โลกันตรนรก
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่  25 พ.ค. 2552
หมายเลข  12468
อ่าน  1,396

พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 102

  บทว่า โลกนฺตริกา ความว่าช่องว่างอันหนึ่งๆ ในระหว่างจักรวาลทั้ง๓  ย่อมมีในที่สุดโลก  ดุจช่องว่างในท่ามกลางล้อเกวียน ๓ ล้อ  หรือแผ่น ๓แผ่นที่วางทับกันฉะนั้น.  ก็โลกันตรนรกนั้นโดยส่วนกว้างถึง  ๘,๐๐๐  โยชน์.บทว่า อฆา  คือ เปิดเป็นนิจ.  บทว่า  อสํวุตา  ความว่า แม้ข้างล่างก็ไม่มีตั้งไว้.บทว่า อนฺธการา คือ มืดมิด.  บทว่า อนฺธการติมิสา  ความว่า ประกอบด้วยหมอกอันทำความมืดพ้นจากจักขุวิญญาณ.  นัยว่า จักขุวิญญาณย่อมไม่เกิด  ณที่นั้น. บทว่า เอวํมหิทฺธิกา  ความว่า  พระจันทร์และพระอาทิตย์ย่อมปรากฏใน๓ ทวีป  โดยส่องแสงครั้งเดียวเท่านั้น  อย่างนี้ชื่อว่า  พระจันทร์และพระอาทิตย์มีฤทธิ์มาก.  พระจันทร์และพระอาทิตย์กำจัดความมืดตลอดหนึ่งล้านแปดแสนโยชน์ในทิศหนึ่งๆ แล้วส่องแสงสว่าง  อย่างนี้ชื่อว่าพระจันทร์และพระอาทิตย์มีอานุภาพมาก.  บทว่า อาภาย  นานุโภนฺติ  ความว่า แสงสว่างของตนไม่พอ.นัยว่า พระจันทร์และพระอาทิตย์เหล่านั้นแล่นไปท่ามกลางจักรวาลบรรพต.  ก็โลกันตรนรกเลยจักรวาลบรรพตไป  เพราะฉะนั้น พระจันทร์และพระอาทิตย์เหล่านั้นจึงมีแสงสว่างไม่พอในที่นั้น. บทว่า  เยปิ  ตตฺถ  สตฺตา  ความว่า แม้สัตว์เหล่าใดเกิดแล้วในโลกันตรมหานรกนั้น.  ถามว่าก็สัตว์เหล่านั้นกระทำกรรมอะไรไว้จึงเกิดในโลกันตรมหานรกนั้น.  ตอบว่าทำกรรมหนักคือหยาบช้า.  สัตว์เหล่านั้นกระทำความผิดต่อมารดาบิดาและสมณพราหมณ์ผู้ตั้งอยู่ในธรรมและกรรมร้ายกาจมีฆ่าสัตว์เป็นต้นทุกวันๆ ย่อมเกิดในโลกันตรนรกนั้น  ดุจอภยโจรและนาคโจรเป็นต้นในตาม- พปัณณิทวีป  ร่างกายของสัตว์เหล่านั้นสูง ๓ คาวุต  มีเล็บยาวเหมือนเล็บค้าง- คาว  สัตว์เหล่านั้นเกาะอยู่บนจักรวาลบรรพตด้วยเล็บ  เหมือนค้างคาวเกาะอยู่บนต้นไม้ฉะนั้น  เมื่อใดสัตว์เหล่านั้นคลานไปถูกฝ่ามือของกันและกันเข้า  เมื่อนั้นก็สำคัญว่า  เราพบอาหารแล้วจึงวิ่งหมุนไปรอบๆ แล้วก็ตกไปบนน้ำหนุนโลกเมื่อลมปะทะก็ขาดตกลงไปในน้ำเหมือนผลมะทราง  พอตกลงไปแล้วก็ละลาย  เหมือนก้อนแป้งตกลงไปในน้ำที่เค็มจัด. ฯลฯ


เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ