จิตของผู้ไม่ได้สดับเหมือนช่างเขียนที่ยึดถือจิตรกรรมที่เขียน


    ข้อความใน คัททูลสูตร ที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า

    สุนัขที่เขาผูกไว้ด้วยเชือก ถูกล่ามไว้ที่หลักหรือเสาอันมั่นคง เวลาเดิน ย่อมเดินใกล้หลักหรือเสานั้นเอง เวลายืน ย่อมยืนใกล้หลักหรือเสานั้นเอง เวลานั่ง ย่อมนั่งใกล้หลักหรือเสานั้นเอง เวลานอน ย่อมนอนใกล้หลักหรือเสานั้นเอง แม้ฉันใด. ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน

    ช่างเขียนยึดถือจิตรกรรมที่เขียนขึ้นว่า เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด ฉันใด จิตของปุถุชนซึ่งยังยึดถือในรูปว่า เป็นสัตว์ เป็นบุคคล เป็นตัวตน ยึดถือในเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ว่าเป็นสัตว์ เป็นบุคคล เป็นตัวตน ก็ยังคงจะยึดถือต่อไปทุกภพ ทุกชาติ เหมือนกับช่างเขียนซึ่งยึดถือในจิตรกรรมซึ่งตนเองเขียนขึ้น นี่คือ ลักษณะของปุถุชน

    เพราะฉะนั้นถ้าตราบใดยังไม่รู้ลักษณะของรูป ของเวทนา ของสัญญา ของสังขาร และของวิญญาณ ซึ่งเป็นสภาพธรรมที่เกิดขึ้น และดับไปตามความเป็นจริง ผู้ที่เป็นปุถุชน เมื่อยืนก็ย่อมยืนใกล้รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เมื่อนั่ง ในขณะนี้ก็นั่งใกล้รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ แต่ว่าด้วยความเป็นตัวตน เหมือนกับช่างเขียนซึ่งเขียนรูป และยึดถือจิตรกรรมที่ตนเขียนว่า เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด ฉันใด ปุถุชนเมื่อไม่รู้ลักษณะของสภาพธรรมที่เกิดขึ้น และดับไปตามความเป็นจริง ก็ย่อมยึดถือสภาพธรรมที่ปรากฏว่า เป็นสัตว์ เป็นบุคคล เป็นตัวตน เหมือนช่างเขียนที่ยึดถือจิตรกรรมที่ตนเขียนว่า เป็นรูปสิ่งหนึ่งสิ่งใด


    หมายเลข 7590
    18 ก.พ. 2567