การพิจารณากิเลสตนเอง
สำหรับผู้ที่มีกิเลสหนามาก เป็นผู้ที่ว่ายาก แล้วก็ไม่เคยเห็นกิเลสของตนเองเลย เห็นแต่กิเลสของคนอื่นหมด แต่ว่ากิเลสของตนเองมีอะไรบ้าง ไม่เคยที่จะนึกถึง ไม่เคยที่จะบอกคนอื่น หรือว่าจะกล่าวกับคนอื่น ถ้าเป็นอย่างนั้นก็จะต้องตั้งต้นตั้งแต่การฟังพระธรรม แล้วก็พิจารณาให้เห็นโทษของอกุศล และก็มีความเพียรเกิดขึ้นที่จะระลึกทบทวนอกุศลของตนเองก่อนนอน นี่สำหรับผู้ที่ปกติ เป็นผู้ที่ว่ายาก แล้วก็มีกิเลสมาก
แต่สำหรับท่านที่เป็นผู้ที่เข้าใจหนทาง ข้อประพฤติปฏิบัติแล้ว จะสังเกตได้ว่า ไม่ต้องรออย่างนั้น ขณะใดที่สภาพธรรมกำลังปรากฏ ไม่ว่าอกุศลประเภทใดจะเกิด สติก็สามารถที่จะระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมในขณะนั้นได้ทันที นั่นก็เป็นปัญญาอีกระดับหนึ่ง ซึ่งเข้าใจหนทางที่จะรู้ลักษณะของสภาพธรรม แล้วก็ศึกษาลักษณะของสภาพธรรม
เพราะฉะนั้นแต่ละท่านก็พิจารณาตนเอง หลังจากที่ได้ฟังพระสูตรนั้นแล้ว ท่านพิจารณาบ้างหรือเปล่า วันละ ๓ ครั้ง หรือว่าเพียงวันละ ๒ ครั้ง หรือว่าหลายวันครั้งหนึ่ง แต่ถ้าเป็นผู้ที่มีปกติอบรมเจริญสติปัฏฐาน ก็ไม่ต้องห่วง เพราะเหตุว่าท่านเข้าใจแล้วว่า ทันทีที่อกุศลจิตเกิด ไม่ต้องรอจนกระทั่งถึงเวลาที่จะพิจารณา แต่เมื่ออกุศลจิตเกิดสติสัมปชัญญะสามารถที่จะระลึกได้ทันทีในขณะนั้น นั่นก็เป็นการเริ่มต้น เป็นการอบรมสติปัฎฐาน แม้ว่าขณะนั้นจะไม่รู้ว่าเป็นนามธรรมหรือเป็นรูปธรรมที่ไม่ใช่ตัวตน เพียงรู้ลักษณะสภาพของอกุศล ด้วยสติสัมปชัญญะในขณะนั้นตามความเป็นจริง ขณะนั้นก็เป็นสติสัมปชัญญะขั้นหนึ่ง
ตามข้อความในพระสูตรที่ว่า หากพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เราเป็นผู้มีอกุศลนั้นๆ จริง ก็ควรพยายามเพื่อที่จะละอกุศลธรรมอันชั่วช้านั้นเสีย หากพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า เราไม่เป็นผู้มีอกุศลนั้นๆ ภิกษุนั้นพึงอยู่ด้วยปีติ และปราโมทย์นั้นทีเดียว หมั่นศึกษาทั้งกลางวันกลางคืน ในกุศลธรรมทั้งหลาย ก็คือ ศึกษาลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏตามปกตินั่นเอง
ก็แล้วแต่ว่าในวันหนึ่งๆ สติสัมปชัญญะขั้นใดจะเกิด ขั้นที่เพียงระลึกว่าวันนั้นมีอกุศลอย่างนั้นๆ ที่ได้กระทำไปแล้ว ระลึกได้ หรือว่าในขณะนั้นไม่ว่าจะเป็นสภาพธรรมใด สติก็ระลึกได้ทันที
