Print 
ท่านั่งขัดสมาธิใต้ต้นโพธิ์ของพระพุทธองค์
 
medulla
วันที่  22 ธ.ค. 2549
หมายเลข  2512
อ่าน  2,703
ท่านั่งขัดสมาธิที่พระพุทธองค์ทรงนั่งใต้ต้นโพธิ์ จนตรัสรู้    พอดีเพื่อนถามว่า  ไม่ให้นั่งสมาธิได้อย่างไร เพราะพระพุทธองค์ท่านก็ทรงนั่งสมาธิจนบรรลุ   ขอเรียนถามว่าท่านั่งขัดสมาธินี้   พระพุทธองค์ท่านทรงเข้าฌานอยู่ในขณะบรรลุ    หรือว่าพิจารณาสภาพธรรมจนบรรลุในขณะขณิกสมาธิปกติ (โดยท่านั่งไม่ได้เกี่ยวเลย)
  ความคิดเห็นที่ 1  
 
study
วันที่ 22 ธ.ค. 2549

       สำหรับพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์เป็นบุคคลพิเศษ คือ ทรงถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ  ทรงสมบูรณ์ทุกอย่าง  ก่อนจะตรัสรู้พระองค์บรรลุฌานอภิญญาเมื่อพระองค์ตรัสรู้แล้ว    ทรงแสดงธรรมสอนหมู่สัตว์ให้ได้ตรัสรู้ตาม      พระธรรมที่พระองค์ทรงแสดงตลอด ๔๕ พรรษานั้น   ทรงแสดงตามอัธยาศัยของผู้ฟังในยุคนั้นมีบุคคลจำนวนมากบรรลุธรรมขณะนั่งฟังพระธรรม      และไม่มีข้อความใดที่สอนให้อุบาสกอุบาสิกาผู้เป็นคฤหัสถ์ไปนั่งสมาธิ   เพราะฉะนั้น ในฐานะเราเป็นพุทธบริษัทมีพระรัตน์ไตรเป็นสรณะที่พึ่ง     เราควรศึกษาพระธรรมคำสอนให้เข้าใจอย่างละเอียดเพื่อเป็นเครื่องเทียบเคียงว่า       คำสอนใด   ตรงกับหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เพราะถ้าเพียงนั่งสมาธิ  ย่อมไม่ทำให้เกิดปัญญา  และย่อมทำให้ไม่เข้าใจหลักธรรมคำสอนที่แท้จริง และอาจหลงผิดเข้าใจผิดในข้อปฏิบัติได้ เมื่อเข้าใจผิดและปฏิบัติผิด  ย่อมไม่อาจบรรลุธรรมได้เลย        อีกอย่างหนึ่งการบรรลุธรรม   ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ท่านั่ง  แต่ขึ้นอยู่ที่ปัญญาที่รู้ความจริงต่างหาก

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
medulla
วันที่ 22 ธ.ค. 2549
กราบขอบพระคุณค่ะ ขออนุโมทนา
 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
pornpaon
วันที่ 23 ธ.ค. 2549

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
Guest
วันที่ 24 ธ.ค. 2549

ปัญญาไม่เลือกอิริยาบถ  เมื่อเหตุปัจจัยพร้อม สติและปัญญาก็สามมารถเกิดได้ เพราะ

ธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา เหมือนอย่างตอนโทสะเกิด โทสะเลือกอิริยาบถไหมครับ ก็

เกิดได้หมดฉันใด   ปัญญาก็เป็นสภาพธัมมะอย่างหนึ่งที่มีจริงเหมือนกับโทสะ  ที่ต้อง

อาศัยเหตุปัจจัย เมื่อเหตุปัจจัยพร้อมก็สามารถเกิดได้ทุกอิริยาบถครับ   ดังตัวอย่างที่

จะยกในพระไตรปิฎก  ของการบรรลุธัมมะว่าท่านอยู่ในอิริยาบถไหน เพื่อนๆลองอ่านดู

นะ  ข้อความบางตอนจาก  ....อาตุมเถรคาถา

 

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา เล่ม ๒ ภาค ๓ ตอน ๑- หน้าที่ 361

           บทว่า  ปพฺพชิโตมฺห  ทานิ  ความว่า  พระเถระประกาศความยินดี

ในการออกบวชของตนว่า  ก็บัดนี้  ข้าพเจ้าบวชแล้ว   คือการที่ข้าพเจ้าบวชแล้ว

นั้น  เป็นการดีคือดีแล้ว.  อีกอย่างหนึ่ง   พระเถระบอกแก่มารดาว่า    ข้าพเจ้า

ไม่ยินดี  จึงออกบวชในบัดนี้.   ก็ในบาทคาถานี้   มีอธิบายดังนี้    แม้ถ้าโยม

มารดาไม่ยินยอมในตอนต้น    แต่บัดนี้    ข้าพเจ้าก็ได้บวชแล้ว    เพราะฉะนั้น

ท่านจงยินยอมอนุญาต     เพื่อให้ข้าพเจ้าดำรงอยู่ในสมณภาพนั่นแล.    ก็เมื่อ

พระเถระกล่าวอย่างนี้   ทั้ง ๆ  ที่ยืนอยู่นั่นแหละ   เจริญวิปัสสนา   ยังกิเลสให้

สิ้นไปตามลำดับแห่งมรรค  ได้เป็นผู้มีอภิญญา ๖ แล้ว.  

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 30 ธ.ค. 2549

ขออนุโมทนาทุกท่านที่มีจิตเป็นกุศลให้ธรรมทาน 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ