Print 
เรื่องมหาอำมาตย์ผู้เลื่อมใส
 
paderm
paderm
วันที่  20 ม.ค. 2558
หมายเลข  26064
อ่าน  610

พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ - หน้าที่ 104

เรื่องมหาอำมาตย์ผู้เลื่อมใส       

     [๖๔]  ประชาชนทราบข่าวว่า  พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุญาตยาคู และขนมปรุงด้วยน้ำหวานแก่ภิกษุทั้งหลาย     จึงตกแต่งยาคูที่แข้นและขนมปรุงด้วยน้ำหวานถวายแต่เช้า  ภิกษุทั้งหลายที่ได้รับอังคาสด้วยยาคูที่แข้นและขนมปรุงด้วยน้ำหวานแต่เช้า  ฉันภัตตาหารในโรงอาหารไม่ได้ตามที่คาดหมาย  คราวนั้น  มหาอำมาตย์คนหนึ่งผู้เริ่มเลื่อมใส  ได้นิมนต์ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขเพื่อฉันในวันรุ่งขึ้นและได้มีความคิดว่า   ถ้ากระไร   เราพึงตกแต่งสำรับมังสะ ๑,๒๕๐ ที่  เพื่อภิกษุ  ๑,๒๕๐   รูป   น้อมเข้าไปถวายภิกษุรูปละ  ๑ สำรับ แล้วสั่งให้ตกแต่งขาทนียโภชนียาหารอันประณีตและสำรับมังสะ ๑,๒๕0  ที่   โดยผ่านราตรีนั้น   แล้วสั่ง ให้เจ้าพนักงานไปกราบทูลภัตกาลแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ถึงเวลาแล้ว   พระพุทธเจ้าข้า   ภัตตาหารสำเร็จแล้ว.

     ครั้นเวลาเช้า   พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงครองอันตรวาสกแล้ว   ทรงถือบาตรจีวรเสด็จพระพุทธดำเนินสู่นิเวศน์ของมหาอำมาตย์ผู้เริ่มเลื่อมใสนั้น   แล้วประทับนั่งเหนือพระพุทธอาสน์ที่เขาจัดถวาย  พร้อมด้วยพระสงฆ์  มหาอำมาตย์ผู้เริ่มเลื่อมใสนั้น  จึงอังคาสภิกษุทั้งหลายอยู่ในโรงอาหาร.

     ภิกษุทั้งหลายพูดอย่างนี้ว่า จงถวายแต่น้อยเถิดท่าน  จงถวายแต่น้อยเถิดท่าน.

     ท่านมหาอำมาตย์กราบเรียนว่า  ท่านเจ้าข้า    ขอท่านทั้งหลายอย่ารับแต่น้อย  ๆ  ด้วยคิดว่า นี้เป็นมหาอำมาตย์ที่เริ่มเลื่อมใส  กระผมตกแต่งที่ขาทนียโภชนียาหารไว้มาก  กับสำรับมังสะ ๑,๒๕๐  ที่   จักน้อมเข้าไปถวายภิกษุรูปละ ๑  สำรับขอท่านทั้งหลายกรุณารับให้พอแก่ความต้องการเถิด  เจ้าข้า.

     ภิกษุทั้งหลายว่า  ท่าน  พวกอาตมภาพรับแต่น้อย  ๆ  มิใช่เพราะเหตุนั้นเลย  แต่เพราะพวกอาตมภาพได้รับอังคาสด้วยยาคูที่แข้น และขนมปรุงด้วยน้ำหวานแต่เช้า   ฉะนั้น พวกอาตมภาพจึงขอรับแต่น้อย ๆ.

     ทันใดนั้น  มหาอำมาตย์ผู้เริ่มเลื่อมใสนั้นจึงเพ่งโทษ  ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระคุณเจ้าทั้งหลาย  อันกระผมนิมนต์แล้วจึงได้ฉันยาคูที่แข้นของผู้อื่นเล่า กระผมไม่สามารถจะถวายให้พอแก่ความต้องการหรือ  แล้วโกรธไม่พอใจ  เพ่งจะหาโทษให้  ได้บรรจุบาตรของภิกษุทั้งหลายเต็มพลางกล่าวว่าท่านทั้งหลายจะฉันก็ได้  นำไปก็ได้ ครั้นแล้ว อังคาสภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข  ด้วยขาทนียโภชนียาหารอันประณีตด้วยมือของตน   จนยังพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เสวยเสร็จแล้วนำพระหัตถ์ออกจากบาตรให้ห้ามบัตรแล้ว  นั่งเฝ้าอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง.


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 20 ม.ค. 2558 08:17 น.

     พระผู้มีพระภาคเจ้า  ทรงชี้แจงแก่มหาอำมาตย์ผู้เริ่มเลื่อมใสนั้น  ซึ่งนั่งเฝ้าอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง   ให้เห็นแจ้ง   สมาทาน   อาจหาญ   ร่าเริง  ด้วยธรรมีกถาแล้ว  ทรงลุกจากที่ประทับเสด็จกลับ  เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จกลับไม่ทันนาน  มหาอำมาตย์ผู้เริ่มเลื่อมใสนั้นได้บังเกิดความรำคาญและความเดือดร้อนว่า   มิใช่ลาภของเราหนอ  ลาภของเราไม่มีหนอ เราได้ชั่ว แล้วหนอ

     เราไม่ได้ดีแล้วหนอ  เพราะเราโกรธไม่พอใจ  เพ่งจะหาโทษให้  ได้บรรจุ บาตรของภิกษุทั้งหลายเต็มพลางกล่าวว่า   ท่านทั้งหลายจะฉันก็ได้    นำไปก็ได้อะไรหนอแล   เราสร้างสมมาก  คือ  บุญหรือบาป    ครั้นแล้วเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถวายบงคมนั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง จึงกราบทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า  เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จกลับไม่ทัน นาน  ความรำคาญและความเดือนร้อนได้บังเกิดแก่ข้าพระพุทธเจ้า  ณ ที่นั้น ว่า  มิใช่ลาภของข้าพระพุทธเจ้าหนอ  ลาภของข้าพระพุทธเจ้าไม่มีหนอ   ข้าพระพุทธเจ้าได้ชั่วแล้วหนอ  ข้าพระพุทธเจ้าไม่ได้ดีแล้วหนอ   เพราะข้าพระพุทธเจ้าโกรธไม่พอใจ   เพ่งจะหาโทษให้ ได้บรรจุบาตรของภิกษุทั้งหลายเต็มพลางกล่าวว่า   ท่านทั้งหลายจะฉันก็ได้นำไปก็ได้  อะไรหนอแล  ข้าพระพุทธเจ้าสร้างสมไว้มาก คือ  บุญหรือบาปดังนี้  อะไรกันแน่ที่ข้าพระพุทธเจ้าสร้างสมมาก  คือ  บุญหรือบาป พระพุทธเจ้าข้า.

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
paderm
paderm
วันที่ 20 ม.ค. 2558 08:17 น.

     พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า  อาวุโส  ท่านนิมนต์ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข  เพื่อเจริญบุญกุศลและปีติปราโมทย์ในวันพรุ่งนี้ด้วยทานอันเลิศใค  ท่านชื่อว่าสร้างสมบุญไว้มากเพราะทานอันเลิศนั้น   เมล็ดข้าวสุกเมล็ดหนึ่ง ๆ ของท่าน  อันภิกษุรูปหนึ่ง ๆ ผู้เลิศด้วยคุณสมบัติอันใด  รับไปแล้ว ท่านชื่อว่าสร้างสมบุญไว้มาก  เพราะภิกษุผู้เลิศด้วยคุณสมบัติอันนั้น สวรรค์เป็นอันท่านปรารภไว้แล้ว.

     ลำดับนั้น  มหาอำมาตย์ผู้เริ่มเลื่อมใสนั้น  ได้ทราบว่าเป็นลาภของตนได้ดีแล้ว  บุญมากอันคนสร้างสมแล้ว  สวรรค์อันตนปรารภไว้แล้ว ก็ร่าเริง ดีใจลุกจากที่นั่งถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า ทำประทักษิณกลับไป.

ประชุมสงฆ์ทรงสอบถาม

     ลำดับนั้น  พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์  ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น  แล้วทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า 
     ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุทั้งหลายอันทายกนิมนต์ไว้แห่งอื่น  ฉันยาคูที่แข้นของผู้อื่นจริงหรือ ?     
      ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า  จริง  พระพุทธเจ้าข้า.

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
pichet
pichet
วันที่ 26 มิ.ย. 2558 22:01 น.

ขออนุโมทนาครับ

 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ