ความเป็นเราจะหมดไปได้เมื่อ พอ.5276


    ชมชื่น เสียงกับได้ยิน ขอให้ท่านอาจารย์โปรดเกื้อกูลด้วยค่ะ

    สุ. เสียงเกิดขึ้นได้อย่างไรคะ

    ชมชื่น มีหู แล้วก็มีเสียง

    สุ. เสียงค่ะ ตัวเสียง ถ้าไม่มีการกระทบกันของสิ่งที่แข็ง จะเกิดเสียงได้ไหมคะ ไม่ได้เลย แต่เสียงก็มีสมุฏฐาน เสียงที่เกิดจากจิตก็มี เสียงที่เกิดจากอุตุก็มี แต่ต้องมีสิ่งที่แข็ง มีธาตุดินที่กระทบกันทำให้เกิดเสียงตามสมควร นั่นคือเสียง แต่เสียงไม่ใช่สภาพที่จะรู้อะไรได้เลยทั้งสิ้น ถูกต้องไหมคะ แต่ว่าเวลาที่เสียงปรากฏ ทำไมเสียงปรากฏ ถ้าไม่มีสภาพที่ได้ยินเสียง สิ่งนี้มีอยู่กับเราตลอดเวลาเลย ขณะนี้ก็ได้ยิน แต่เราไม่เคยรู้ลึกซึ้งถึงความจริงของสภาพธรรมนั้นๆ เลย ได้ยินก็ได้ยินไป แต่ว่าเมื่อได้ฟังเรื่องสภาพธรรม เริ่มเข้าใจความต่างของขณะที่เสียงปรากฏ กับเพราะมีเสียงเกิดขึ้นเพราะการกระทบกัน แต่ก็ไม่ปรากฏเพราะอะไร ขณะนี้ที่ไหนก็ตามที่มีของแข็ง ๒ อย่างกระทบกัน รถชนกัน หรืออะไรก็แล้วแต่ เสียงระฆัง เสียงมี แต่ไม่ปรากฏเพราะอะไร เพราะไม่มีสภาพที่กำลังได้ยินเสียงนั้น

    เพราะฉะนั้นจริงๆ ในขณะที่เสียงปรากฏในขณะนี้ มีธาตุที่กำลังได้ยินเสียง แต่เราไม่รู้ว่าเป็นสภาพธรรมที่เมื่อเกิดแล้วต้องได้ยิน เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย ขณะที่เสียงปรากฏ ต้องมีสภาพธรรมที่กำลังได้ยินเสียงนั้น เสียงนั้นจึงปรากฏได้ นี่เป็นเหตุที่เราฟังธรรม เพื่อจะได้เข้าใจจริงๆ ว่า สิ่งที่มีอยู่ในชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย เป็นเราจริงๆ หรือเปล่า หรือว่าเป็นธรรมแต่ละลักษณะ ซึ่งเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยแล้วก็ดับไป แต่ละภพแต่ละชาติ ถ้าไม่ได้เข้าใจอย่างนี้ ก็จะมีอวิชชา ความไม่รู้ แล้วก็มีการยึดถือสภาพธรรมว่าเป็นเราไปเรื่อยๆ เพราะว่าไม่มีความรู้เลย แม้ว่าในขณะที่ได้ยิน ก็เข้าใจว่า เป็นเราได้ยิน แต่ความจริงได้ยินเป็นสภาพธรรมที่เกิดได้ยินเสียงแล้วก็ดับไป ดับไปแล้วจะเป็นเราไม่ได้เลย

    เพราะฉะนั้นขณะนี้ที่เราไม่รู้ คือเราไม่รู้สภาพหรือธาตุรู้ซึ่งมีจริงๆ ซึ่งเป็นนามธาตุ เพราะฉะนั้นก่อนอื่นให้ฟังให้เข้าใจว่า มีนามธาตุ หรือมีธาตุที่ไม่ใช่รูปธาตุ รูปธาตุเป็นสิ่งที่ไม่สามารถจะรู้อะไรได้เลย แต่รูปธาตุทั้งหลายไม่สามารถจะปรากฏได้เลย ถ้าไม่มีธาตุซึ่งเป็นสภาพรู้รูปนั้นๆ

    เพราะฉะนั้นขณะนี้เรากำลังฟังเรื่องสภาพธรรมที่มีลักษณะต่างกันเป็น ๒ อย่าง คือ สภาพธรรมอย่างหนึ่งไม่สามารถจะรู้อะไรได้เลยทั้งสิ้น แต่สภาพธรรมอีกอย่างหนึ่งไม่มีรูปร่างใดๆ ไม่มีสี ไม่ใช่เสียง ไม่ใช่กลิ่น แต่เกิดขึ้นรู้สิ่งหนึ่งสิ่งใด เช่น ทางตาขณะนี้ กำลังเห็น มีธาตุที่กำลังเห็นสิ่งที่ปรากฏ ความเป็นเราจะหมดไปได้เมื่อมีการประจักษ์ความจริงว่า เป็นลักษณะของสภาพธรรมแต่ละอย่าง แต่ขณะนี้เพียงเริ่มฟังและพิจารณาให้เข้าใจก่อนในขั้นการฟัง เป็นความจริงหรือเปล่า ขณะนี้มีธาตุชนิดหนึ่งแน่นอนซึ่งกำลังเห็น ที่เห็นเดี๋ยวนี้ให้เข้าใจว่ามีจริงๆ และเป็นสภาพธรรมที่เราไม่คุ้นเคยเลย แม้ต่ได้ยินชื่อว่า นามธาตุ ก็ยังไม่คุ้น ธาตุ หมายถึงสิ่งที่มีจริง มีรูปร่าง หรือไม่มีรูปร่าง มองเห็นหรือมองไม่เห็น สิ่งนั้นมีลักษณะเฉพาะของตนๆ แต่ละลักษณะเป็นธาตุแต่ละชนิด อย่างโกรธ ไม่มีรูปร่างเลย ความติดข้อง ความสนุกสนาน เพลิดเพลินก็ไม่มีรูปร่างปรากฏให้เห็นว่าเป็นสีอะไร แต่ลักษณะของความสนุก ความพอใจ ความติดข้องมี ลักษณะของความขุ่นเคืองใจมี เพราะฉะนั้นก็เป็นธาตุแต่ละลักษณะ เป็นนามธาตุ เพราะเหตุว่าไม่มีรูปร่างใดๆ เจือปนเลย และนอกจากนั้นยังมีธาตุเห็น ธาตุได้ยิน ธาตุได้กลิ่น ธาตุลิ้มรส คือ ทุกอย่างเป็นธาตุหมดแต่ละธาตุ แค่ฟังยังต้องไตร่ตรองให้รู้ว่า เป็นสภาพธรรมที่เป็นจริงอย่างนั้น

    ชมชื่น แม้แต่คำว่า “ได้ยิน” เฉยๆ ก็ยังเข้าใจไม่ได้ เพราะได้ยินทีไรก็เป็นเสียงไปแล้ว

    สุ. แล้วไม่มีได้ยิน แล้วเสียงจะปรากฏได้ไหมคะ

    ชมชื่น ไม่ได้

    สุ. ค่ะ เพราะฉะนั้นมีธาตุชนิดหนึ่งที่เราไม่คุ้นเคยเลย สภาพนามธรรมแม้มีอยู่ ก็ไม่คุ้นเคย คุ้นเคยกับสิ่งที่ปรากฏทางตา คุ้นเคยกับการทรงจำ การนึกคิดว่าเป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้ เป็นคนนั้นคนนี้ แต่ทั้งหมดก็คือธาตุคิด ธาตุจำ สิ่งที่จำขณะนั้นก็มีจริง ไม่มีรูปร่างด้วย เพราะฉะนั้นก็เป็นสภาพนามธรรมชนิดหนึ่งซึ่งจำ ทั้งหมดก็คือเป็นนามธรรมกับรูปธรรมเท่านั้น ฟังแล้วก็ไตร่ตรองดูว่า นอกจากนี้มีอะไรอีกหรือเปล่า

    ชมชื่น มีแต่ความลังเลสงสัยว่า คืออะไร การได้ยินเป็นอย่างไร คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก ก็เลยต้องถามซ้ำๆ แบบนี้

    สุ. ก็เป็นความจริง เพราะความไม่รู้ของเราทำให้เราไม่สามารถจะเข้าใจสิ่งที่มีจริงนั้นได้ทันที เพราะว่าเราไม่รู้มานานมาก ได้ยินก็ผ่านไป หมดไป ก็ไม่รู้ว่า ได้ยินคืออะไร สภาพที่ได้ยินมีแน่นอน เมื่อไม่รู้ แต่มีได้ยิน เพราะฉะนั้นจึงยึดถือได้ยินว่าเป็นเรา ถูกต้องไหมคะ ไม่ใช่ใครได้ยิน แต่เราได้ยิน ซึ่งความจริงก็คือว่า มีการได้ยิน โดยไม่รู้ความจริงของสภาพธรรมที่ได้ยิน จึงเข้าใจผิดยึดถือสภาพนั้นว่าเป็นเราได้ยิน และก็เป็นเราไปหมดตั้งแต่เกิดจนตาย ซึ่งความจริงก็เป็นสภาพธรรมแต่ละลักษณะ ซึ่งเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป

    เมื่อวานนี้ได้ยินหรือเปล่าคะ ได้ยินเมื่อวานนี้ยังมีอยู่หรือเปล่า เมื่อกี้ได้ยินหรือเปล่า ได้ยินเมื่อกี้ยังอยู่หรือเปล่า

    ชมชื่น ไม่อยู่แล้วค่ะ

    สุ. ก็ผ่านไปทุกๆ ขณะ ก็เป็นนามธรรม เป็นรูปธรรมเท่านั้นเอง


    หมายเลข 12100
    5 ก.ค. 2564