อดทนที่จะค่อยๆ เข้าใจสภาพธรรม
ถ้าเข้าใจสภาพธรรมโดยละเอียดจริงๆ ก็จะรู้ความจริงว่า จิต ๑ ขณะที่เกิดขึ้นมีเหตุปัจจัยพร้อมที่จะเกิดขึ้นเป็นอย่างนั้น ไม่มีใครสามารถที่จะเปลี่ยนเหตุปัจจัยได้ เพราะฉะนั้น จึงใช้คำว่า “สังขตธรรม” ปัจจัยปรุงแต่งแล้วเกิด ไม่ว่าจะเป็นกายที่ดี หรือที่ไม่ดี วาจาที่ดี หรือที่ไม่ดี ก็เป็นสังขตะเมื่อเกิด เพราะเหตุว่าปรุงแต่งแล้วเกิดขึ้นเป็นอย่างนั้นๆ
แต่ถ้าเข้าใจความหมายของอดทนว่าไม่ใช่เพียงแต่อดทนที่จะไม่พูด หรือว่าไม่ทำสิ่งซึ่งไม่เป็นประโยชน์หรือว่าจะทำให้คนอื่นไม่สบายใจ แต่อดทนยิ่งกว่านั้นมาก คืออดทนที่จะรู้ลักษณะสภาพของจิต สภาพของธรรมที่กำลังปรากฏซึ่งเลือกไม่ได้ แล้วก็ได้ศึกษามาแล้วว่า เป็นแต่เพียงสภาพธรรม เป็นนามธรรม เป็นรูปธรรมเท่านั้น แต่จะต้องอดทนที่จะค่อยๆ เข้าใจสภาพธรรมที่กำลังเกิดขึ้นปรากฏสั้นมากแล้วดับไป
เพราะฉะนั้นจึงไม่มีการเลือกจึงไม่มีการคอย จึงไม่มีการหวัง แล้วความอดทนอันนี้จะเห็นได้ว่าต้องอดทนนานแสนนาน กว่าที่จะเข้าใจลักษณะของสภาพธรรมที่ปรากฏนิดเดียวแล้วดับ ยังไม่มีใครไปทันเปลี่ยนแปลงว่าจะทำอย่างนี้ จะกำหนดอย่างนั้น จะดูอย่างโน้น จะให้เป็นอย่างนี้อย่างนั้น สภาพธรรมนั้นดับแล้ว เพราะฉะนั้นให้เข้าใจตามความเป็นจริงว่า ขณะนี้สภาพธรรมมีปัจจัยเกิดขึ้นเป็นสังขตธรรม สิ่งที่เกิดดับเร็วมาก
เพราะฉะนั้นชั่วขณะที่มีการระลึกลักษณะของสภาพธรรม ความอดทนจะมากกว่าความอดทนอื่นสักแค่ไหน ที่จะอดทนจนกว่าจะรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่เพียงเกิดแล้วก็ดับอย่างเร็วมาก แต่ก็เป็นความจริง
เพราะฉะนั้นต้องอดทนเพิ่มขึ้นอีก คืออดทนทางกาย ทางวาจา ก็ยังไม่พอ ก็ต้องทางใจที่จะระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมด้วย แล้วก็จะเห็นประโยชน์ของการอดทนจริงๆ