ไม่พึงพิจารณาคนอื่นพึงพิจารณาตนเอง [เรื่องปาฏิกาชีวก]
 
paderm
paderm
วันที่  13 เม.ย. 2552
หมายเลข  11956
อ่าน  930

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ภาค ๒ ตอน ๒-หน้าที่ 62

  อุบาสิกาฟังธรรมแล้วถูกอาชีวกด่า

พระศาสดา  ทรงเริ่มธรรมกถาสำหรับอนุโมทนา  ด้วยพระสุรเสียง

อันไพเราะ.  อุบาสิกาฟังธรรมพลางให้สาธุการว่า  " สาธุ  สาธุ. "

อาชีวกนั่งอยู่ห้องหลังนั่นแล   ได้ยินเสียงนางให้สาธุการแล้วฟังธรรมอยู่

ไม่อาจจะอดทนอยู่ได้  จึงออกไป  ด้วยคิดว่า  " ทีนี้แหละ  นางไม่เป็น

ของเราละ" ดังนี้แล้ว  ด่าอุบาสิกาและพระศาสดาโดยประการต่างๆ ว่า

" อีกาลกิณี  มึงเป็นคนฉิบหาย.  มึงจงทำสักการะนี้แก่สมณะนั่นเถิด"

ดังนี้เป็นต้น  หนีไปแล้ว.
อุบาสิกามีจิตฟุ้งซ่าน

  อุบาสิกาละอาย  เพราะถ้อยคำของอาชีวกนั้น  ไม่อาจจะส่งจิตซึ่ง

ถึงความฟุ้งซ่าน๑  ไปตามกระแสแห่งเทศนาได้.

ลำดับนั้น  พระศาสดาตรัสกะนางว่า  "อุบาสิกา  เธอไม่อาจทำจิต

ให้ไปตาม  (แนว)  เทศนาได้หรือ ?"

อุบาสิกา.  พระเจ้าค่ะ  เพราะถ้อยคำของอาชีวกนี้  จิตของข้า-

พระองค์  เข้าถึงความฟุ้งซ่านเสียแล้ว .  

พระศาสดา  ตรัสว่า  "ไม่ควรระลึกถึงถ้อยคำที่ชนผู้ไม่เสมอภาค

กันเห็นปานนี้กล่าว,  การไม่คำนึงถึงถ้อยคำเห็นปานนี้แล้ว  ตรวจดูกิจ

ที่ทำแล้วและยังมิได้ทำของตนเท่านั้นจึงควร"  ดังนี้แล้ว  ตรัสพระคาถา

นี้ว่า :-

    "บุคคลไม่ควรทำคำแสยงขนของคนเหล่าอื่นไว้

ในใจ,  ไม่ควรแลดูกิจที่ทำแล้วและยังมิได้ทำของคน

เหล่าอื่น, พึงพิจารณากิจที่ทำแล้วและยังมิได้ทำ

ของตนเท่านั้น."


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
Jans
Jans
วันที่ 14 เม.ย. 2552
อนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
opanayigo
วันที่ 24 เม.ย. 2552

อนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
dron
วันที่ 5 พ.ค. 2552
ขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
suwit02
วันที่ 6 พ.ค. 2552

สาธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
pamali
วันที่ 2 มี.ค. 2554
ขอบพระคุณและขออนุโมทนาค่ะ
 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ