความพินาศ]     จักมีแก่ท่าน."

 

เข้าใจว่า  ท่านคงแสดงโดยนัยที่่ต่างกันใช่มั้ยค่ะ?

 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
suwit02
วันที่ 4 มิ.ย. 2552 23:00 น.
อ้างอิงจาก : หัวข้อ 12567 ความคิดเห็นที่ 7 โดย ไตรสรณคมน์

 

เอ.....จะขัดแย้งกับข้อความในพระสูตรนี้มั้ยค่ะ.....ท่านวิทยากร

 

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่มที่ ๔๑  - หน้าที่ ๔๔๖ 

 

"การนอนจนตะวันขึ้น  (นอนตื่นสาย)  ความ               เกียจคร้าน    ความดุร้าย    การผัดวันประกันพรุ่ง    การ               เดินทางไกลของคนคนเดียว  การเข้าไปเสพภรรยาของ               ผู้อื่น        พราหมณ์  ท่านจงเสพกรรม ๖ อย่าง   นี้เถิด,               สิ่งมิใช่ประโยชน์  [ความพินาศ]     จักมีแก่ท่าน."

 

เข้าใจว่า  ท่านคงแสดงโดยนัยที่่ต่างกันใช่มั้ยค่ะ?

 


 

ผมไม่ใช่วิทยากร แต่ขออนุญาตแสดงความเห็นว่า

ถ้อยคำในกระทู้นี้ และ ในกระทู้

ผู้เที่ยวไปคนเดียวเหมือนนอแรด [ขัคควิสาณสูตร]  นั้น

เป็นถ้อยคำของพระปัจเจกพุทธเจ้า ( หากไม่นับพระศาสดาแล้ว )

ซึ่งเป็นบรรพชิตผู้เลิศกว่าบรรพชิตทั้งปวง

ส่วนพระคาถาที่ยกมานั้น พระศาสดาทรงแสดงแก่ คฤหัสถ์ ไม่ใช่บรรพชิต

อนึ่ง ในการเดินทางไกล พระศาสดาทรงอนุญาตให้พระภิกษุ

เดินทางไปกับชาวเกวียนได้ด้วย

ขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ