ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๓๐๒
 
khampan.a
khampan.a
วันที่  4 มิ.ย. 2560
หมายเลข  28889
อ่าน  700

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม)   ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง  รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษาและพิจารณาร่วมกัน    เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง  แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง  ดังนี้



ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม   ... ครั้งที่ ๓๐๒  

 


~พระภิกษุ   เป็นโทษมาก ถ้าอาศัยก้อนข้าวของชาวบ้าน แต่ไม่ได้ศึกษาธรรมไม่เข้าใจธรรม ไม่ทำประโยชน์แก่ชาวบ้าน เพราะว่าพระภิกษุจะต้องรู้ว่า เป็นผู้ที่จะต้องทำความดีในเพราะการขอ ซึ่งไม่ใช่ขออย่างขอทาน ไม่ใช่ขออย่างผู้อยากจะได้  แต่ขอเพราะความประพฤติที่แสดงออกทางกาย วาจา และก็มีการศึกษาธรรม ช่วยสังคมด้วยความเข้าใจ   ให้เขาได้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง   เท่ากับช่วยให้เขาได้พ้นจากความไม่รู้ในชาติก่อนๆ   ซึ่งไม่รู้มานานแสนนาน

~เป็นเรื่องที่จะต้องเข้าใจจริงๆ ว่า   ถ้าไม่สามารถที่จะรักษาพระธรรมวินัยและศึกษาพระธรรม เพราะถ้าไม่เข้าใจธรรม รักษาพระวินัยไม่ได้  ไม่ควรบวช เพราะเหตุว่าเป็นโทษอย่างยิ่ง

~ทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ เป็นผู้ทำลายพระพุทธศาสนา เมื่อไม่เข้าใจพระธรรมวินัย

~ฟังธรรมประโยชน์อยู่ที่ไหน? ประโยชน์อยู่ที่คนฟังได้เข้าใจ   
ประโยชน์อยู่ตรงเข้าใจ

~ถ้าเห็นผิดว่าคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ไม่ต้องศึกษาเลย เริ่มผิดแล้ว
นั่นคือทำลายคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหมดไม่เหลือเลย   เพราะฉะนั้น เป็นอันตรายใหญ่หลวงแค่ไหน เพราะว่าคำทุกคำ(ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า) มีค่าที่ประเสริฐที่สุดไม่มีอะไรจะเทียบได้  แล้ว(ผู้นั้นที่มีความเห็นผิด) กั้นไม่ให้เขาได้ยินได้ฟังคำที่ถูก  เป็นการทำลายคำที่ยากแสนยากที่จะมีโอกาสได้ฟัง  ยากที่สุด  ก็ไปให้เขาไม่ได้ยินได้ฟังได้ฟังสิ่งที่ถูกต้อง  ไม่ใช่เฉพาะชาตินี้ชาติเดียว   ยังชาติต่อๆไปอีก  เพราะฉะนั้น   ทำลายประโยชน์มหาศาล  จึงได้กล่าวว่า  ความเห็นผิด เป็นอันตรายที่สุด

~โมฆบุรุษ ว่างเปล่าจากประโยชน์ เพราะไม่ได้เข้าใจความลึกซึ้งของพระธรรม   แค่ได้ยินว่าพระพุทธศาสนา และคิดว่าตัวเองเป็นชาวพุทธ แต่ว่าว่างเปล่า เพราะว่าไม่ได้มีความเข้าใจอะไรเลยทั้งสิ้น ไม่ใช่แค่ว่างเปล่า  ยังห่างไกล หันหลังให้พระสัทธรรม เพราะเหตุว่า ไม่มีทางเข้าใกล้ความจริงที่ได้ทรงแสดงไว้เลย เพราะทั้งหมดไม่ได้เข้าใกล้ ด้วยการเงี่ยโสต(เงี่ยหู)ลงสดับ  ด้วยการพิจารณา ด้วยการเข้าใจ เพราะฉะนั้น  ก็ทำลายคำสอน ถ้าเข้าใจผิด

~เข้าใจผิด คิดว่าพระพุทธศาสนา ง่าย ไม่ต้องเรียน ก็ได้  คิดได้อย่างไร นี่อันตรายที่สุด ที่ประมาทคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

~คนที่เคยฟังคำสอนอื่น ไปหลงผิด ไปปฏิบัติผิดมา แต่เพราะการที่เคยสะสมความเป็นผู้มีเหตุผล ความเป็นผู้ตรง ความเป็นผู้เห็นสาระของการเข้าใจสิ่งที่จริง ไม่ต้องการสิ่งที่ไม่จริง พอได้ฟังธรรม เขาเปลี่ยนเลย  เพราะเหตุว่า เขารู้ว่าที่ผ่านมาแล้วทั้งหมด ไม่ใช่ความถูกต้อง ไม่จริง  ไม่ใช่ความเข้าใจใดๆเลยทั้งสิ้น

~เพียรที่จะรู้ความจริงของสิ่งที่กำลังมีเดี๋ยวนี้ นั่นคือประโยชน์สูงสุด
ถ้าไม่รู้ความจริงของสิ่งที่กำลังมีเดี๋ยวนี้ แล้วจะไปหาความจริงอะไรที่ไหนมารู้

~เพียรฟังพระธรรมจนกระทั่งค่อยๆ หมดความสงสัย ค่อยๆละความเป็นเรา

~พระธรรมเป็นสิ่งที่สามารถเข้าใจได้ แต่ว่า ลึกซึ้ง เป็นประโยชน์, คำไหนที่ไม่ใช่คำที่กล่าวถึงสิ่งที่มีจริง ทุกคำไม่ใช่คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหมด

~ถ้าไม่ได้ฟังคำที่ถูกต้อง ก็ไปสู่คำผิดๆ แม้แต่ต่างประเทศทั่วโลก ก็มีสำนักปฏิบัติ เพราะไม่เข้าใจ

~ผู้ที่ได้ฟังพระธรรมแล้ว ที่จะไม่รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีไหม?  แล้วเคารพแค่ไหน? ในสังสารวัฏฏ์เคยได้ยินคำเหล่านี้ไหม? แม้ว่าสิ่งที่มีจริงยังไม่ได้ประจักษ์แจ้ง แต่ก็รู้ว่าเมื่อเข้าใจขึ้นต่างหาก จึงจะค่อยๆ ละความไม่รู้และการยึดถือ

~เพียงวัตถุภายนอกยังสละไม่ได้ แล้วจะสละความเป็นเรา ซึ่งเคยเป็นเรามานานแสนนาน ได้อย่างไร

~ให้คนเข้าใจผิด บาปหรือบุญ?

~ไปเพียรผิด ไม่มีทางที่จะรู้ความจริงได้เลย

~ผิด แม้นิดเดียว ก็ผิดแล้ว

~คำชั่ว ไม่สามารถทำให้พ้นจากทุกข์ได้

~ถ้าเป็นข้อปฏิบัติที่ผิดแล้ว ใครเกียจคร้านไม่ทำตาม ไม่เป็นไร ไม่ต้องคิดว่าท่านกำลังขี้เกียจ ท่านกำลังหมดความเพียร ท่านไม่ไปขมักเขม้นทำข้อปฏิบัติที่ผิด เพราะเหตุว่ายิ่งประพฤติปฏิบัติข้อปฏิบัติที่ผิด ก็ย่อมมีแต่โทษ ไม่ได้ทำให้ปัญญารู้สภาพธรรมตามความเป็นจริงได้

~ผู้เกียจคร้านในธรรมวินัยที่กล่าวไว้ดี ย่อมอยู่เป็นทุกข์ ทุกข์เพราะโลภะ ทุกข์เพราะโทสะ ทุกข์เพราะโมหะ ทุกข์เพราะริษยา ทุกข์เพราะอกุศลธรรมนานาประการทีเดียว

~เพียรที่จะรู้ความจริงของสิ่งที่กำลังมีในขณะนี้ ซึ่งไม่รู้มานานแสนนานในสังสารวัฏฏ์

~ถ้าไม่รู้จักอกุศลตามความเป็นจริง ไม่มีทางเลยที่ท่านจะรู้ว่า ท่านมีอกุศลมากน้อยเท่าไร แล้วในทุก ๆ วันนี้ อกุศลเพิ่มขึ้นเท่าไร แล้วการที่จะขัดเกลาจนกระทั่งดับหมดเป็นสมุจเฉท(ถอนขึ้นได้อย่างเด็ดขาด) จะต้องอาศัยปัญญาที่มีกำลังจริง ๆ จึงจะดับได้

~เวลาที่พูดโดยการขาดสติ ขาดความระวัง ขาดความเคารพ ผู้พูดในขณะนั้นไม่รู้สึกตัวเลย เพราะฉะนั้น อกุศลทั้งหลายละเอียดและมีปัจจัยที่จะปรุงแต่งให้เป็นเพียงขั้นความคิด หรือว่าเป็นทุจริตทางกายบ้าง ทางวาจาบ้าง

~เวลาที่ท่านโกรธ บางครั้งท่านบอกว่าต้องโกรธ ควรโกรธ ไม่โกรธไม่ได้ ใช่ไหม?    สติไม่ได้เกิดขึ้น ปัญญาไม่ได้เห็นสภาพธรรมตามความเป็นจริง ไม่เห็นโทษ ไม่เห็นภัยว่า โทสะเป็นอกุศล ไม่ว่าจะน้อยหรือจะมาก   ก็เป็นอกุศลแล้ว

~ช่วยให้คนได้เข้าใจถูก เป็นกุศล เป็นความดี  แต่ถ้าให้เขาเข้าใจผิด ตรงกันข้ามเลย  ทำลายชีวิตเขาทั้งในชาตินี้และในชาติต่อไปด้วย

~ทางผิด(มิจฉามรรค) นำไปสู่ความเห็นผิดยิ่งๆ ขึ้นไป   สำคัญว่าได้เข้าใจถูกสำคัญว่าได้หลุดพ้น  แต่ความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย  เป็นความเห็นผิดคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง

~ว่าง่าย ไม่ใช่เชื่อง่าย ว่าง่ายด้วยการฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เพราะเรากล่าวว่า เรามีพระองค์เป็นที่พึ่ง  จะพึ่งเมื่อไหร่? เมื่อเข้าใจธรรม

~หวังว่าทุกคนจะมีความเข้าใจที่มั่นคง ถูกต้อง ที่จะแก้ไขการที่ไม่ศึกษาธรรมให้ถูกต้องและประพฤติผิดตามๆกันมา  แก้ได้แค่ไหน ก็แค่นั้น   ไฟกองใหญ่  น้ำนิดหน่อย  ก็ยังสามารถดับส่วนที่เป็นไฟได้  ตามสมควร

~เกิดมา ประโยชน์อยู่ที่การมีโอกาสได้ฟังคำจริงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง

 

ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๓๐๑ 

 

 

...กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง
และอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...  


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
tong9999
tong9999
วันที่ 4 มิ.ย. 2560 16:48 น.

ขอบพระคุณ และกราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
Mayura
Mayura
วันที่ 4 มิ.ย. 2560 16:59 น.

_/\_ _/\_ _/\_

ขอนอบน้อมต่อพระรัตนตรัย

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
peem
วันที่ 4 มิ.ย. 2560 17:16 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
meenalovechoompoo
meenalovechoompoo
วันที่ 4 มิ.ย. 2560 18:02 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
panasda
วันที่ 4 มิ.ย. 2560 18:13 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
thilda
thilda
วันที่ 4 มิ.ย. 2560 18:38 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
Noparat
วันที่ 4 มิ.ย. 2560 18:52 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
worrasak
worrasak
วันที่ 4 มิ.ย. 2560 23:08 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
siraya
วันที่ 5 มิ.ย. 2560 10:01 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
jaturong
วันที่ 5 มิ.ย. 2560 11:56 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 5 มิ.ย. 2560 16:26 น.

    ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
ประสาน
วันที่ 6 มิ.ย. 2560 06:17 น.

การศึกษาพระธรรมต้องเป็นผู้ละเอียด ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
p.methanawingmai
p.methanawingmai
วันที่ 8 มิ.ย. 2560 15:57 น.

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 9 มิ.ย. 2560 09:57 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
Krishrong
วันที่ 9 มิ.ย. 2560 19:41 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
kukeart
kukeart
วันที่ 14 มิ.ย. 2560 20:41 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
papon
papon
วันที่ 21 มิ.ย. 2560 17:35 น.

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
แสดงความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ