สังโยชนสูตร .. สังโยชน์ ๑๐ ประการ
 
บ้านธัมมะ
วันที่  20 เม.ย. 2552
หมายเลข  12005
อ่าน  4,649

... สนทนาธรรมที่ ... 

   มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา 

พระสูตร  ที่นำมาสนทนาที่มูลนิธิฯ

วันเสาร์ ๒๕  เม.ย.  ๒๕๕๒   เวลา  ๐๙:๐๐ - ๑๒:๐๐น.  คือ

 

สังโยชนสูตร

ว่าด้วยสังโยชน์  ๑๐ ประการ

 

 

พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ ๒๗


 

พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เล่ม ๕ - หน้าที่ ๒๗

สังโยชนสูตร

ว่าด้วยสังโยชน์  ๑๐ ประการ

[๑๓] ดูก่อนภิกษุทั้งเหล่า สังโยชน์ ๑๐ ประการนี้ ๑๐ ประการเป็นไฉน คือ ... สังโยชน์เป็นไปในส่วนเบื้องต่ำ   ๕  ประการ ...  สังโยชน์เป็นไปในส่วนเบื้องบน  ๕  ประการ

สังโยชน์เป็นไปในส่วนเบื้องต่ำ  ๕  ประการเป็นไฉน  คือ ...    สักกายทิฏฐิ  ๑    วิจิกิจฉา  ๑

   สีลัพพตปรามาส  ๑   กามฉันทะ ๑

  พยาบาท ๑

สังโยชน์เป็นไปในส่วนเบื้องต่ำ  ๕  ประการนี้.

สังโยชน์เป็นไปในส่วนเบื้องบน ๕  ประการเป็นไฉน  คือ ...

  รูปราคะ  ๑    อรูปราคะ  ๑   มานะ  ๑   อุทธัจจะ  ๑
 
   อวิชชา  ๑

สังโยชน์เป็นไปในส่วนเบื้องบน  ๕  ประการนี้.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  สังโยชน์  ๑๐  ประการนี้แล.

จบสังโยชนสูตรที่  ๓


 

อรรถกถาสังโยชนสูตรที่  ๓

สังโยชนสูตรที่  ๓  พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

บทว่า โอรมฺภาคิยานิ  แปลว่า  เป็นส่วนเบื้องต่ำ. บทว่า อุทฺธมฺภาคิยานิ แปลว่า  เป็นส่วนเบื้องบน. ในสูตรนี้  ท่านกล่าววัฏฏะอย่างเดียว.

จบอรรถกถาสังโยชนสูตรที่  ๓


 


  ความคิดเห็น 1  
 
suwit02
วันที่ 20 เม.ย. 2552

สาธุ

 
  ความคิดเห็น 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 21 เม.ย. 2552

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

สังโยชนสูตร

(ว่าด้วยสังโยชน์ ๑๐ ประการ)

ข้อความโดยสรุป

พระผู้มีพระภาคทรงแสดงสังโยชน์ ๑๐ ประการ แก่ภิกษุทั้งหลาย โดยทรงจำแนกสังโยชน์ ๑๐ ประการ เป็นสังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ คือ

๑. สักกายทิฏฐิ (ความเห็นผิดในขันธ์ ๕ ว่าเป็นเรา เป็นตัวตนของเรา) 

๒. วิจิกิจฉา (ความลังเลสงสัยในสภาพธรรม) 

๓. สีลัพพตปรามาส (ความลูบคลำศีลพรตซึ่งเป็นข้อวัตรปฏิบัติที่ผิด) 

๔. กามฉันทะ (ความพอใจในกาม คือ รูป เสียง กลิ่น  รส  โผฏฐัพพะ) 

๕. พยาบาท (ความโกรธ  ขุ่นเคืองใจ  ปองร้าย) 

และ เป็นสังโยชน์เบื้องบน ๕ คือ  

๑. รูปราคะ (โลภะที่ติดข้องในรูปฌาน  ติดข้องในรูปภพ) 

๒. อรูปราคะ (โลภะที่ติดข้องในอรูปฌาน  ติดข้องในอรูปภพ) 

๓. มานะ  (ความสำคัญตน) 

๔. อุทธัจจะ (ความฟุ้งซ่าน)  

๕. อวิชชา  (ความไม่รู้) 

*สังโยชน์ ๑๐ ประการ เป็นอกุศลธรรมที่ผูกมัดเหล่าสัตว์ไว้ในวัฏฏะ จะดับได้อย่างเด็ดขาดด้วยมรรคจิต กล่าวคือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส ดับได้ด้วยโสตาปัตติมรรค กามฉันทะ พยาบาท ดับได้ด้วยอนาคามิมรรค สังโยชน์เบื้องบน ๕ ประการ ดับได้ด้วยอรหัตตมรรค ครับ

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็น 3  
 
opanayigo
วันที่ 24 เม.ย. 2552

อนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 4  
 
opanayigo
วันที่ 25 เม.ย. 2552

ฟังธรรมที่มูลนิธิวันนี้

ท่านอาจารย์เปรียบ สังโยชน์ ๑๐ ว่าเป็นภาวะของอกุศลทั้งหมด ไปสู่ความเป็นกุศลไม่ได้ ถูกอกุศล คล้อง ไว้ตลอดเวลา คนส่วนใหญ่กลัวภัยภายนอกต่างๆ นาๆ เช่น ภัยธรรมชาติ ฯลฯ แต่ลืมนึกถึง "ภัยที่มองไม่เห็น" 

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 5  
 
chatchai.k
chatchai.k
วันที่ 25 ม.ค. 2564

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

อบรมปัญญาให้เข้าใจความจริง จะเป็นประโยชน์ทั้งชาตินี้ และชาติต่อๆไป กุศลที่ทำได้เสมอๆ คือ การฟังพระธรรมที่พระอรหันตสัมมาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง มีคุณค่ามหาศาลสำหรับชีวิตที่ต้องเดินทางต่อไป อีกแสนไกล และกันดาร

ขอเชิญศึกษาพระธรรม...

รวมลิงก์เมนูต่างๆ ในเว็บไซต์

พระไตรปิฎก 

ฟังธรรม

วีดีโอ

ซีดี

หนังสือ

กระดานสนทนา

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ