Print 
พอจะเห็นประโยชน์หรือยังคะ
 
สารธรรม
วันที่  26 ธ.ค. 2551
หมายเลข  10766
อ่าน  1,791

 

ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย
... ข้อความบางตอนจาก ... แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่ ๕๒
... บรรยายโดย ...ท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์


... พอจะเห็นประโยชน์หรือยังคะ ... 
     ผู้ที่เจริญสติปัฏฐาน เห็นโทษเห็นภัยของความโกรธไม่ใช่เฉพาะขณะที่กำลังโกรธ แต่ยังเห็นล่วงหน้าต่อไปอีกว่า ..โกรธที่ดับหมดไปนี้  ก็ยังจะเกิดอีก  ตราบใดที่ยังมีกิเลสอยู่  ถ้าคนที่ยังมีกิเลสแล้วละก็ ยังต้องโกรธ 

     เพราะฉะนั้น  ผู้ที่จะหมดโกรธได้  เป็นผู้ที่เย็นสนิทไม่มีความเดือดร้อนใจเพราะความโกรธอีกนั้น  ผู้นั้นจะต้องหมดกิเลสด้วยการเจริญปัญญา  รู้ชัดในลักษณะของสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง ไม่ใช่เพียงแค่มีสติระงับความโกรธได้เพียงชั่วครั้งชั่วคราว  นี่คือความต่างกันของ การระงับกิเลส กับ การที่จะเจริญปัญญาเพื่อดับกิเลสเป็นสมุจเฉท   
                 +++++++++++++++++
     ถ้าผู้ใดยังไม่เห็นโทษของอวิชชา  ที่เรายังต้องเกิดแก่ เจ็บ ตาย  มีโกรธบ้าง  มีโลภะบ้าง  มีโทสะบ้างนี้  ก็เป็นเพราะเหตุว่า  เรายังไม่ได้รู้ลักษณะของนามและรูปเรายังไม่ได้เจริญปัญญาจนกระทั่งละความไม่รู้นี้ได้  แต่ถ้าเห็นโทษ  ก็เพียรที่จะละกิเลสละเอียด ..ด้วยการเจริญปัญญา  ถ้าปัญญาไม่รู้ชัดแล้วละก็ กิเลสไม่หมดค่ะ ดับไปประเดี๋ยวก็เกิดอีก ..ประเดี๋ยวก็เกิดอีกเรื่อยๆ ไปในวัฏฏะ

    ม่ทราบว่า ...จะเห็นประโยชน์ของการเจริญปัญญาหรือยัง  เพราะเหตุว่า  ความไม่รู้ กับ ความรู้  อย่างไหนจะดีกว่ากันคะ ? ..ธรรมดาทั่วๆ ไป  ความไม่รู้กับความรู้อย่างไหนดีกว่ากันคะ ? ความรู้ดีกว่า  เพราะฉะนั้น เวลาได้ยิน ..แล้วก็รู้ถูกต้องตามความเป็นจริงในลักษณะของเสียง ในลักษณะของได้ยิน กับที่จะไม่รู้ อย่างไหนจะดีกว่ากัน ? ความรู้ดีกว่า  และความรู้ชนิดนี้  จะทำให้ดับกิเลสได้เป็นสมุจเฉท ..ไม่เกิดอีก  ไม่ใช่หยุดไปเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ...พอจะเห็นประโยชน์หรือยังคะ ?


[๑๒๕] กรุงสาวัตถี.  ณ ที่นั้นแล
... พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า ...
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าหลุดพ้นเพราะเบื่อหน่าย เพราะคลายกำหนัด เพราะดับ  เพราะไม่ถือมั่นรูป.. เวทนา.. สัญญา.. สังขาร.. วิญญาณ  เทวดาและมนุษย์ต่างพากันเรียกว่า ..พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  แม้ภิกษุผู้หลุดพ้นได้ด้วยปัญญา  หลุดพ้นแล้วเพราะเบื่อหน่าย เพราะคลายกำหนัด เพราะดับ  เพราะไม่ถือมั่นรูป... เวทนา... สัญญา...สังขาร....วิญญาณเราเรียกว่า ...ผู้หลุดพ้นได้ด้วยปัญญา.
..........................................................................................................
[๑๒๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ในข้อนั้นจะมีอะไรเป็นข้อแปลกกัน  จะมีอะไรเป็นข้อประสงค์ที่ยิ่งกว่ากัน  จะมีอะไรเป็นเหตุทำให้ต่างกัน ระหว่างพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า  กับภิกษุผู้หลุดพ้นได้ด้วยปัญญา.
... ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ...
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  ธรรมของข้าพระองค์ทั้งหลาย  มีพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นรากฐานเป็นแบบฉบับ เป็นที่อิงอาศัย  ขอประทานพระวโรกาส  ขออรรถแห่งภาษิตนี้จงแจ่มแจ้งกะพระผู้มีพระภาคเจ้าทีเดียวเถิด  ภิกษุทั้งหลายได้สดับต่อพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว จักทรงจำไว้.
... พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ...
ถ้าอย่างนั้น เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว  ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว
... พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า ...
ตูก่อนภิกษุทั้งหลาย  พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
ยังทางที่ยังไม่เกิดให้เกิด
๐ ยังประชุมชนให้รู้จักมรรคที่ใครๆ ไม่รู้จัก
๐ บอกทางที่ยังไม่มีใครบอก
๐ เป็นผู้รู้จักทางประกาศทางให้ปรากฏ ฉลาดในทาง
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  ก็สาวกทั้งหลายในบัดนี้  เป็นผู้ที่ดำเนินไปตามทาง เป็นผู้ตามมาในภายหลัง  อันนี้แลเป็นข้อแปลกกัน  อันนี้เป็นข้อประสงค์ยิ่งกว่ากัน  อันนี้เป็นเหตุทำให้ต่างกันระหว่างพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า  กับภิกษุผู้หลุดพ้นได้ด้วยปัญญา.
จบ พุทธสูตรที่ ๖
๖. พุทธสูตร
ว่าด้วยพระพุทธเจ้าต่างกับภิกษุหลุดพ้นด้วยปัญญา
สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ - หน้าที่ ๑๓๒
คลิกเพื่ออ่าน  --> ความรู้อย่างนี้...มีประโยชน์อะไร.?  โดย พุทธรักษา
ขออุทิศส่วนกุศลแด่สรรพสัตว์


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
suwit02
วันที่ 26 ธ.ค. 2551

สาธุ
ขอนอบน้อมพระสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงสละนิพพานสุข อันมีในที่ใกล้พระหัตถ์  เมื่อครั้งยังเป็นพระสุเมธโพธิสัตว์ ทรงบำเพ็ญบารมีอันกระทำได้ยาก  ทรงยอมเวียนว่ายในสังสารวัฎฎ์ ตลอดกาลนาน แสนนาน  เพียงเพื่อช่วยให้สัตว์ทั้งหลายได้บรรลุธรรมพ้นจากทุกข์ .

 

 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
เซจาน้อย
วันที่ 26 ธ.ค. 2551
ขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 27 ธ.ค. 2551

สาระสำคัญและประโชน์สูงสุดของชีวิต คือ การได้เข้าใจพระธรรม  คือความจริงในชีวิตประจำวันนั่นเอง ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
narong.p
วันที่ 27 ธ.ค. 2551

ที่สำคัญคือ ความรู้ในลักษณะของสภาพธรรมที่เกิดขึ้นปรากฏ  ซึ่งขณะนี้ปัญญายังไม่ถึงระดับนั้น สติก็ไม่สามารถเกิดระลึก ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏได้ ก็ยังคงเป็นเราอยู่ ที่เห็น ได้ยิน.... จนกว่าจะเห็นถูกในลักษณะของสภาพธรรมตามความเป็นจริงจึงจะไม่ใช่เราที่เห็น ได้ยิน.... เป็นเพียงสภาพธรรมที่เกิดเพราะเหตุปัจจัย เป็นอนัตตา ซึ่งต้องค่อยๆ ฟังต่อไป เป็นจิรกาลภาวนา สะสมความเข้าใจทีละน้อยๆ จนกว่าจะเข้าใจถูก ว่าไม่ใช่เรา ครับขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
pornpaon
วันที่ 6 ม.ค. 2552 17:30 น.
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
สุภาพร
วันที่ 10 มี.ค. 2552 11:55 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
คุณ
วันที่ 9 มิ.ย. 2552 12:45 น.

ขออนุโมทนาค่ะุ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
dooper
วันที่ 2 ธ.ค. 2554 13:02 น.

สาธุการ ครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ