เรื่องของวิปลาส


    การศึกษาธรรม ก็เพื่อที่จะให้รู้ลักษณะของสภาพธรรม ตามความเป็นจริง ในวันหนึ่งๆ แม้แต่เรื่องของวิปลาสทั้ง ๓ ก็ควรที่จะได้พิจารณา เพราะเหตุว่า สัญญาวิปลาส ได้แก่ สัญญาเจตสิก จิตตวิปลาส ได้แก่ อกุศลจิต และทิฏฐิวิปลาสได้แก่ ทิฏฐิเจตสิก เพราะฉะนั้นก็เป็นสภาพธรรมที่ต่างกัน ไม่ใช่เอาสัญญาวิปลาส มาเป็นทิฏฐิวิปลาส เพราะแม้ว่าทิฏฐิวิปลาส คือ มิจฉาทิฏฐิ เจตสิกจะดับหมดแล้ว สัญญาวิปลาสและจิตตวิปลาสก็ยังเหลืออยู่ นี่ก็แสดงให้เห็นถึงความละเอียด และความต่างกันของทั้งสัญญาวิปลาส จิตวิปลาส และทิฏฐิวิปลาส

    ข้อความในอรรถกถาวิภังคปกรณ์ สติปัฏฐานวิภังค์ มีว่า

    "นามธรรมที่ไม่ปรากฏ เช่น ผัสสะ เป็นต้น คล้ายกับความมืด" ขณะนี้ผัสสเจตสิกเกิดทุกขณะจิต สัญญาเจตสิกก็เกิดทุกขณะจิต แต่ว่าใครเห็น เหมือนกับอยู่ในความมืด ซึ่งไม่สามารถที่จะระลึก หรือแทงตลอด หรือรู้ลักษณะที่เกิดขึ้น ทำกิจการงานของนามธรรมเหล่านั้นได้เลย

    เพราะฉะนั้นก็ต้องอาศัยพระธรรมและการพิจารณาพระธรรม เพื่อที่จะให้คลายความสงสัยในเรื่องของวิปลาสทั้ง ๓ โดยพิจารณาเป็นขั้นๆ คือ จิตเกิดทุกขณะ สัญญาเจตสิกเกิดกับจิตทุกดวง แต่ทิฏฐิเจตสิกไม่ได้เกิดกับจิตทุกดวง นี้คือความต่างกัน เพราะฉะนั้น สัญญาวิปลาสได้ในขณะที่เป็นอกุศลจิตโดยที่ไม่มีทิฏฐิคือความเห็นผิดเกิดร่วมด้วย เพราะในขณะที่เป็นอกุศล มีอวิชชา มีความไม่รู้ มีสัญญาที่จำลักษณะของสิ่งที่ปรากฏ แต่เมื่อปัญญาไม่สามารถที่จะแทงตลอดลักษณะที่เกิดดับของสภาพธรรมที่ไม่ใช่ตัวตนในขณะนั้น เพราะฉะนั้นความจำของสัญญาไม่ได้จำในลักษณะที่เกิดขึ้นและดับไป แต่ความจำของสัญญานั้น จำคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เพราะเหตุว่าแม้ว่าสภาพธรรมเกิดแล้วดับ เกิดแล้วดับ และสัญญาที่จำนั้น จำสิ่งที่กำลังปรากฏซึ่งเป็นอารมณ์แล้วก็ดับ ไม่ว่าจะจำทางตาก็ดับ จำทางหูก็ดับ จำทางจมูก จำทางลิ้น จำทางกาย จำทางใจก็ดับ แต่แม้กระนั้น สัญญาขณะนั้นก็เป็นแต่เพียงสภาพที่จำเท่านั้น เป็นสภาพที่จำ แต่จำคลาดเคลื่อนเพราะสภาพธรรมเกิดดับ แต่ไม่ได้จำว่าเกิดดับเลย เพราะเหตุว่าลักษณะของสัญญาในขณะนั้นจำคลาดเคลื่อน เป็นสัญญาวิปลาส ในขณะที่อวิชชาเกิดขึ้น ทำให้มีความจำคลาดเคลื่อนอย่างนั้น

     สัญญาเจตสิก เป็นสัพพจิตตสาธารณเจตสิก ถ้ามีอกุศลเจตสิกเกิดร่วมด้วย สัญญานั้นก็เป็นอกุศล ถ้ามีกุศลเจตสิกเกิดร่วมด้วย สัญญานั้นก็เป็นกุศล แต่สัญญาเป็นเหตุให้เกิดทิฏฐิได้ เพราะสัญญาทำให้เกิดทิฏฐิคือความเห็น เพราะว่าไม่ใช่สัญญาที่จำลักษณะที่ไม่เที่ยงที่เกิดขึ้นแล้วดับไป ที่เป็นทุกข์ ที่เป็นอนัตตา ที่ไม่งาม เพราะฉะนั้น สัญญาที่คลาดเคลื่อนนั้น ก็เป็นเหตุที่จะทำให้เกิดทิฏฐิวิปลาส คือความเห็นที่ลูบคลำการยึดในสภาพธรรมที่ปรากฏโดยสภาพที่เป็นตัวตน เที่ยง และเป็นสุข นี่คือขณะนั้นเป็นความเห็นผิด คือเห็นว่าสภาพธรรมไม่ได้เกิดดับ แล้วก็เป็นตัวตน

    ถ้ามีการสนทนาและถามว่า ขณะนี้สภาพธรรมเกิดดับหรือไม่ แล้วถ้ามีผู้ที่ตอบว่าไม่เกิดดับ สภาพธรรมเที่ยง ขณะนั้นก็แสดงให้เห็นว่าเป็นความเห็นผิดแล้วแต่ว่าจะเป็นขั้นใด แต่ในขณะที่คิดอย่างนั้น เข้าใจอย่างนั้น ก็ต้องเป็นทิฏฐิวิปลาส


    หมายเลข 4479
    7 มี.ค. 2569