ที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายของสงสาร [ติณกัฏฐสูตร]
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่  29 เม.ย. 2552
หมายเลข  12117
อ่าน  1,060

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ - หน้าที่ 506   ๑.  ว่าด้วยที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายของสงสาร

[๔๒๑]  ข้าพเจ้าได้ฟังมาอย่างนี้ :- สมัยหนึ่ง  พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่  ณ  พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี  กรุงสาวัตถี.  ณ  ที่นั้นแล  พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย. . .  แล้วได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้   เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นที่กางกั้น  มีตัณหาเป็นเครื่องประกอบไว้  ท่องเที่ยวไปมาอยู่ที่สุดเบื้องต้นย่อมไม่ปรากฏ. [๔๒๒]  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  เหมือนอย่างว่า  บุรุษตัดทอนหญ้าไม้  กิ่งไม้  ใบไม้  ในชมพูทวีปนี้  แล้วจึงรวมกันไว้ ครั้นแล้ว  พึงกระทำให้เป็นมัดๆ ละ๔  นิ้ว  วางไว้  สมมติว่า  นี้เป็นมารดาของเรา  นี้เป็นมารดาของมารดาของเรา  โดยลำดับ  มารดาของมารดาแห่งบุรุษนั้น  ไม่พึงสิ้นสุด  ส่วนว่า  หญ้าไม้  กิ่งไม้  ใบไม้  ในชมพูทวีปนี้  พึงถึงการหมดสิ้นไป ข้อนั้นเพราะเหตุไรเพราะว่า  สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้น  เบื้องปลายไม่ได้   เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นที่กางกั้น  มีตัณหาเป็นเครื่องประกอบไว้  ท่องเที่ยวไปมาอยู่  ที่สุดเบื้องต้นย่อมไม่ปรากฏ  พวกเธอได้เสวยทุกข์  ความเผ็ดร้อน  ความพินาศ  ได้เพิ่มพูนปฐพีที่เป็น ป่าช้า  ตลอดกาลนาน   เหมือนฉะนั้น  ดูก่อนภิกษุทั้งหลายก็เหตุเพียงเท่านั้น  พอทีเดียวที่จะเบื่อหน่ายในสังขารทั้งปวง   พอเพื่อจะคลายกำหนัดพอเพื่อจะหลุดพ้น  ดังนี้.  บทว่า  อนมตคฺโค  แปลว่า  มีที่สุดเบื้องต้นอันบุคคลไปตามอยู่  รู้ไม่ได้.  อธิบายว่า  สงสารแม้จะตามไปด้วยญาณร้อยปี  พันปี  มีที่สุด รู้ไม่ได้  คือมีที่สุดอันทราบไม่ได้.  สงสารนั้นใคร่ไม่อาจรู้ที่สุดข้างนี้ หรือข้างโน้นได้   คือมีเบื้องต้นเบื้องปลายกำหนดไม่ได้.  บทว่า สํสาโร  ได้แก่   ลำดับแห่งขันธ์เป็นต้นที่เป็นไปกำหนดไม่ได้.  บทว่า  ปุพฺพาโกฏิ  น  ปญฺายติ  ได้แก่  เขตแดนเบื้องต้น  ไม่ปรากฏ  ก็ที่สุดเบื้องต้นของสงสารนั้น  ย่อมไม่ปรากฏด้วยที่สุดใด.แม้ที่สุดเบื้องปลายก็ย่อมไม่ปรากฏด้วยที่สุดนั้นเหมือนกัน  ฯลฯ


เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ