ศีล
 
ธีรวุฒิ
วันที่  14 มี.ค. 2552
หมายเลข  11617
อ่าน  1,512

จากที่ได้ฟังการสนทนาธรรมที่มูลนิธิฯ  ในช่วงเช้าของวันนี้  มีเรื่องนึงที่ผมยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับศีล   จึงอยากจะเรียนถามว่า  แท้ที่จริงแล้ว  ศีลคืออะไรครับ?


  ความคิดเห็น 1  
 
prachern.s
วันที่ 15 มี.ค. 2552

การศึกษาเรื่องศีลในพระไตรปิฎกและอรรถกถามีหลากหลายนัยในบางแห่งคำว่า ศีล  หมายถึงกุศลอย่างเดียว  ในบางแห่งมีความหมายกว้างกว่านั้น และในวิสุทธิมรรคและปฏิสัมภิทามรรคท่านอธิบายไว้โดยละเอียดเช่นท่านตั้งหัวข้อว่าดังนี้ อะไรเป็นศีล  ? ที่เรียกว่าศีล  เพราะอรรถว่ากระไร  ? อะไรเป็นลักษณะ  เป็นรส  เป็นปัจจุปัฏฐาน  เป็นปทัฏฐานของศีลนั้น  ? ศีลมีอานิสงส์อย่างไร  ? ศีลนั้นมีกี่อย่าง  ? อะไรเป็นความเศร้าหมอง และอะไรเป็นความผ่องแผ้วของศีลนั้น  ? 

ขอเชิญคลิกอ่าน   อกุศลศีล 


 
  ความคิดเห็น 2  
 
choonj
วันที่ 16 มี.ค. 2552

ผมเป็นเจ้าของคำถามเรื่องศีลในวันนั้น จึงขอแสดงความเข้าใจดังนี้ ทีแรกผมเข้าใจว่าศีลมี ห้าข้อ คือศีลห้า คือเว้น ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ผิดในกาม พูดเท็จ ดึ่มสุรา แต่ท่านอธิบายว่าศีล แปลว่าปรกติ มีสามคือ กุศลศีล  อกุศลศีล และอพยากตศีล   เมื่อเข้าใจว่าศีลคือศีลห้าที่เราใด้ยินอยู่บ่อยๆ คือการเว้น   จึงทำไห้การศึกษาธรรมผิดไปจากคำที่ว่าทุกสิ่งเป็นธรรม   เพราะเมื่อมีเว้นก็เหมื่อนมีตัวตนที่จะเว้นซึงผิด เมื่อศีลคือ ปรกติ กุศลหรืออกุศล ทุกสิ่งก็เป็นธรรม การศึกษาก็จะถูกต้อง ผมเดาเอาว่าทุกท่านเมื่อพูดถึงศีลก็จะเข้าใจว่ามี ห้า  จึงทำให้มีการไม่เข้าใจเกิดขึ้น  เมื่อทุกอย่างเป็นธรรมการศึกษาก็เข้าร่องเข้ารอย  การที่จะชนะ เกิดแก่เจ็บตายก็มีได้  ครับเพราะฉะนั้นเมื่อจะศึกษา ศีลมีสาม ส่วนศีลห้านั้นเป็นหน้าทีของวิรตรีเจตสิก  ที่ทำหน้าที่เว้นทางกาย วาจา และใจ  เพื่อกุศลศีลเกิด ครับ

 
  ความคิดเห็น 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 16 มี.ค. 2552

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

   ศีล  มีนัยที่หลากหลายกว้างขวาง  แต่โดยมากที่เข้าใจกันนั้น  ศีล   เป็นความประพฤติเป็นไปทางกาย  ทางวาจาที่ดีงาม   เป็นการรักษากาย วาจาให้เป็นปกติ เรียบ-ร้อย   ผู้ที่รักษาศีล คือ ผู้ที่มีความประพฤติที่ดีงามทั้งทางกาย  ทางวาจา ไม่ล่วงละเมิดสิกขาบทข้อต่างๆ คือ  ไม่ฆ่าสัตว์   ไม่ลักทรัพย์   ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่พูดเท็จ ไม่ดื่มสุราเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท  บุคคลผู้ที่มีศีลนั้นไม่ว่าจะเป็นวัยเด็กก็ดีวัยกลางคนก็ดี  วัยชราก็ดี   ย่อมเป็นผู้งามตลอดกาลเป็นนิตย์ งามโดยที่ไม่ต้องประดับตกแต่งด้วยเครื่องประดับต่างๆ เลย  ตามความเป็นจริงแล้ว  บุคคลผู้ที่จะมีศีล ๕ ที่ครบบริบูรณ์ได้นั้น ต้องเป็นพระโสดาบัน สำหรับผู้ที่เป็นปุถุชน ยังมีโอกาสที่จะล่วงศีลได้ เป็นไปตามกำลังของกิเลส  จะเห็นได้ว่า ในชีวิตประจำวัน   มีทั้งความติดข้องยินดีพอใจ  มีทั้งความโกรธขุ่นเคืองใจ  ไม่พอใจ เป็นปกติธรรมดา แต่ถ้าถึงขั้นที่จะล่วงศีลเมื่อไหร่ เมื่อนั้นแสดงให้เห็นถึงกำลังของกิเลสว่ามีมาก เพราะฉะนั้น จึงไม่ควรประมาทกำลังของกิเลสเลย การมีโอกาสได้ฟังพระธรรม   ได้ศึกษาพระธรรม อบรมเจริญปัญญาในชีวิตประจำวัน  ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่การดำเนินชีวิตของแต่ละบุคคลเป็นอย่างดียิ่ง  ซึ่งจะทำให้เป็นผู้มีความประพฤติที่ดีงาม  ทำในสิ่งที่ควรทำ พูดในสิ่งที่ควรพูด  และงดเว้นในสิ่งที่ควรงดเว้น   ครับ ..

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...
   
 
  ความคิดเห็น 4  
 
suwit02
วันที่ 16 มี.ค. 2552

สาธุ

 
  ความคิดเห็น 5  
 
paderm
paderm
วันที่ 18 มี.ค. 2552

  ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

  พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เล่ม ๒ ภาค ๓ ตอน ๓ - หน้าที่ 425
 
  ๑. สีลวเถรคาถา

 ศีลเป็นกำลังหาที่เปรียบมิได้  เป็นอาวุธอย่างสูงสุด  เป็นอาภรณ์อันประเสริฐ 

เป็นเกราะอันน่าอัศจรรย์  ศีลเป็นสะพาน  เป็นมหาอำนาจ  เป็นกลิ่นหอม อย่างยอด-

เยี่ยม เป็นเครื่องลูบไล้อันประเสริฐ บุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยศีล ย่อมหอมฟุ้งไปทั่วทุกทิศ 

ศีลเป็นเสบียงอันเลิศ  เป็นเสบียงเดินทางชั้นเยี่ยม   เป็นพาหนะอันประเสริฐยิ่งนัก 

เป็นเครื่องหอมฟุ้งไปทั่ว   อุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  ความคิดเห็น 6  
 
pornpaon
วันที่ 20 มี.ค. 2552

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 7  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 6 ก.ค. 2553

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 8  
 
wkedkaew
วันที่ 8 ก.ค. 2553

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็น 9  
 
ruttikarn
วันที่ 9 ก.ค. 2553

ขอบคุณและขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 10  
 
pamali
วันที่ 30 ก.ค. 2553

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ