ศึกษาเพื่อให้เข้าใจสิ่งที่มีจริงๆ พอ.5278


    อนุสรณ์ ในเมื่อไม่มีสัตว์ ไม่มีบุคคลที่เกิดขึ้นมา แล้วบัญญัติที่ว่าพระพุทธองค์และสาวกทั้งหลายเกิดมานับสิบ นับโกฏิ นับล้านชาติ จนกระทั่งไปนิพพาน แล้วก็บรรลุไปหมดแล้ว ตรงนั้นก็เป็นความจริงที่เกิดขึ้น ใช่ไหมคะ

    นิภัทร ธรรมดาปุถุชนอย่างเราๆ ท่านๆ ทั้งหลายก็ไม่มีทางอื่นที่จะทำให้เข้าใจธรรมได้ นอกจากการศึกษา จะเป็นการอ่าน การฟัง สนทนาก็ได้ เราไม่ต้องไปพูดถึงเราจะบรรลุมรรคผล ฟังเพื่อจะให้รู้ว่า ที่เห็นคนทั้งหลาย คนทั้งหลายเป็นสภาวธรรมหรือเปล่า

    สุ. คุณอนุสรณ์คะ ขอร่วมสนทนาด้วยนะคะ คือ การศึกษาธรรม ศึกษาเพื่อให้เข้าใจสิ่งที่มีจริงๆ ซึ่งเราไม่เคยเข้าใจถูกต้องมาก่อน ปกติเราจะเห็นเป็นเห็นคน เห็นสัตว์ เราก็ต้องพิจารณาว่า นี่เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้หรือ หรือว่าตรัสรู้มากกว่านี้ ที่ว่าเห็นเป็นคน เป็นสัตว์ นี่เป็นความถูกต้องหรือเปล่า จริงๆ แล้ว ขณะนี้มีสิ่งที่กำลังปรากฏ ถ้าเราจะไปแสวงหาธรรม เราไม่ต้องไปแสวงหาที่อื่นเลย ถ้าเราเข้าใจว่า ธรรมต้องเป็นสิ่งที่มีจริง และปรากฏด้วย ถ้าไม่ปรากฏ ใครจะไปรู้จักธรรมได้ ใครจะไปหาธรรมที่ไหนได้ ถ้าธรรมไม่ปรากฏ แต่เพราะเหตุว่าธรรมมีปรากฏ แต่ไม่รู้ตามความเป็นจริงว่าเป็นธรรม เพราะฉะนั้นก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า ธรรมหมายความถึงอะไร หมายความถึงสิ่งที่มีจริง ที่กำลังปรากฏ แต่จากการที่ไม่เข้าใจ ไม่รู้ ก็หลงเข้าใจผิด จึงต้องมีการสะสมของปัญญา ของผู้ที่สามารถตรัสรู้ความจริง และทรงอนุเคราะห์แสดงธรรมโดยละเอียด ให้ผู้ที่ได้ฟังค่อยๆ ไตร่ตรองด้วยตัวเอง เพราะว่าไม่ใช่ไปเอาปัญญาของใครไปให้คนอื่น หรือว่าไม่ใช่เราเชื่อ เพราะเหตุว่าพระพุทธเจ้าบอกเรา แต่ว่าพระธรรมที่ทรงแสดงเป็นความจริง โดยที่เราพิจารณาแล้วรู้ว่าเป็นความจริง เช่น ขณะนี้มีธรรมหรือเปล่า มี ธรรมกำลังปรากฏหรือเปล่า

    อนุสรณ์ กำลังปรากฏค่ะ

    สุ. เปลี่ยนไม่ได้แล้วนะคะ ธรรมกำลังปรากฏ สิ่งที่ปรากฏต้องเป็นธรรม

    เพราะฉะนั้นขณะนี้เห็นอะไร


    หมายเลข 12116
    18 ก.ค. 2564