Print 
เก็บเล็กผสมน้อย สนทนาพระสูตร เสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2557
 
paderm
paderm
วันที่  23 ส.ค. 2557
หมายเลข  25376
อ่าน  1,390

เก็บเล็กผสมน้อย สนทนาพระสูตร เสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2557

@ ฟังเป็นเรื่องราว ฟังว่าละโลภะ แต่รู้จักโลภะหรือยัง แล้วจะละได้อย่างไร

@ ฟังด้วยความเคารพในพระธรรม  คือ  ต้องละเอียด  ไม่ใช่มีตัวเราที่จะไปเพียร  ไปละ

กิเลส เพราะ ธรรมเป็นอนัตตา

@ ถ้ากลาวถึงสิ่งที่มีจริง ที่กล่าวว่าเป็นธรรม เป็นคำดี ค่ะ

@ เห็นดอกไม้ชอบไหม คะ ชอบสิ่งที่ไม่จริง และก็จำไว้อีก แล้วยังต่อเรื่องที่ไม่จริง อ่าน

หนังสือนวนิยาย  มีใครที่ไหน  เป็นแค่ตัวหนังสือ  แต่เรื่องมาก  เป็นคนนั้น  ทำอย่างนั้น

อย่างนี้

@ คำใดก็ตามที่เป็นคำจริง ที่มีประโยชน์  คือ  รู้จักโลภะก่อน ไม่ใช่จะละโลภะโดยที่ไม่

เห็นโลภะ  จะละได้อย่างไร  พระธรรมของพระพุทธเจ้า จึงเป็นสัจจธรรม  นานแสนนาน

กว่าที่พระองค์ทรงตรัสรู้ ในสิ่งที่มีในชีวิตประจำวัน แต่เหมือนอยู่ในความมืด ที่ไม่รู้ความ

จริง แต่การเข้าใจถูกว่าเป็นธรรมเหมือนแสงสว่าง ที่ทำให้รู้ความจริง ค่ะ

@ ขณะนี้ก็เป็น  ณ  กาลครั้งหนึ่ง  ที่ได้มีโอกาสได้ฟัง  แต่ต้องเป็นผู้ที่ตรงว่า  โลภะไม่

ปล่อยตามไปได้ทุกภพภูมิ

@ ธรรมเป็นปกติ  แต่ผิดปกติด้วยความต้องการ   ดังนั้น  ปกติ คือ เกิดขึ้นและดับไปไม่

เหลือเลย

@ เดี๋ยวนี้เริ่มเข้าใจธรรมหรือยัง เข้าใจยังน้อย  แต่สามารถค่อย ๆ เข้าใจได้ และทุกคน

เริ่มรู้หนทางแล้วใช่ไหม คะ ฟังไว้ให้เข้าใจว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา ค่ะ

@ ติดข้องไว้ โดยไม่ฟังไว้ ไม่เข้าใจไว้ ยิ่งแย่ เพราะฉะนั้น การละกิเลสง่ายไหม ใครคิด

ว่าง่ายผิด ใครไปทำอย่างอื่น ซึ่งผิดปกติ ก็ผิด

@ อยากที่จะไม่ชอบ  ก็อยากแล้ว     แต่ให้เข้าใจว่าบังคับไม่ได้  แต่เห็นโทษว่าชอบจึง

วุ่นวาย เพราะฉะนั้น จึงไม่ใช่ไม่ให้อยาก แต่ต้องเข้าใจถูกว่า ต้องไม่มีการเกิดอีกเลย ค่ะ

@ ไม่อยากเกิด     แล้วคนนั้นกำลังหิวไหม     แล้วคนนั้น  อยากรับประทานอาหารไหม

อยากแล้ว

@ ฟังธรรมแล้วเข้าใจว่าเป็นธรรมหรือเปล่า แม้ขณะที่บังคับก็ไม่รู้ว่าเป็นธรรม ค่ะ

@ เดี๋ยวนี้มีดอกไม้ แสวงหาความจริงหรือเปล่า เพราะฉะนั้น ควรแสวงหาความจริงของ

สิ่งที่มี คือ เป็นสิ่งที่ปรากฎให้เห็นได้ นี่คือความจริง เป็นการแสวงหาความจริง

@ อกุศลเกิดขึ้นเป็นปกติ เป็นปกติหรือเปล่า คะ เป็นธรรมดา ธรรมดาความเป็นไปของ

ธรรม มีเหตุปัจจัยก็ต้องเกิด แล้วแต่สภาพธรรม 

@ ตราบใด ที่ยังไม่รู้ว่าเป็นแต่เพียงสภาพธรรม   ขณะนั้น ไม่ใช่หนทาง การละโลภะไม่

ใช่ให้เกิดชั่วคราวแต่ เป็นหนทางที่จะไม่ให้เกิดขึ้นอีก

@ ชีวิตกำลังเดิน ไม่ย้อนกลับมาอีกเลย สิ่งที่เกิดแล้วดับไปแล้ว ไม่กลับมาอีกเลย ค่ะ

ขออนุโมทนา


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
pulit
วันที่ 23 ส.ค. 2557 13:36 น.

ขอบคุณและอนุโมทนาบุญด้วยค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
ธนัตถ์กานต์
วันที่ 23 ส.ค. 2557 14:00 น.
กราบอนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
peem
วันที่ 23 ส.ค. 2557 14:49 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 23 ส.ค. 2557 15:09 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 23 ส.ค. 2557 15:35 น.

@ คำใดก็ตามที่เป็นคำจริง ที่มีประโยชน์  คือ  รู้จักโลภะก่อน ไม่ใช่จะละโลภะโดยที่ไม่

เห็นโลภะ  จะละได้อย่างไร  พระธรรมของพระพุทธเจ้า จึงเป็นสัจจธรรม  นานแสนนาน

กว่าที่พระองค์ทรงตรัสรู้ ในสิ่งที่มีในชีวิตประจำวัน แต่เหมือนอยู่ในความมืด ที่ไม่รู้ความ

จริง แต่การเข้าใจถูกว่าเป็นธรรมเหมือนแสงสว่าง ที่ทำให้รู้ความจริง ค่ะ

อนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 23 ส.ค. 2557 18:22 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
chamaikorn
วันที่ 23 ส.ค. 2557 22:00 น.

                           ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาคะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
ใหญ่ราชบุรี
ใหญ่ราชบุรี
วันที่ 23 ส.ค. 2557 22:38 น.

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาค่ะ

ด้วยความเคารพยิ่ง จาก ใหญ่ราชบุรี-ธิดารัตน์  เดื่อมขันมณี

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
nopwong
nopwong
วันที่ 24 ส.ค. 2557 01:29 น.

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
วันชัย๒๕๐๔
วันชัย๒๕๐๔
วันที่ 24 ส.ค. 2557 06:47 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
papon
papon
วันที่ 13 ก.ย. 2557 19:57 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
kullawat
วันที่ 20 พ.ย. 2557 14:43 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ