ที่พึ่งอย่างแท้จริง ... ๒ ...
 
สารธรรม
วันที่  22 ส.ค. 2551
หมายเลข  9644
อ่าน  953

ต่อจาก... ที่พึงอย่างแท้จริง ... ๑ ...

เพราะฉะนั้น   ทานกุศลมักจะเป็นสิ่งที่ทุกท่านพึ่งเวลาที่ทุกท่านมีทุกข์  แต่ละเลยกิเลส ซึ่งมีอยู่ในใจ  ซึ่งเป็นเหตุให้ท่านกระทำกายทุจริต วจีทุจริต   ลืมจริงๆ ค่ะ  คิดแต่จะพึ่งสิ่งอื่น หรือว่าพึ่งคนอื่น   พึ่งวัตถุภายนอก พึ่งทาน แต่ศีลของท่านเป็นอย่างไร ? ... ลืม ...

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

และสำหรับบางท่าน ซึ่งเป็นผู้ที่รักษาศีลเป็นปกติเพราะว่าเห็นโทษของกาย วาจาที่ทุจริต ที่เป็นอกุศล   แต่แม้กระนั้นก็ยังไม่ใช่ที่พึ่งอย่างแท้จริง เพราะถึงแม้จะเป็นผู้ที่รักษาศีลอยู่เสมอ เป็นปกติ ก็ยังมีทุกข์ทางกาย ทางใจ ไม่สิ้นทุกข์  เพราะยังมีกิเลสอีก ซึ่งยังเป็นเหตุที่จะให้เกิดทุกข์   มีความไม่พอใจในบุคคลอื่น  มีความขุ่นเคืองใจเวลาที่ประสบกับเหตุการณ์ต่างๆ    ที่ไม่น่าพอใจ เพราะฉะนั้น  แม้ว่าจะเป็นผู้ที่เพียบพร้อมสมบูรณ์เพราะท่านได้กระทำทานกุศล เป็นผู้รักษาศีล วิรัติทุจริตทางกาย  ทางวาจา  ก็ยังเป็นผู้ที่มีทุกข์อยู่  เพราะยังไม่ได้ที่พึ่งอย่างแท้จริง

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

 


  ความคิดเห็น 1  
 
สารธรรม
วันที่ 22 ส.ค. 2551

เพราะฉะนั้น บางท่านเวลาที่ฟังธรรมและพิจารณาธรรมมากขึ้น   ก็รู้ว่าขณะใดที่กิเลสเกิด   ขณะนั้นจิตไม่สงบเป็นทุกข์  เพราะฉะนั้น เมื่อเห็นคุณของกุศลจิต เช่น เมตตาว่าเป็นสภาพธรรมที่ทำให้ปราศจากความอาฆาต  ความพยา-บาท ความขุ่นเคืองใจในบุคคลอื่น ซึ่งจะเป็นเหตุให้เกิดการกระทำทางกาย  ทางวาจา  ซึ่งเป็นอกุศล   ท่านเหล่านั้นก็มีหลายขณะในชีวิต  ซึ่งเริ่มจะเจริญความสงบของจิตใจ ด้วยการพิจารณาอย่างแยบคาย  ที่จะเกิดความเมตตา   แทนจิตที่ไม่สงบ  ที่เดือดร้อนเพราะอกุศล คือ โทสะ เป็นต้น  แต่แม้กระนั้นก็ไม่ใช่ที่พึ่งอย่างแท้จริง

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

ซึ่งพระผู้มีพระภาค   มิได้ทรงแสดงว่า   ธรรมอื่นเป็นที่พึ่ง  นอกจาก " สติปัฏฐาน  ๔ "   การระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่ปรากฏที่กาย   ระลึกรู้ลักษณะของเวทนาระลึกรู้ลักษณะของจิต  ระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่กำ-ลังปรากฏ   เพราะบางท่าน แม้ในครั้งที่พระผู้มีพระภาคยังไม่ปรินิพพาน  ได้อบรมเจริญความสงบ  จนกระทั่งมั่นคงขึ้นประกอบด้วยสมาธิขั้นอุปจารสมาธิ   อัปปนาสมาธิ   เป็นฌานจิต ก็ยังไม่สิ้นทุกข์ เพราะแม้ฌานจิตก็ดับ ไม่เที่ยง

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

 
  ความคิดเห็น 2  
 
สารธรรม
วันที่ 22 ส.ค. 2551

 หรือหลายท่านทีเดียวค่ะ ซึ่งมีความสงบเกิดขึ้นเล็กๆ น้อยๆ ชั่วขณะ  ยังไม่ถึงอุปจารสมาธิ   ยังไม่ถึงอัปปนาสมาธิแต่ท่านก็เห็นว่า ช่วงขณะซึ่งเป็นกุศลที่สงบ เล็กน้อยมากกว่าขณะที่เป็นอกุศลที่ไม่สงบ ด้วยโลภะ โทสะ โมหะ เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะอบรมเจริญความสงบ   ถึงแม้ว่าจะสงบขึ้น มั่นคงขึ้น ความสงบนั้นไม่เที่ยง เมื่อไม่เที่ยงแล้วก็มีเหตุปัจจัยที่จะให้เกิดทุกข์เพราะอกุศลต่างๆ กิเลสต่างๆ ซึ่งยังไม่ได้ดับเป็นสมุจเฉท

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

เพราะฉะนั้น  ก็มีหนทางเดียว ที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงไว้ในพระไตรปิฎกว่า “ธรรมที่เป็นเกาะ คือ ธรรมที่เป็นที่พึ่งนั้น ได้แก่  สติปัฏฐาน ๔     ไม่ใช่ทานกุศล  หรือว่าไม่ใช่ศีลกุศล  ไม่ใช่การอบรมเจริญสมถะ   แต่ต้องเป็นการอบรมเจริญสติปัฏฐาน ๔

 

 

รรยายโดย ... ท่าน อ. สุจินต์  บริหารวนเขตต์ข้อความบางตอนจาก ... แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่ ๘๔๑

 
  ความคิดเห็น 3  
 
opanayigo
วันที่ 22 ส.ค. 2551

มีวิริยะในกุศลมากค่ะ ขออนุโมทนานะคะ

 
  ความคิดเห็น 4  
 
suwit02
วันที่ 22 ส.ค. 2551

สาธุ

 
  ความคิดเห็น 5  
 
paderm
paderm
วันที่ 22 ส.ค. 2551

เพราะฉะนั้น  ก็มีหนทางเดียว ที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงไว้ในพระไตรปิฎกว่า “ธรรมที่เป็นเกาะ คือ ธรรมที่เป็นที่พึ่งนั้น ได้แก่  สติปัฏฐาน ๔     ไม่ใช่ทานกุศล  หรือว่าไม่ใช่ศีลกุศล  ไม่ใช่การอบรมเจริญสมถะ   แต่ต้องเป็นการอบรมเจริญสติปัฏฐาน ๔

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็น 6  
 
ปริศนา
วันที่ 22 ส.ค. 2551


เพราะทางสายเอกสายเดียว คือ มรรคและ มรรค คือ สติปํฏฐาน ๔.ขออนุโมทนาในธรรมทานค่ะ.

 
  ความคิดเห็น 7  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 23 ส.ค. 2551
ผู้ที่มีชีวิตอยู่ร้อยปี แต่ไม่ได้เจริญสติปัฏฐานก็เปรียบเหมือนคนตายค่ะ
 
  ความคิดเห็น 8  
 
prakaimuk.k
วันที่ 24 ส.ค. 2551
  ขออนุโมทนาค่ะ.....
 
  ความคิดเห็น 9  
 
Noparat
วันที่ 25 ส.ค. 2551

ลึกซึ้งจริงๆ ...

ขออนุโมทนาในกุศลจิตค่ะ

 
  ความคิดเห็น 10  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 26 ส.ค. 2551

ขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ