Print 
ปราชิกแล้วบรรลุธรรมได้หรือเปล่า
 
pong2
วันที่  20 ก.พ. 2556
หมายเลข  22519
อ่าน  7,550

ปราชิกแล้วสึกมาบรรลุธรรมได้หรือเปล่า


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 20 ก.พ. 2556 11:33 น.

 ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     ปาราชิก คือประเภทของโทษที่เกิดจากการล่วงละเมิดสิกขาบทประเภท ครุอาบัติ อาบัติหนักที่สุด ที่เรียกว่า อาบัติปาราชิก พระภิกษุต้องอาบัติปาราชิกสี่ข้อใดข้อหนึ่ง แม้จะไม่กล่าวลาสิกขาบท ก็ถือว่าขาดจากความเป็นพระภิกษุทันที เมื่อความผิดสำเร็จ

ปาราชิก มี 4 ข้อ อยู่ใน ศีล 227 ได้แก่

1.เสพเมถุน แม้กับสัตว์เดรัจฉานตัวเมีย (ร่วมสังวาสกับคนหรือสัตว์)

2.ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ มาเป็นของตน จากบ้านก็ดี จากป่าก็ดี (ขโมย)

3.พรากกายมนุษย์จากชีวิต (ฆ่าคน) หรือแสวงหาศาสตราอันจะนำไปสู่ความตายแก่ร่างกายมนุษย์

4.กล่าวอวดอุตตริมนุสสธรรม อันเป็นความเห็นอย่างประเสริฐ อย่างสามารถ น้อมเข้าในตัวว่า ข้าพเจ้ารู้อย่างนี้ ข้าพเจ้าเห็นอย่างนี้ (ไม่รู้จริง แต่โอ้อวดความสามารถของตัวเอง)

   สำหรับ พระ ที่ต้องอาบัติ ปาราชิก แต่หากสึกออกมาเป็นเพศคฤหัสถ์แล้ว สามารถอบรมปัญญา และ บรรลุ มรรคผล เป็นพระอริบุคคลได้ เพราะ อาบัติ ไม่ได้ติดตัวมา สำหรับผู้ที่กลับมาเป็นเพศคฤหัสถ์ ครับ

  ดังข้อความในพระไตรปิฎก

พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย เอกนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 119

            ข้อความบางตอนจากอรรถกถา  อัจฉราสังฆาตวรรค

 .......ไม่พึงอาจละฐานะได้ แต่นั้นบาปของภิกษุเหล่านั้น กำเริบขึ้น จะพึงทำเธอให้จมลงในอบายถ่ายเดียว   แต่ฟังเทศนากัณฑ์นี้แล้ว เกิดความสังเวช ละฐานะ.   ตั้งอยู่ในภูมิแห่งสามเณร    บำเพ็ญศีล ๑๐  ประกอบขวนขวายในโยนิโสมนสิการ  บางพวกเป็นพระโสดาบัน  บางพวกเป็นพระสกทาคามี  บางพวกเป็นอนาคามี    บางพวกบังเกิดในเทวโลก.     พระธรรมเทศนาได้มีผลแม้แก่ภิกษุผู้ต้องอาบัติปาราชิกด้วยอาการอย่างนี้.   ฝ่ายภิกษุนอกนี้    ถ้าไม่พึงได้ฟังพระธรรมเทศนากัณฑ์นี้ไซร้      เมื่อกาลล่วงไป ๆ     ก็จะพึงต้องอาบัติสังฆาฑิเสสบ้าง ปาราชิกบ้าง      ครั้นได้ฟังพระธรรมเทศนากัณฑ์นี้แล้ว      คิดว่า พระพุทธศาสนา   ช่างขัดเกลาจริงหนอ       พวกเราไม่สามารถจะบำเพ็ญข้อปฏิบัตินี้ตลอดชีวิตได้    จำเราจักลาสิกขา   บำเพ็ญอุบาสกธรรม  จักพ้นจากทุกข์ได้ ดังนี้แล้ว จึงพากันสึกไปเป็นคฤหัสถ์.  ชนเหล่านั้นตั้งอยู่ในสรณะ ๓   รักษาศีล ๕   บำเพ็ญอุบาสกธรรม     บางพวกเป็นพระโสดาบัน บางพวกเป็นสกทาคามี บางพวกเป็นอนาคามี  บางพวกบังเกิดในเทวโลกแล. ฯลฯ

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
ใฝ่รู้
วันที่ 20 ก.พ. 2556 12:53 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 20 ก.พ. 2556 12:57 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     พระวินัยบัญญัติแต่ละสิกขาบท   พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติด้วยพระองค์เอง เพื่อให้พระภิกษุได้สำรวมระวัง ไม่ล่วงละเมิดในสิกขาบทนั้น ๆ  อันจะเป็นไปเพื่อฝึกหัดกาย วาจา ใจ ให้เป็นไปในทางที่ถูกที่ควร    เป็นไปเพื่อขัดเกลากิเลส   ถ้าไม่ได้ศึกษาพระธรรมวินัยให้เข้าใจอย่างถูกต้องแล้ว  โอกาสที่จะล่วงละเมิดสิกขาบท ก็ย่อมจะมีได้มาก   โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ อาบัติปาราชิก   เป็นอาบัติที่หนักที่สุด  เมื่อต้องเข้าแล้วขาดจากความเป็นพระภิกษุทันที  ซึ่งต้องศึกษาพระวินัยแต่ละข้อ ๆ   ให้เข้าใจอย่างถูกต้อง ถ้าหากว่าตนเองได้กระทำผิดในข้อใดก็หนึ่งใน ๔ ข้อ  ก็คือ ขาดจากความเป็นพระภิกษุทันที   เมื่อต้องอาบัติปาราชิกแล้ว ไม่สามารถเป็นบรรพชิตต่อไปได้อีก  ต้องลาสิกขาออกมาเป็นคฤหัสถ์  หรือ  บวชเป็นสามเณร  ก็จะไม่เป็นเครื่องกั้นในการบรรลุมรรค ผล นิพพาน  สามารถเป็นคนดีได้   ด้วยการฟังพระธรรม  ศึกษาพระธรรมและน้อมประพฤติปฏิบัติตามพระธรรม  

     การต้องอาบัติ ไม่ว่าจะหนักหรือเบา  ถ้าไม่ได้แก้ไขให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัยแล้ว  ย่อมมีโทษแก่ภิกษุรูปนั้น  เป็นเครื่องกั้นในการบรรลุมรรคผลนิพพาน และถ้ามรณภาพในขณะที่ยังมีอาบัติอยู่      ก็เป็นผู้มีอบายภูมิเป็นที่ไปในเบื้องหน้า  แต่ถ้าสึกออกมาแล้ว ก็ไม่มีอาบัติเป็นเครื่องกั้น  ก็สามารถเป็นคนดีในเพศคฤหัสถ์ได้ครับ  

                              ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ... 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
pong2
วันที่ 20 ก.พ. 2556 18:50 น.

ขอบคุณมากครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 20 ก.พ. 2556 20:21 น.

ตอนที่เป็นพระ ปาราชิก กั้นมรรค ผล นิพพาน แต่ถ้าสึกมาแล้ว อบรมปัญญาบรรลุธรรมได้ แต่ไม่สามารถกลับไปบวชเป็นพระได้ เปรียบเหมือนตาลยอดด้วน  ไม่สามารถกลับเป็นภิกษุได้อีก ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
nopwong
nopwong
วันที่ 21 ก.พ. 2556 04:58 น.

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
natural
วันที่ 21 ก.พ. 2556 20:28 น.

ขอเรียนถามผู้รู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับโทษอาบัติที่ส่งผลให้เป็นผู้มีอบายภูมิเป็นที่ไปในเบื้องหน้า

เบื้องหน้า หมายถึงหลังจากจุติดับในชาตินี้และปฏิสนธิจิตเกิดในอบายภูมิของชาติถัดไปแน่นอนใช่หรือไม่ และลักษณะสภาพจิตเกิดขึ้นเป็นไปและให้ผลเช่นเดียวกับการทำอนันตริยกรรม 5 ในเพศคฤหัสถ์หรือไม่ และมีการให้ผลในลักษณะนี้ในกรณีอื่นหรือไม่อย่างไร

ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
paderm
paderm
วันที่ 21 ก.พ. 2556 22:07 น.

เรียนความเห็นที่ 7 ครับ

     สำหรับ อาบัติของเพศพระภิกษุที่ยังไม่ได้ปลง ยังต้องอาบัติอยู่   ถ้าตายในเพศบรรพชิต ย่อมไปอบายในชาติต่อไป เบื้องหน้า คือ ชาติถัดไปทันที ซึ่ง เปรียบเทียบกับ อนันตริยกรรม มีการฆ่า บิดา มารดา เป็นต้น ของคฤหัสถ์ ก็เหมือนกัน คือ ตายไปไปอบายทันที แต่ที่ต่างกัน คือ ความหนักเบาของบาป   อนันตริยกรรม บาปหนักกว่า โทษแรงกว่า ต้องตกนรกอเวจีอย่างเดียว และ ต้องตกนรกตลอดกัป  แต่ ถ้าพระภิกษุที่ต้องอาบัติ ไม่ได้ปลง และ ตายไป ไม่จำเป็นจะต้องตกนรกตลอดกัป   หรือ จะต้องไปอเวจีมหานรก ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 24 ก.พ. 2556 21:22 น.
ขอบคุณและขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 25 มิ.ย. 2557 19:06 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ