Print 
สังคหวัตถุ ๔
 
สารธรรม
วันที่  20 ธ.ค. 2551
หมายเลข  10723
อ่าน  2,769

ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย
... ข้อความบางตอนจาก ... แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่ ๗๗๓
... บรรยายโดย ...ท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์


 ... สังคหวัตถุ ๔ ...
... พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ...

     ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ก็กำลัง คือ การสงเคราะห์เป็นไฉน  สังคหวัตถุ ๔ ประการนี้ คือ ...
ทาน ๑  เปยยวัชชะ ๑  อัตถจริยา ๑  สมานัตตตา ๑

     ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมทานเลิศกว่าทานทั้งหลาย การแสดงธรรมบ่อยๆ แก่บุคคลผู้ต้องการ  ผู้เงี่ยโสตลงสดับ  นี้เลิศกว่าการพูดถ้อยคำอันเป็นที่รัก    

     สำหรับ เปยยาวัชชะ คือ การพูดถ้อยคำอันเป็นที่รัก  ก็ย่อมทำให้บุคคลที่ได้ฟังสบายใจ ...เพียงสบายใจ  แต่ว่าถ้าเป็นธรรม คือการแสดงธรรมบ่อยๆ แก่ผู้ที่ต้องการฟัง ผู้เงี่ยลงสดับ  พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ..."นี้เลิศกว่าการพูดถ้อยคำอันเป็นที่รัก"

     วันหนึ่งๆ ก็มีเรื่องที่จะคุยกันมากเหลือเกิน  หลายเรื่อง  แต่ว่าเรื่องใดซึ่งเป็นการสงเคราะห์กันด้วยธรรม ...ย่อมมีประโยชน์ที่สุดเพราะทำให้บุคคลนั้นเจริญปัญญา  ไม่ใช่แต่เพียงทำให้สบายใจเพราะเป็นเพียงถ้อยคำอันเป็นที่รัก  แต่ว่านอกจากจะเป็นถ้อยคำอันเป็นที่รักแล้ว ก็ยังเป็นถ้อยคำที่มีประโยชน์เกื้อกูลแก่การอบรมเจริญปัญญายิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า ... " ธรรมทานเลิศกว่าทานทั้งหลาย  การแสดงธรรมบ่อยๆ แก่บุคคลผู้ต้องการ  ผู้เงี่ยโสตลงสดับ  นี้เลิศกว่าการพูดถ้อยคำอันเป็นที่รัก "  เพราะฉะนั้น ต่อไปนี้ เวลาที่จะคุยกัน เรื่องที่จะสนทนากันก็มีมาก รวมทั้งธรรมด้วย  อย่าลืม (ว่า) ธรรมก็เป็นเรื่องที่จะสนทนากันได้เสมอ  
;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;
     ประการต่อไป  พระผู้มีพระภาคตรัสถึง อัตถจริยา การประ-พฤติที่เป็นประโยชน์ทั้งหลายว่า  ...
การชักชวนคนผู้ไม่มีศรัทธาให้ตั้งมั่นดำรงอยู่ในศรัทธาสัมปทา 
ชักชวนผู้ทุศีลให้ตั้งมั่นดำรงอยู่ในศีลสัมปทา
ชักชวนผู้ตระหนี่ให้ตั้งมั่นดำรงอยู่ในจาคสัมปทา
ชักชวนผู้มีปัญญาทรามให้ตั้งมั่นดำรงอยู่ในปัญญาสัมปทา
นี้เลิศกว่าการประพฤติประโยชน์ทั้งหลาย

     เป็นสิ่งที่ดีทั้งนั้นเลย ที่จะชักชวนบุคคลอื่นซึ่งไม่มีศรัทธาให้ตั้งมั่นดำรงอยู่ในศรัทธาสัมปทา หรือว่าใครซึ่งเป็นผู้ที่ทุศีล ถ้าสามารถที่จะชักชวนให้ผู้นั้นดำรงตั้งมั่นอยู่ในศีลสัมปทา  ชักชวนคนที่ตระหนี่ให้ตั้งมั่นดำรงอยู่ในจาคสัมปทา  หรือว่า  ชักชวนให้คนที่มีปัญญาทรามให้ตั้งมั่นดำรงอยู่ในปัญญาสัมปทา  ก็จะเป็นการประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์  ยิ่งกว่าการประพฤติประโยชน์ทั้งหลาย
;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;
     สำหรับ สมานัตตัตตา คือการเป็นผู้มีตนเสมอ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ...
พระโสดาบันมีตนเสมอกับพระโสดาบัน
พระสกทาคามีมีตนเสมอกับพระสกทาคามี
พระอนาคามีมีตนเสมอกับพระอนาคามี
พระอรหันต์มีตนเสมอกับพระอรหันต์ นี้เลิศกว่าความมีตนเสมอทั้งหลาย  นี้เรียกว่ากำลัง คือ การสง-เคราะห์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย กำลัง ๔ ประการนี้แล ฯ

    ไม่ใช่สงเคราะห์แต่เฉพาะในเรื่องทานอย่างเดียวนะคะ ต้องคำพูดที่มีประโยชน์  ซึ่งเลิศกว่าถ้อยคำอันเป็นที่รัก  แล้วก็การประ-พฤติที่เป็นประโยชน์  ที่เลิศกว่าการประพฤติประโยชน์ทั้งหลายแล้ว  ก็ต้องเป็น  การมีตนเสมอ คือ ประพฤติธรรมจนกระทั่งมีคุณธรรมเสมอกับพระโสดาบัน  แล้วก็ยิ่งขึ้นไปกว่านั้นอีก คือให้บรรลุถึงคุณธรรมที่เสมอกับพระสกทาคามี  แล้วก็ให้ยิ่งขึ้นไปอีกคือให้มีคุณธรรมบรรลุถึงความเสมอกับพระอนาคามี  แล้วก็ให้มีคุณธรรมยิ่งขึ้นจนกระทั่งบรรลุถึงความเป็นผู้เสมอกับพระอรหันต์
;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;;
     ถ้ามีบุคคลซึ่งกระทำความดี  ท่านผู้ฟังเห็น อนุโมทนา ยินดีด้วยจริงๆ ค่ะ ที่บุคคลนั้น สามารถที่จะกระทำความดีได้ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่พอ ...ต้องสำหรับตัวท่านเองด้วยที่จะเป็นผู้ที่ประพฤติปฏิบัติธรรม จนเป็นผู้ที่มีคุณธรรมเสมอกับพระอริยเจ้า

     ความเป็นผู้มีตนเสมอ  ควรเสมอในคุณธรรม  ตามลำดับยิ่งขึ้น ...หรือว่าบางท่านจะคิดว่ามีตนเสมอกับผู้ที่มีอกุศลจิต ไม่ควรใช่ไหมคะ ถ้าใครมีอกุศลแรงเท่าไร แรงขึ้นๆ เท่าไร ก็ไม่ควรที่คนหนึ่งคนใด จะคิดที่จะทำอกุศลให้แรงหรือให้มากเท่ากับบุคคลอื่นแต่โดยมากท่านผู้ฟังลืมที่จะประพฤติปฏิบัติธรรม เพื่อที่จะให้เป็นผู้มีคุณธรรมเสมอกับผู้ที่มีความประพฤติดี ...อาจจะเห็นว่าคนอื่นทำไมร้ายได้  ตัวท่านก็ควรจะต้องร้ายเสมอกับผู้นั้น  ถูกไหมคะอย่างนี้  เป็นผู้เสมอในทางอกุศล เป็นสิ่งที่ไม่สมควร แต่ควรที่จะประพฤติปฏิบัติธรรม  จนกระทั่งมีคุณธรรม เสมอกับผู้ที่เป็นพระอริยเจ้า ตามลำดับขั้น


 

... พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ...
[๒๘๕] ๓๙. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
เราไม่สรรเสริญความปฏิบัติผิดของคน ๒ จำพวก คือ ... คฤหัสถ์ ๑   บรรพชิต ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  คฤหัสถ์หรือบรรพชิตปฏิบัติผิดแล้ว  ย่อมไม่ยังกุศลธรรมที่นำออกให้สำเร็จได้  เพราะการปฏิบัติผิดเป็นเหตุ
..................................................................................................
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
เราสรรเสริญความปฏิบัติชอบของคน ๒ จำพวก คือ ...  คฤหัสถ์ ๑   บรรพชิต ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  คฤหัสถ์หรือบรรพชิตปฏิบัติชอบแล้ว  ย่อมยังกุศลธรรมที่นำออกให้สำเร็จได้  เพราะการปฏิบัติชอบเป็นเหตุ. จบสูตรที่ ๙

สูตรที่ ๙  ว่าด้วยการปฏิบัติผิดไม่ยังกุศลธรรมให้สำเร็จการปฏิบัติชอบยังกุศลธรรมให้สำเร็จเอกนิบาต-ทุกนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ ๓๙๗
คลิกเพื่ออ่าน --> สังคหสูตร - วาจาสูตร (08-12-50) 
ขออุทิศส่วนกุศลแด่สรรพสัตว์


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
suwit02
วันที่ 20 ธ.ค. 2551

สาธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
พุทธรักษา
วันที่ 21 ธ.ค. 2551

แล้วก็การประ-พฤติที่เป็นประโยชน์  ที่เลิศกว่าการประพฤติประโยชน์ทั้งหลายแล้ว  ก็ต้องเป็น  การมีตนเสมอ คือ ประพฤติธรรมจนกระทั่งมีคุณธรรมเสมอกับพระโสดาบัน  แล้วก็ยิ่งขึ้นไปกว่านั้นอีก คือให้บรรลุถึงคุณธรรมที่เสมอกับพระสกทาคามี  แล้วก็ให้ยิ่งขึ้นไปอีกคือให้มีคุณธรรมบรรลุถึงความเสมอกับพระอนาคามี  แล้วก็ให้มีคุณธรรมยิ่งขึ้นจนกระทั่งบรรลุถึงความเป็นผู้เสมอกับพระอรหันต์.
.เพิ่งทราบความหมายของ การมีตนเสมอ ก็ตอนนี้ขอบพระคุณค่ะขออนุโมทนา.

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
pornpaon
วันที่ 5 ม.ค. 2552 10:02 น.
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
สิริพรรณ
วันที่ 6 พ.ค. 2560 23:23 น.

เป็นความละเอียดมากค่ะ  ละเอียดขึ้น เป็นประโยชน์มากขึ้น

ศึกษาพระธรรมโดยละเอียด  คือได้ละความไม่รู้ทุกขณะที่เข้าใจ

ดูเหมือนว่า เนิ่นนานมากกว่าจะได้อ่านสิ่งที่เป็นประโยชน์เช่นนี้

แต่ขณะนี้ ได้อ่านแล้ว ก็เป็นบุญเหลือเกิน ที่ได้อ่าน

หากจากโลกนี้ไปโดยยังไม่ได้อ่าน ก็สะสมความไม่รู้ต่อไป

กราบอนุโมทนาในกุศลจิตการเผยแพร่พระธรรมด้วยค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ