ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ โรงพยาบาลตำรวจ ๑๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘

เมื่อวันอังคารที่ ๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ประธานกรรมการมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา และ คณะอาจารย์ มศพ. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อรรณพ หอมจันทร์ อาจารย์วิชัย เฟื่องฟูนวกิจ อาจารย์คำปั่น อักษรวิลัย ได้รับเชิญจากคณะกรรมการแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อไปสนทนาธรรม ในหัวข้อ "ชีวิตคือธรรม" ตามโครงการ "ฟังธรรมชำระจิต" โดยคณะกรรมการแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง ณ ห้องประชุมชัยจินดา ๑ อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ (มภร) ชั้นที่ ๒๐ โรงพยาบาลตำรวจ ระหว่างเวลา ๑๓.๐๐ น. - ๑๕.๐๐ น.



ในการนี้ พลตำรวจโท ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ นายแพทย์ (สบ 8) รักษาราชการแทน นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ (ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของโรงพยาบาลตำรวจ) สมาชิกชมรมบ้านธัมมะ มศพ. ลำดับที่ ๕๔๙๐ พร้อมภริยา คุณเอื้อมเดือน เจียมอนุกูลกิจ สมาชิกชมรมบ้านธัมมะ มศพ. ลำดับที่ ๔๗๗๒ และ พลตำรวจตรีหญิง พันวดี รัตนสุมาวงศ์ นายแพทย์ (สบ 7) ประธานคณะกรรมการแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมด้วยคณะทำงาน ให้การต้อนรับ



ข้อความบางตอนจากการสนทนา :
อ.คำปั่น อักษรวิลัย : ทุกท่านมีโอกาสที่จะได้สนทนาธรรม สนทนาในสิ่งที่มีจริง เพื่อความเข้าใจอย่างถูกต้อง ตรงตามความเป็นจริง หัวข้อสนทนา "ชีวิตคือธรรม" มีคำอยู่กี่คำที่ควรจะได้เข้าใจอย่างถูกต้อง "ชีวิต" คำหนึ่ง "ธรรม" คำหนึ่ง เป็นโอกาสที่จะได้เข้าใจในความจริง เพราะว่า การที่จะเข้าใจในความเป็นจริงได้ "คิดเอง" ไม่ได้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง จะเกิดขึ้นเองลอยๆ ไม่ได้ ต้องอาศัย "เหตุ" ที่สำคัญ คือการได้ยินได้ฟังได้ศึกษาคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า



ซึ่งในวันนี้ก็จะได้กราบเรียนท่านอาจารย์ เพื่อความเข้าใจอย่างถูกต้อง ตรงตามความเป็นจริง แม้แต่คำว่า "ชีวิต" แม้แต่คำว่า "ธรรม" ก็เป็นโอกาสที่จะได้เกื้อกูลให้มีความเข้าใจอย่างถูกต้อง ตรงตามความเป็นจริงครับท่านอาจารย์ครับ ทั้งคำว่าชีวิตและคำว่าธรรม ครับ


ท่านอาจารย์ : ก็เป็นอีกวันหนึ่ง ที่มีโอกาสที่จะได้แสดงความนอบน้อม ความเคารพสูงสุด ในพระรัตนตรัย ในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะเหตุว่า จะเป็นวันที่จะได้ฟังคำที่พระองค์ได้ตรัสไว้ นานแสนนานมาแล้ว แต่ก็เป็นความจริง และยังมีผู้ที่มีโอกาสจะได้รับฟัง พิจารณา ไตร่ตรอง เพื่อเห็นคุณสูงสุดของพระรัตนตรัย



ไม่ต้องรีบร้อน ทุกคำลึกซึ้ง ถ้ารีบร้อนที่จะได้ยินคำมากๆ แต่ไม่ได้มีความเข้าใจในความลึกซึ้ง ก็ไม่สามารถที่จะรู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เลย เพราะว่าพระองค์ทรงบำเพ็ญพระบารมีนานเท่าไหร่ เกินที่จะประมาณได้ ถึงความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อที่จะให้ทุกคน มีโอกาสได้ฟังคำ ที่พระองค์ได้ทรงตรัสรู้ความจริง



เพราะฉะนั้น ทุกคำ ต้องมีความเข้าใจที่มั่นคง ถูกต้อง และ ไม่จำเป็นต้องท่อง เพราะเหตุว่า ถ้าเข้าใจว่า ใครก็จะเอาความเข้าใจนั้นให้คนอื่นหรือเอาไปไม่ได้เลย เพราะเข้าใจก็อยู่ในใจทุกขณะที่เข้าใจ


เพราะฉะนั้น วันนี้ชื่อเรื่องก็ดูจะธรรมดา "ชีวิตคือธรรม" เพราะว่าส่วนใหญ่ก็พูดคำว่า "ชีวิต" แล้วก็พูดคำว่า "ธรรม" แต่ถ้าไตร่ตรองลึกซึ้ง ชีวิตคืออะไร ใครจะตอบ ถ้าจะตอบง่ายๆ ตอบตามหัวข้อเรื่อง "ชีวิตคือธรรม" แต่ชีวิตคืออะไร และธรรมคืออะไร ทำไมชีวิตจึงเป็นธรรม และทำไมธรรม เป็นชีวิตเดี๋ยวนี้



เห็นไหม? แม้แต่ "ชีวิต" อยู่ไหน? เมื่อไหร่? ก็เดี๋ยวนี้ไงล่ะ มีชีวิตกันทุกคน ยังมีชีวิตอยู่ แล้ว ชีวิตขณะนี้ เดี๋ยวนี้ คืออะไร? ถ้าตอบว่าคือธรรม เข้าใจไหม? เป็นเพียงหัวข้อ แต่ถ้ารู้ว่าธรรม คือ สิ่งที่มีจริง "เห็น" มีจริง "ได้ยิน" มีจริง แล้วชีวิตไหนล่ะ ที่ไม่เห็น ไม่ได้ยิน



เพราะฉะนั้น "ชีวิต" ที่เราเรียก คือ สภาพธรรม ที่เป็นธาตรู้ ฟังอย่างนี้ก็ค่อนข้างจะมึน เป็นธาตุรู้ คำว่าธาตุก็ยาก แล้วยังธาตุรู้ มีแต่ชื่อต่างๆ มากมาย ภาษาบาลี แต่ว่าภาษาไทย ธาตุรู้ ขณะเห็น รู้หรือเปล่า? รู้อะไร? ไม่ใช่เราแต่เป็นธาตุ อย่างนี้ก็ยาก แต่ถ้าบอกว่าธรรมคือสิ่งที่มีจริง เริ่มคำว่า "ธรรม" ก่อน สิ่งที่มีจริงทั้งหมด ไม่ต้องสงสัย สิ่งที่มีจริงมีลักษณะที่ปรากฏว่ามีจริง และ สิ่งที่มีจริงนั้นแหละ เป็นธรรม



เพราะฉะนั้น ชีวิตขณะนี้ กำลังเห็น จริงไหม? กำลังได้ยิน จริงไหม? เพราะฉะนั้น อะไรเป็นธรรม? เห็น เป็นธรรม ได้ยิน เป็นธรรม และตลอดชีวิตก็มีแต่เห็น มีได้ยิน มีได้กลิ่น มีลิ้มรส มีรู้สิ่งที่กระทบสัมผัส มีคิดนึก เมื่อวานนี้ก็เป็นอย่างนี้ ใช่ไหม? เมื่อวานนี้ก็เห็น ได้ยินด้วย ได้กลิ่นด้วย ลิ้มรสด้วย กระทบสัมผัสด้วย คิดด้วย หลับตื่น ทั้งหมด มีจริงทั้งหมด



เพราะฉะนั้น ธรรม ไม่ไกลเลย ไม่ต้องไปหาที่ไหน เมื่อมีความเข้าใจเริ่มต้นว่า สิ่งที่มีจริงมีจริงแน่นอน เพราะกำลังปรากฏว่าเห็นจริง ได้ยินจริง เพราะฉะนั้น เห็นเป็นธรรม ได้ยินเป็นธรรม เพราะฉะนั้น ชีวิตคือธรรม


มีอะไรบ้าง ตั้งแต่เกิดจนตาย ที่มีแล้วไม่ใช่ธรรม แต่ไม่รู้เลย ทั้งๆ ที่เป็นธรรมทั้งหมด อยู่กับธรรมทุกขณะ ก็ไม่รู้ว่าเป็นธรรม นี่เป็นสิ่งที่จะต้องมีความเข้าใจที่มั่นคง การตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงตรัสรู้อะไร ก็ต้องทรงตรัสรู้สิ่งที่มีจริง เมื่อไหร่ ก็เดี๋ยวนี้ก็มีจริง!!



เพราะฉะนั้น สิ่งที่มีจริงเดี๋ยวนี้แหละ เป็นสิ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้ และทรงแสดงคำที่กล่าวถึงคำจริงว่า ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา "อนัตตา" คือ ไม่ใช่ "อัตตา" อัตตาคือสิ่งหนึ่งสิ่งใด ไม่ว่าอะไรทั้งหมด "ตา" เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดหรือเปล่า
อ.วิชัย : ตาเป็นธรรมครับ
ท่านอาจารย์ : เป็นสิ่งหนึ่ง เป็นธรรมประเภทไหน?
อ.วิชัย : เป็นรูป เป็นธาตุที่ไม่รู้ครับ
ท่านอาจารย์ : คุณวิชัยมีตาไหม?
อ.วิชัย : มีครับ
ท่านอาจารย์ : ตาของใคร?
อ.วิชัย : ยังเป็นของผมอยู่ครับ



ท่านอาจารย์ : เพราะฉะนั้น เป็นอัตตา เพียงแค่ตาก็เป็นอัตตา ถูกต้องไหม? ก็เป็นตา แล้วจะไม่เป็นอัตตาได้อย่างไร ถ้าเป็นเพียงสิ่งที่แข็งเท่านั้น เป็นสีสันวรรณะเท่านั้น เป็นกลิ่นเท่านั้น ซึ่งมีเมื่อเกิด ถ้าไม่เกิดก็ไม่มี เกิดแล้วมีแล้วก็หมดไป สิ่งหนึ่งสิ่งใดมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นมีความดับไปเป็นธรรมดา



เพราะฉะนั้น ไม่ใช่ให้เข้าใจเรื่องอื่น แต่เข้าใจสิ่งที่กำลังมีเดี๋ยวนี้!! เพื่อที่จะรู้ว่า ถ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ทรงตรัสรู้ ใครจะคิดถึง "เห็น" ว่า "เห็น" มีจริง เห็นไม่ใช่หู เห็นไม่ใช่จำ เห็นมีจริง เห็นเป็นธรรม หูมีจริงเป็นธรรม กลิ่นมีจริงเป็นธรรม ทุกอย่างที่มีจริงเดี๋ยวนี้เป็นธรรมทั้งหมด!!



มั่นคงไหม? หรือยังสงสัย ว่าจะไปหาธรรมที่ไหน ไม่ต้องไปหา มีธรรมก็ไม่รู้ว่าเป็นธรรม จึงฟังเพื่อรู้ว่า สิ่งที่มีจริงทั้งหมดจะเป็นอื่นไม่ได้เลย นอกจากเป็นสิ่งที่มีจริง แต่ละหนึ่ง แล้วก็ไม่ใช่ของใครด้วย ตาเป็นอัตตา แต่ความจริง ถ้าตาไม่เกิด มีไหม? ไม่มี เกิดแล้วตาบอด ตาหายไปไหน?



เพราะฉะนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่มี เร็วกว่านั้นอีก ก่อนที่ตาจะบอด ตาเมื่อวานนี้เห็นอะไร ตาวันนี้เห็นอะไร ตาที่เห็นวันนี้ ไม่ใช่ตาที่เห็นเมื่อวานนี้ สิ่งที่ถูกเห็นเมื่อวานนี้ ก็ไม่ใช่สิ่งที่กำลังปรากฏเดี๋ยวนี้ และเดี๋ยวนี้ก็กำลังจะผ่านไป แต่ความจริงผ่านไปเร็วกว่านั้นอีก!!


เพราะฉะนั้น ธรรมมีอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่มีใครรู้ว่าเป็นธรรม จนได้ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เริ่มเป็นผู้ตรงต่อความจริง "สัจธรรม" เปลี่ยนไม่ได้!! ต้องไม่ลืมคำเริ่มต้น ธรรมทั้งปวง ทั้งหมด ทั้งสิ้น ไม่เหลือเลย ไม่ว่าเป็นอะไรที่มีจริง เป็นธรรมแต่ละหนึ่งทั้งหมด

- ขอเชิญติดตามบันทึกการถ่ายทอดสดการสนทนาธรรมในครั้งนี้ ได้ที่ลิงก์ด้านล่าง :
ขอเชิญติดตามบันทึกการสนทนาที่เกี่ยวข้อง ได้ที่ลิงก์ด้านล่าง :
- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ โรงพยาบาลตำรวจ ๑๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๖
- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ โรงพยาบาลตำรวจ ๑๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗
- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ โรงพยาบาลตำรวจ ๓๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗
- ณ
กาลครั้งหนึ่ง ที่ โรงพยาบาลตำรวจ ๒๔ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗ :
เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา
- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ๙ ตุลาคม ๒๕๖๗
- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ โรงพยาบาลตำรวจ ๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘

