Print 
(เกือบ) ถอดใจ ... ที่อินเดีย4
 
kanchana.c
kanchana.c
วันที่  28 ต.ค. 2557
หมายเลข  25696
อ่าน  1,268

พระวิหารเชตวันในสายฝน

            ระหว่างทางจากลัคเนาว์มาสาวัตถี วิทยากรประจำรถบัสคันที่ 4 สีเขียว รศ.สงบ เชื้อ

ทอง ได้นำสวดมนต์นอบน้อมพระรัตนตรัยในดินแดนพุทธภูมิ (ซึ่งทำเป็นกิจวัตรทุกครั้งที่ออก

เดินทาง) และอธิบายที่มาของการสวด นโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ พร้อม

ทั้งอธิบายบทสวดบูชาพระรัตนตรัยเป็นภาษาไทยให้ผู้ร่วมเดินทางเข้าใจความหมาย เพื่อให้

เกิดกุศลจิตมีศรัทธาในพระรัตนตรัยยิ่งขึ้น แล้วได้บรรยายถึงประวัติและความสำคัญของ

สถานที่ต่างๆ ที่จะได้ดูได้ชมในสาวัตถี ตั้งแต่พระวิหารเชตวัน บ้านท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี

บ้านปุโรหิตบิดาของท่านพระองคุลีมาล สถานที่พระเทวทัตถูกธรณีสูบ สถานที่แสดงยมก

ปาฏิหาริย์ วัดบุพพารามของท่านวิสาขามหาอุบาสิกา (รายละเอียดเล่าไว้แล้วใน “อินเดีย ..

. แดนพุทธภูมิ อ่านได้จาก www.dhammahome.com  หนังสือ - Ebook – เส้นทางสาย

ธรรม ซึ่งค้นมาจากพระไตรปิฎกและอรรถกถา คนหนึ่งเล่า อีกคนหนึ่งเขียน ข้อมูลมาจาก

แหล่งเดียวกัน  ไม่ได้คิดเอง อย่ารังเกียจที่จะฟังหรือจะอ่านเลยค่ะ) เมื่อไปถึงสาวัตถี เข้าไป

พักที่โรงแรมนิคโก้โลตัสรับประทานอาหารกลางวันแล้ว ก็เตรียมตัวไปเวียนเทียนที่พระ

คันธกุฎี ในพระวิหารเชตวันตอนบ่ายสามโมง แต่ฝนยังตกอยู่ คิดว่าอาจจะเลื่อนไปเป็นวันรุ่ง

ขึ้น แต่ท่านอาจารย์ยืนยันด้วยความเมตตาคนมาใหม่ว่า โปรแกรมเหมือนเดิม เพราะถ้ากลัว

ฝน พรุ่งนี้ฝนอาจจะตกอีก คนที่ไม่เคยมาพระเชตวันก็จะไม่ได้เข้าไปกราบและเวียนเทียนรอบ

พระคันธกุฎี จึงเตรียมตัวไปกัน จะเห็นศรัทธาของแต่ละท่านนั้นไม่เหมือนกัน บางท่านขึ้นรถ

ไปดูก่อนว่า ไปถึงพระเชตวันฝนอาจจะหยุด แต่บางท่านไม่ยอมขึ้นรถเลย ขอนอนพักที่

โรงแรม

            เราเป็นกลุ่มศรัทธาปานกลาง ขึ้นรถไปวิหารพระเชตวันก่อน ไปถึงแล้วก็ว่ากันใหม่ว่า

จะลงหรือไม่ลงจากรถ จากโรงแรมนิกโก้โลตัสใช้เวลาไม่นานก็ถึงวิหารพระเชตวัน แต่คราวนี้

รถไม่จอดตรงประตูทางเข้าที่เคยจอด  วิ่งอ้อมไปอีกทางหนึ่ง แล้วก็จอดตรงกำแพงสีน้ำตาล

มีป้อมยามเล็กๆ ไม่มีขอทานและร้านขายของมากมายเหมือนที่เคยมาเลย คิดเอาเองว่า ฝน

ตกหนัก มีพายุ ทุกคนคงอยู่ในแต่ในบ้าน พอไปถึงมีผู้สื่อข่าวประจำรถมาบอกว่า ท่านอาจารย์

เวียนเทียนประทักษิณรอบพระคันธกุฎีท่ามกลางสายฝน ผู้มีศรัทธาแรงกล้าลงจากรถเกือบ

หมด แต่เราผู้มีศรัทธาคลอนแคลนหวั่นไหวลังเลใจ แต่พอบอกให้ถอดรองเท้าในรถ เราถอด

รองเท้าแล้วเดินลงไปสัมผัสพื้นเฉอะแฉะเย็นเฉียบ เลยเปลี่ยนใจกลัวเป็นไข้หวัด สละร่มให้ผู้

มีศรัทธาแก่กล้าไปเวียนเทียนแทน แล้วก็นั่งชะเง้อคอดูท่านทั้งหลายในพระวิหารเชตวัน คอย

นานพอสมควร ท่านอาจารย์ก็ออกมาขึ้นรถเป็นคนแรกด้วยท่าทางหน้าตาแจ่มใส คนอื่นขึ้นรถ

มาบอกว่า ดีมากๆ เวียนเทียนท่ามกลางสายฝน ไม่หนาวเย็นเลย รู้สึกชุ่มชื่นเหมือนเทวดา

รดน้ำมนต์ให้ ฟังแล้วอนุโมทนาในศรัทธาที่แรงกล้าของท่าน และก็เสียดายที่จิตไม่มั่นคง

พอที่จะตากฝน เพราะหาได้ยากมากที่มาพระเชตวันแล้วจะเจอฝนตก แล้วยังได้เวียนเทียน

อีก ปลอบใจตัวเองว่า ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ก็มาเวียนเทียนตอนเช้าอยู่ดี เห็นความเป็นอนัตตาของ

สภาพธรรมะทั้งหลายไหมว่า อยากจะทำ แต่ก็ไม่ได้ทำ 

            โคมประทีปที่คุณโจ จรัญ และคุณสายฝน ปานุราช มอบให้มูลนิธิฯมาเจริญกุศลที่

อินเดีย ก็ได้นำมาบูชาคุณของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วเป็นแห่งแรกที่พระวิหารเชต

วัน พวกเราทุกคนขออนุโมทนาในกุศลจิตของคุณโจและคุณฝน ขอให้กุศลนี้เป็นปัจจัยให้ทั้ง

สองท่านเจริญมั่นคงในธรรมยิ่งๆขึ้นไปเทอญ

 

      นอกจากนั้นน้องแอ๊ว นภา จันทรางศุ นางฟ้าใจดีประจำบัส 4 ยังนำช่อดอกไม้มา

ตบแต่งโคมประทีปให้สวยงามยิ่งขึ้น จิตของเธอช่างวิจิตรในการเจริญกุศลจริงๆ มิน่าล่ะ ถึง

ได้งามทั้งกายและใจอย่างนี้เอง อนุโมทนาในกุศลที่ทั้งแจกอาหารว่างในรถ ดอกไม้ประดับ

โคม และร้องเพลงขับกล่อมค่ะ มีอีกหลายท่านที่นำอาหารว่างมาแจก เช่น น้องเบญจวรรณ

รัศมีสุวรรณกุล เป็นต้น นักร้องก็มีอีกหลายท่าน เช่น น้องตู๋ น้องน้อย พัทนารี คุณหน่อย

คุณธร คุณสุดใจเป็นต้น

            วันรุ่งขึ้นท่านอาจารย์สนทนาธรรมที่โรงแรมปาวันพาเลซที่ท่านและคณะ 75 คนพัก

อยู่ บางกลุ่มก็ไปเที่ยวชมสถานที่สำคัญ และเวียนเทียนรอบพระคันธกุฎี คงเดาได้ว่า เราอยู่

กลุ่มไหน ต้องทำหน้าที่รายงานข่าวจึงต้องสำรวจสถานที่แม้ว่าจะมาหลายครั้งแล้วก็ตาม แต่

ทุกอย่างไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา รวมทั้งพระวิหารเชตวันด้วย จึงได้เห็นว่า พระ

เจดีย์สีทององค์ใหญ่ที่ศรัทธาของคนไทยมาสร้างไว้ ส่วนทางเข้าพระเชตวันนั้นเป็นด้าน

หลัง เดินเข้าไปก็ถึงธัมมสภาทางด้านซ้าย พระคันธกุฏีทางด้านขวา และต้นโพธิ์พระอานนท์

ก็ต้องเดินไกลออกไปทางประตูที่เคยเป็นทางเข้า ไม่มีร้านขายของหรือคนขอทานเลย ทั้งๆที่

วันนี้ฝนไม่ตก ดูเงียบสงบกว่าทุกครั้งที่ไป ทางการอินเดียคงจัดการให้เป็นระเบียบขึ้น (อันนี้

คิดเอาเอง เพราะแม้แต่ยามก็บอกว่า ผมเป็นยาม พร้อมแบมือขอเงิน)

คุณแอ๊ว นภา จันทรางศุ นางเอกประจำบัส 4

            หลังฝนตกท้องฟ้าแจ่มใส อากาศก็สดชื่น ไม่มีฝุ่นละอองมากเหมือนเดิม ได้เดินประ

ทักษินรอบพระคันธกุฎีด้วยความปีติที่ได้มากราบพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกครั้งหนึ่งที่

พระวิหารเชตวันที่ทรงจำพรรษาอยู่ถึง ๑๙ พรรษา ทรงแสดงพระธรรมวินัยมีผู้บรรลุคุณวิเศษ

เป็นพระอริยบุคคลมากมาย ทั้งเทวดาและมนุษย์ วิทยากรได้เล่าพระสูตรสำคัญที่แสดงที่ธัมม

สภา พระวิหารเชตวัน เช่น มงคลสูตร พระสูตรสำคัญที่ชาวพุทธทุกคนต้องเคยได้ยินได้ฟัง

เป็นภาษาบาลี อาจจะไม่เข้าใจความหมายและที่มาของพระสูตรนี้ ขออนุญาตเล่าย่อๆ ให้ฟัง

นะคะ

            ในสมัยที่พระผู้มีพระภาคทรงตรัสรู้แล้วนั้น ผู้คนต่างพากันถามว่าอะไรเป็นมงคล

ท่านหนึ่งถือว่า รูปที่เห็นแล้วเป็นมงคล อีกท่านถือว่า เสียงที่ได้ยินแล้วเป็นมงคล อีก

ท่านถือว่า อารมณ์ที่ทราบแล้วเป็นมงคล ทั้ง 3 ท่านไม่สามารถทำให้ความเห็นของตนป็นที่

ยอมรับของคนอื่นได้ ปัญหาเรื่องมงคลจึงแพร่ขยายไปทั่วชมพูทวีป ชาวบ้านก็แบ่งกันถือ

ความเห็นเรื่องมงคลเป็นพวกๆ จนถึงเทวดาและพรหม ไม่มีใครตอบปัญหาเรื่องมงคลได้ เป็น

มงคลโกลาหลถึง 12 ปี จึงพากันไปหาท้าวสักกะจอมเทพให้ตัดสิน  

 

            ข้อความในพระไตรปิฎก ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ มงคลสูตร มีว่า

            ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้

             สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถ

บิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ครั้นปฐมยามล่วงไปเทวดาตนหนึ่งมีรัศมีงาม

ยิ่งนัก ยังพระวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่างไสว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวาย

บังคมแล้วยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า

(น้องหนิงและหลานวิไลกราบพระพุทธเจ้า ณ สถานที่แสดงยมกปาฏิหาริย์) 

             เทวดาและมนุษย์เป็นอันมาก ผู้หวังความสวัสดี ได้พากันคิดมงคลทั้งหลาย ขอ

พระองค์จงตรัสอุดมมงคล

             พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถาตอบว่า

             การไม่คบคนพาล ๑ การคบบัณฑิต ๑ การบูชาบุคคลที่ควรบูชา ๑ เป็นอุดมมงคล

การอยู่ในประเทศอันสมควร ๑   ความเป็นผู้มีบุญอันกระทำแล้วในกาลก่อน ๑ การตั้งตนไว้

ชอบ ๑ นี้เป็นอุดมมงคล

พาหุสัจจะ ๑ ศิลปะ ๑ วินัยที่ศึกษาดีแล้ว ๑ วาจาสุภาษิต ๑ นี้เป็นอุดมมงคล

การบำรุงมารดาบิดา ๑ การสงเคราะห์บุตรภรรยา ๑ การงานอันไม่อากูล ๑ นี้เป็นอุดมมงคล

ทาน ๑ การประพฤติธรรม ๑  การสงเคราะห์ญาติ ๑ กรรมอันไม่มีโทษ ๑ นี้เป็นอุดมมงคล

การงดการเว้นจากบาป ๑ ความสำรวมจากการดื่มน้ำเมา ๑  ความไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย

๑ นี้เป็นอุดมมงคล

ความเคารพ ๑ ความประพฤติถ่อมตน ๑ ความสันโดษ ๑ ความกตัญญู ๑ การฟังธรรมโดย

กาล ๑  นี้เป็นอุดมมงคล

ความอดทน ๑ ความเป็นผู้ว่าง่าย ๑ การได้เห็นสมณะทั้งหลาย ๑ การสนทนาธรรมโดยกาล

๑ นี้เป็นอุดมมงคล

ความเพียร ๑ พรหมจรรย์ ๑ การเห็นอริยสัจ ๑ การกระทำนิพพานให้แจ้ง ๑ นี้เป็นอุดมมงคล

จิตของผู้ใดอันโลกธรรมทั้งหลายถูกต้องแล้วย่อมไม่หวั่นไหว ๑ ไม่เศร้าโศก ๑ ปราศจากธุลี

๑ เป็นจิตเกษม ๑ นี้เป็นอุดมมงคล

เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายทำมงคลเช่นนี้แล้ว เป็นผู้ไม่ปราชัยในข้าศึกทุกหมู่เหล่า ย่อมถึง

ความสวัสดีในที่ทุกสถาน นี้เป็นอุดมมงคลของเทวดาและมนุษย์เหล่านั้น ฯ

จบมงคลสูตร

เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงตรัสตอบมงคลปัญหาแล้ว มงคลโกลาหลก็ยุติลง แต่ละคำที่ทรง

แสดงเป็นสัจจะ  ใครจะเชื่อหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความเข้าใจหรือปัญญาของแต่ละคน บางท่าน

อาจเข้าใจว่า ได้ฟังหรือสวดมงคลสูตรแล้วก็จะถึงความสวัสดี แต่นั่นเป็นมงคลภายนอก ต้อง

น้อมเข้ามาในตน คือ  ประพฤติปฏิบัติตามมงคลทั้ง ๓๘ นี้ได้ ย่อมถึงความสวัสดีในที่ทุก

สถานและในกาลทุกเมื่ออย่างแน่นอน

จะเห็นว่า ไม่มีใครเมตตาหวังดีต่อสรรพสัตว์ ต้องการให้พบแต่ความปลอดภัยสวัสดี เท่าพระ

อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกแล้ว

นโม ตัสสะ ภวคโต อรหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

ขอนอบน้อมต่อพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นด้วยเศียรเกล้า

 

... อ่านตอนต่อไป ...

 (เกือบ) ถอดใจ ... ที่อินเดีย5

... อ่านย้อนหลัง ...

(เกือบ) ถอดใจ ... ที่อินเดีย3

(เกือบ) ถอดใจ ... ที่อินเดีย2

(เกือบ) ถอดใจ ... ที่อินเดีย1


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่ 28 ต.ค. 2557 20:52 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
วันชัย๒๕๐๔
วันชัย๒๕๐๔
วันที่ 28 ต.ค. 2557 21:32 น.

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของพี่แดง (พลอากาศตรีหญิงกาญจนา เชื้อทอง)

สำหรับเรื่องเล่าจากใจ ที่เกือบจะถอดใจ ของพี่แดงครับ อ่านสนุก มีสาระธรรมเช่นเคยครับ

และ ขอกราบอนุโมทนาในกุศลศรัทธาของพี่ฝนและพี่โจ

สำหรับ ประทีปทองอันงดงามยิ่ง ที่ ณ กาลครั้งหนึ่ง ได้ส่องแสงสว่างไสว

 ณ พระวิหารเชตวัน  

อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี พระนครสาวัตถี อันรุ่งเรืองด้วยแสงแห่งพระธรรม ในอดีต

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
nattawan
nattawan
วันที่ 28 ต.ค. 2557 21:59 น.

อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 28 ต.ค. 2557 22:17 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
Boonyavee
วันที่ 28 ต.ค. 2557 22:47 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองคนั้น
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่ง


  ขอกราบอนุโมทนาในกุศลจิตของคุณพ่อทางธรรมรศ.สงบ เชื้อทอง เมื่อครั้งที่ได้มีโอกาสไปนมัสการ 4 สังเวชนียสถาน เมื่อปี 2554 คุณพ่อจะบรรยายธรรมและประวัติความเป็นมาของแต่ละสถานที่ต่างๆที่ไปเยือนอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ทำให้การเดินทางบนรถครั้งนั้นที่ดูแสนจะยาวนาน กลับเพลิดเพลินไปด้วยเรื่องราวธรรม และทำให้ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเกิดความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามากยิ่งขึ้น ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระอัครสาวกทั้งหลายที่ท่านได้ฝากพระธรรมไว้ให้อนุชนคนรุ่นหลังได้ศึกษา การฟังธรรมนั้นจึงเป็นมงคลอย่างยิ่ง และหากไม่ได้พบกัลยาณมิตรที่ช่วยชี้แนะทางที่ถูกต้องให้ ชีวิตก็คงมืดมิดเหมือนกับเทียนที่ไม่มีไฟแห่งปัญญาคอยส่องทาง จึงขอกราบขอบพระคุณกัลยาณมิตรทุกท่านที่กรุณาคอยตักเตือน สั่งสอนและชี้แนะให้เดินทางในสังสารวัฎนี้ด้วยหนทางที่ถูกต้องคะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
pulit
วันที่ 29 ต.ค. 2557 04:11 น.

        ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
ประสาน
วันที่ 29 ต.ค. 2557 05:55 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
siraya
วันที่ 29 ต.ค. 2557 09:09 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 29 ต.ค. 2557 11:39 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
jariya.tr
jariya.tr
วันที่ 29 ต.ค. 2557 11:47 น.

                          ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า                      

                                  กราบเท้าบูชาคุณอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์                                  

                                      กราบขอบพระคุณอาจารย์วิทยากรทุกท่าน                                      

                            ขอบพระคุณพี่แดงและขออนุโมทนาในกุศลของทุกๆท่าน

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 29 ต.ค. 2557 13:40 น.

ขอพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
ปวีร์
วันที่ 29 ต.ค. 2557 14:58 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 29 ต.ค. 2557 17:15 น.

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของพี่แดง อย่างยิ่งค่ะ

ขออนุโมทนาในกุศลศรัทธาของคุณฝน และคุณโจ สำหรับ โคมประทีปทอง และ

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านที่มีส่วนร่วมในการเจริญกุศลทุกๆ ประการค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
wirat.k
wirat.k
วันที่ 30 ต.ค. 2557 00:02 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
peem
วันที่ 30 ต.ค. 2557 13:53 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
สิริพรรณ
วันที่ 2 พ.ย. 2557 19:32 น.

                                    กราบอนุโมทนาในกุศลจิตอ.กาญจนา เชื้อทองค่ะ

                                     ได้อ่านเรื่องเล่าไปอินเดียเล่มก่อนๆก็สนุกมาก 

                                         ได้สาระเพื่อการเจริญปัญญาด้วยค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
yupaporn
วันที่ 5 พ.ย. 2557 14:57 น.

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 

 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ