เห็นตนในรูปว่ายั่งยืนและเที่ยง พอ.5300


    สุกัญญา จากการศึกษา บางครั้งเป็นรูป

    สุ. เดี๋ยวก่อนค่ะ จากการศึกษา บางครั้งเป็นรูป หมายความว่าอย่างไร

    สุกัญญา ก็สิ่งที่ปรากฏทางตา หรือเสียง

    สุ. มีจริงไหมคะ

    สุกัญญา มีจริงค่ะ

    สุ. เป็นธรรมประเภทไหน

    สุกัญญา ประเภทรูป

    สุ. ค่ะ นี่คือการฟังเข้าใจ แต่เดี๋ยวนี้มีสิ่งที่ปรากฏทางตา ฟังธรรม หรือฟังเรื่องราว เฉพาะเรื่องราวทั่วๆ ไปที่ไม่ใช่ธรรม ถ้าพูดเรื่องอื่น ไม่ใช่เรื่องธรรม ถูกต้องไหมคะ แต่กำลังพูดเรื่องสิ่งที่มีจริง ก็คือฟังเรื่องราวของธรรมทั้งๆ ที่ธรรมกำลังปรากฏ

    เพราะฉะนั้นขณะนี้กำลังศึกษาเรื่องราวของธรรม หรือว่าศึกษาตัวธรรมที่มีจริงๆ

    นี่เป็นการตอบคำถามที่ว่า แม้จะได้ยินชื่อต่างๆ แต่ก็ไม่รู้ลักษณะตามความเป็นจริงของสิ่งที่ปรากฏ เพราะว่าฟังชื่อ ฟังเรื่องของสิ่งนั้น แต่ว่าขณะนี้แม้สิ่งนั้นมี จิตก็มี เจตสิกก็มี รูปก็มี ก็ไม่ได้รู้ลักษณะของสิ่งหนึ่งสิ่งใดเลยทั้งสิ้น เพราะเหตุว่าฟังเรื่องราวของสิ่งที่มีจริง จนกว่าจะถึงความมั่นคงของปัญญาที่สามารถจะเข้าใจลักษณะของสิ่งที่ปรากฏเดี๋ยวนี้ ในลักษณะ ที่ไม่ใช่ชื่อ

    สุกัญญา อย่างเช่นสิ่งที่ปรากฏทางตา จะปรากฏไม่ได้เลย ถ้าไม่มีจิตเห็น อันนี้ก็เป็นแต่เพียงความเข้าใจ แต่จะเข้าถึงลักษณะสภาพธรรมจริงๆ จิตเห็น ยังไม่ทราบเลยว่าจะเข้าถึงอย่างไร

    สุ. ถูกต้องค่ะ เพราะเหตุว่าไม่ใช่เรา แต่ต้องเป็นสติและปัญญา ซึ่งกำลังเริ่มค่อยๆ เข้าใจ จะเข้าใจทันที เข้าใจได้ไหมคะ ในเมื่อสภาพธรรมเกิดดับเร็วมาก ขณะนี้มีสิ่งที่กำลังปรากฏ ไม่ต้องไปเลือกว่ารูปไหน ดับไปแล้ว หรือว่ายังไม่ได้ดับไป แม้แต่จิตเห็นขณะนี้ก็ไม่ต้องไปคิดว่า กำลังเห็นดับไปแล้ว แล้วก็เกิดอีก สืบต่อ เพราะเหตุว่าการเกิดดับสืบต่อของสภาพธรรมเร็วมาก แต่สามารถมีหนทางที่เริ่มจะเข้าใจว่า สิ่งนี้มีจริง และลักษณะที่ต่างกันของนามธรรมกับรูปธรรมก็มีจริงๆ ด้วย คือ สิ่งที่ปรากฏทางตา แค่ปรากฏ แน่นอน และสภาพที่กำลังเห็น มีจริงๆ มิฉะนั้นแล้วสิ่งที่กำลังปรากฏทางตาขณะนี้ ปรากฏไม่ได้ ถ้าไม่มีจิตที่กำลังเห็นสิ่งนี้ แต่ว่าการที่จะรู้ลักษณะของนามธรรมสภาพเห็น ก็อาศัยการฟัง เข้าใจขึ้นๆ เมื่อไรที่เริ่มที่จะค่อยๆ รู้ลักษณะของสิ่งที่ปรากฏว่า เป็นแต่เพียงสภาพธรรมอย่างหนึ่ง ยังไม่ได้กล่าวถึงนามธรรมที่เห็น แต่แม้แต่สิ่งที่กำลังปรากฏในขณะนี้ ขณะใดที่เริ่มรู้ว่า เป็นเพียงสิ่งที่ปรากฏจริงๆ ก็ต้องอาศัยการค่อยๆ เข้าใจทีละเล็กทีละน้อยในสิ่งที่มีจริง ที่กำลังปรากฏ มิฉะนั้นจะไถ่ถอนความเห็นตนในรูปไม่ได้ ใช่ไหมคะ

    เราได้ยินบ่อย เห็นตนในรูป ขณะนี้มีรูปปรากฏ แต่ไม่เห็นรูปว่า เป็นแต่เพียงสิ่งที่ปรากฏแล้วหมดไป แต่ไปเห็นตัวตน เป็นคนนั้นคนนี้ เป็นโต๊ะ เป็นเก้าอี้ เป็นสิ่งต่างๆ ทั้งหมดในขณะนี้ เห็นตนในรูป แต่ความจริงรูปเป็นรูป ไม่มีตนใดๆ ในรูปเลยทั้งสิ้น เพราะว่ารูปที่ปรากฏทางตาเป็นธาตุชนิดหนึ่งที่สามารถปรากฏให้เห็นว่า เป็นลักษณะนี้เอง

    เพราะฉะนั้นการฟังธรรม ก็สามารถทำให้เข้าใจได้ว่า เริ่มมีการเห็นปัญญาคุณของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ถ้าไม่ทรงประจักษ์ความจริงอย่างนี้ จะทรงแสดงความจริงอย่างนี้ได้อย่างไร แม้แต่สิ่งที่ทุกคนเหมือนกับรับไม่ได้เลย เห็นคน เห็นสัตว์ ต้องเป็นอย่างนั้น เพราะว่าเคยเห็นอย่างนั้นมาตลอด แต่นั่นไม่ใช่ความจริง เพราะว่าสิ่งที่เป็นความจริงก็คือ สภาพที่ปรากฏทางตาเป็นอย่างหนึ่งเท่านั้นที่ปรากฏทางตา แต่เมื่อปรากฏแล้ว การสืบต่ออย่างเร็วมาก ก็ทำให้สภาพจำ จำ ในสิ่งที่ปรากฏ เป็นนิมิตต่างๆ รูปร่างสัณฐานต่างๆ จึงสามารถจะนึกถึงนิมิตนั้น แล้วก็จำว่าเป็นสิ่งที่ยั่งยืน เที่ยง


    หมายเลข 12242
    3 ต.ค. 2564