การตลาดแย่งลูกค้า
 
newbie
วันที่  16 เม.ย. 2552
หมายเลข  11968
อ่าน  1,069

     วันก่อนได้ฟังธรรมแล้วนึกคิดมาได้ว่าที่ทำการค้าอยู่นี้ น่าจะผิดศีลข้อ 2 ด้วย เพราะคอยแย่งลูกค้าจากคู่แข่งตลอดเวลา     จึงอยากทราบว่าเป็นความเข้าใจที่ถูกหรือเปล่า พอนึกได้แบบนี้ รู้สึกถึงความไร้สาระในทรัพย์ที่เกิดจากลูกค้าที่แย่งมา  แต่ก็รู้สึกละอายได้แป๊บเดียวเท่านั้น ก็กลับมากระหยิ่มใจอีกว่าใช้กลยุทธิ์เอาชนะสำเร็จ ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ครับ    ในช่วงกัปๆหนึ่งกว่ากุศลจิตจะเกิดยากมาก    แถมชอบตามใจเพื่อนสนิทที่ชื่อโลภะมากเสียด้วยซิ

 



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
prachern.s
วันที่ 16 เม.ย. 2552

การจะผิดศีลข้อที่ ๒ คือ อทินนาทาน การลักขโมยนั้น ต้องดูองค์ของศีลด้วยว่าครบองค์หรือไม่ ถ้าเป็นเพียงการใช้วิธีทางการตลาดเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า และให้ลูกค้าตัดสินใจเองว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ ลักษณะนี้ไม่เข้าข่ายของการผิดศีลเลย และแต่ละวิธีที่นำมาใช้ก็ควรตรวจสอบกับองค์ของศีลด้วย   แต่ถ้าไม่ผิดศีลแล้วมิได้หมายความว่าไม่ใช่กิเลส หรืออกุศลธรรม  ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไรก็ไม่พ้นจากกิเลส เว้นแต่ขณะจิตที่เป็นไปในทาน ศีล และภาวนาเท่านั้น ขณะอื่นๆ เช่น อาบน้ำ แต่งตัว เดินทาง  รับทานอาหาร ซื้อของ ออกกำลังกาย เป็นต้น ก็เป็นไปกับกิเลสอกุศลธรรมทั้งสิ้นดังนั้นจึงไม่ควรประมาทในการเจริญกุศลธรรมทุกประการ เพราะชีวิตเป็นของน้อย..

 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
จักรกฤษณ์
วันที่ 16 เม.ย. 2552
 ขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
ajarnkruo
วันที่ 16 เม.ย. 2552

ลองเทียบเคียงกับองค์ของอทินนาทานได้ครับ

พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 190

        อทินนาทานนั้น  มีองค์  ๕  คือ
    
           ๑.   ปรปริคฺคหิตํ                ของที่เจ้าของหวงแหน           ๒.  ปรปริคฺคหิตสญฺญิตา      รู้อยู่ว่า  เป็นของที่เจ้าของหวงแหน
 
          ๓.   เถยฺยจิตฺตํ                   จิตคิดลัก           ๔.  อุปกฺกโม                    พยายามลัก           ๕.   เตน  หรณํ                 ลักมาได้ด้วยความพยายามนั้น

           อทินนาทานนั้น  มี ๖ ประโยค     มีสาหัตถิกประโยคเป็นต้นนั่นเอง.และประโยคเหล่านี้แล   เป็นไปด้วยอำนาจอวหารเหล่านี้    คือ           ๑.   เถยยาวหาร            ลักโดยการขโมย           ๒.  ปสัยหาวหาร           ลักโดยข่มขี่           ๓.  ปฏิจฉันนาวหาร       ลักซ่อน           ๔.   ปริกัปปาวหาร        ลักโดยกำหนดของ           ๕.   กุสาวหาร              ลักโดยสับสลาก

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
khondeebkk
khondeebkk
วันที่ 16 เม.ย. 2552
ขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 18 เม.ย. 2552

การค้าขายหรือแย่งลูกค้ากัน  ไม่ได้เป็นอทินนาทาน ไม่ผิดศีลข้อ 2  แต่เป็นอกุศล  ใน

สมัยพุทธกาล มีพระโสดาบันเป็นพ่อค้า  ท่านก็ต้องทำงานเลี้ยงชีพ    ท่านได้เงินมา ก็มาทำบุญให้ทานบำรุงศาสนา  ขุมทรัพย์เป็นบุญ    โจรหรือไฟก็ไม่สามารถลักขโมยไปได้ค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
paderm
paderm
วันที่ 19 เม.ย. 2552

                   ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

  เป็นผู้ตรงในสภาพธรรมธรรม อกุศลเป็นอกุศล กุศลเป็นกุศล แต่อกุศลก็มีหลายระดับ

ระดับที่เป็นเพียงอกุศลจิต   ไม่ล่วงศีลจนถึงระดับที่ล่วงศีล พระพุทธองค์ทรงแสดงให้

เห็นโทษแม้อกุศลประมาณเล็กน้อย   ไม่มีทรัพย์อะไรจะประเสริฐเท่าอริยทรัพย์คือกุศล

ธรรมที่เกิดขึ้น ทรัพย์อื่นติดตัวไปไม่ได้เลย ประกอบอาชีพด้วยกุศลจิต ด้วยความสุจริต

ช่วยเหลือกัน ทุกคนก็ต้องการทรัพย์แต่ใครจะได้ก็แล้วแต่กรรมและผลของกรรมของแต่

ละบุคคลครับ ไม่ควรลืมว่าทรัย์ที่หามาได้ไม่มีทางติดตัวไปได้เลย   ผู้มีปัญญาจึงแสวง

หาทรัพย์ด้วยความสุจริตและนำทรัพย์นั้นเจริญกุศลต่อไปครับ                            อุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ