สิ่งที่มีประโยชน์น้อยแต่ผูกพันธ์มาก


    ข้อความในปรมัตถทีปนี อรรถกถา ขุททกนิกาย จริยาปิฎก มีข้อความว่ากามทั้งหลาย คือรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ มีความยินดีน้อย แต่มีการผูกพันด้วยสิ่งที่ไม่มีประโยชน์มากมาย

    รูปที่น่าพอใจทางตา เสียงที่น่าพอใจทั้งหู สั้นๆ น้อยมาก ถ้าจะให้เกิดความยินดีก็ให้เกิดความยินดีเพียงเล็กน้อย โทษคือแต่มีการผูกพันด้วยสิ่งที่ไม่มีประโยชน์มากมายดุจลิ้มเลียหยาดน้ำผึ้งที่ติดอยู่บนคมมีด กล้าไหม ลิ้มเลียหยาดน้ำผึ้งที่ติดอยู่บนคมมีด ทุกคนกำลังกล้ามากที่ยินดีพอใจในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ที่แสนสั้นและเป็นโทษ เพราะตั้งอยู่บนความเศร้าหมองทั้งสิ้น เพราะคับแคบมากด้วยบุตรภรรยาเป็นต้น

    นี่คือความยินดีในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ท่านที่ยังไม่มีครอบครัว ก็คงจะไม่รู้ถึงความคับแค้นมากด้วยบุตรภรรยา แต่ท่านที่มีครอบครัวก็คงจะได้พิจารณาว่าเป็นความจริง แต่แม้กระนั้นผู้ที่ไม่มีครอบครัว ตัวคนเดียว คิดว่าไม่ต้องดิ้นรนเดือดร้อนเท่าผู้ที่มีครอบครัว แต่ก็วุ่นวายด้วยการตั้งใจทำการงานหลายอย่าง มีกสิกรรม และพาณิชยกรรมเป็นต้น ไม่มีครอบครัว ก็ไม่หายวุ่น หรือว่าไม่ใช่ว่าไม่มีครอบครัวจะไม่วุ่น ถึงไม่มีครอบครัวก็ยังวุ่นวาย ด้วยการตั้งใจทำการงานหลายอย่าง มีกสิกรรม และพาณิชยกรรมเป็นต้น

    เวลาที่รู้รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ นั้น เพียงเล็กน้อยจริงๆ ชั่วขณะที่ออกจากภวังค์ มารู้อารมณ์ภายนอก อุปมาเหมือนกับได้เวลานิดหน่อย ดุจการฟ้อนรำที่ต้องใช้แสงไฟ ได้สัญญาวิปริตดุจเครื่องประดับของคนบ้า ไม่ว่าจะพอใจในรูป ในเสียง ในกลิ่น ในรส ก็เหมือนได้สัญญาวิปริตดุจเครื่องประดับของคนบ้าเป็นการตอบแทน

    ท่านอาจจะเป็นผู้ที่มีการงานสำคัญ มีลาภ มียศ มีสรรเสริญ มีตำแหน่ง มีเกียรติยศ แต่ให้ทราบว่าเป็นสัญญาวิปริตดุจเครื่องประดับของคนบ้า ดุจปกปิดไว้ด้วยคูถ ไม่อิ่ม ดุจดื่มน้ำที่นิ้วมืออันเปียกด้วยน้ำ ไม่มีใครอิ่มในรูป ในเสียง ในกลิ่น ในรส ในโผฏฐัพพะ ความไม่อิ่มของทุกคน เปรียบเหมือนดื่มน้ำที่นิ้วมืออันเปียกด้วยน้ำ เพราะฉะนั้น ไม่มีทางที่จะอิ่มได้ มีความไม่สบาย ดุจบริโภคอาหารในเวลาหิว เป็นเหตุรวมความพินาศ ดุจเหยื่อที่เบ็ด เป็นเหตุเกิดทุกข์ใน ๓ กาละ ดุจความร้อนของไฟ มีการผูกเป็นเครื่องหมาย ดุจยางดักลิง เป็นที่ตั้งแห่งภัย ดุจอยู่บ้านศัตรู คิดว่าอยู่บ้านท่านเองจะปลอดภัยใช่ไหม แต่เวลาที่อยู่บ้านศัตรูจะเกิดอันตรายวันไหน เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ

    เพราะฉะนั้น การที่มีความยินดีพอใจในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ในกามทั้งหลาย จะได้รับทุกข์โทษเพราะกามทั้งหลายเมื่อไหร่ ก็เหมือนกับอยู่บ้านของศัตรู เป็นเหยื่อของกิเลสมารเป็นต้น ดุจเลี้ยงศัตรู ทุกข์เกิดจากการปรวนแปรไปดุจสมบัติมหรสพ ในละคร ในหนัง ทุกคนก็เห็นปราสาทราชวังมีสมบัติมากมาย แต่ก็เป็นเพียงสมมุติในเรื่องเท่านั้นเอง มีการเผาภายใน ดุจไฟในโพรงไม้ เป็นเหตุแห่งความกระหาย ดุจดื่มน้ำเค็ม การเสพของคนชั้นต่ำดุจสุราเมรัย เพราะเหตุว่าเป็นความหลงติดในกามทั้งหลาย นั่นเอง


    หมายเลข 4480
    11 มี.ค. 2569