ที่พึ่งอย่างแท้จริง ... ๑ ...
 
สารธรรม
วันที่  22 ส.ค. 2551
หมายเลข  9643
อ่าน  1,125

...  ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น  ...ผู้ทรงเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงดับกิเลสโดยทุกข์ได้สิ้นเชิงผู้ทรงตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เองข้าพเจ้าขออภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นผู้ทรงเป็นผู้รู้  ผู้ตื่น  ผู้เบิกบาน

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

 

 

 

พระผู้มีพระภาคทรงแสดงว่า ...

ธรรมใดเป็นเกาะ คือ เป็นที่พึ่งอย่างแท้จริง  ซึ่งก็ได้แก่" การเจริญสติปัฏฐาน "  เป็นผู้ที่มีปกติระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่ปรากฏทางกาย  เวทนา  จิต และธรรม  ซึ่งท่านผู้ฟังก็จะเห็นได้ถึง  " ความสำคัญของที่พึ่งในชีวิต " เพราะว่าเมื่อทุกคนเกิดมาแล้ว ถ้าปราศจากที่พึ่ง  ชีวิตก็ไม่สามารถที่จะดำรงอยู่ได้  แต่ว่าที่พึ่งที่เป็นปัจจัย ๔  ก็ไม่สามารถที่จะทำให้สิ้นหรือดับความทุกข์ต่างๆ ซึ่งเกิดจากกิเลสได้ ได้แก่ความเดือดร้อนใจ  หรือ  ความไม่สบายใจต่างๆ    

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

เพราะฉะนั้น  ก็จะเห็นได้ว่า  อกุศลธรรมทั้งหลาย  ไม่ใช่เป็นที่พึ่ง  ไม่ว่าจะเป็นโลภะ ซึ่งทุกคนมีมาก  แต่ว่าไม่ใช่ที่พึ่ง  เพราะถ้ายิ่งมีโลภะมาก ยิ่งเดือดร้อนมาก  แล้วในวันหนึ่งๆ ยังไม่ค่อยจะเห็นโทษของโลภะ   เพราะฉะนั้น ทั้งๆ ที่มีโลภะมาก  และบางครั้งก็คิดว่า  คงจะใช้โลภะเป็นที่พึ่งหรือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้สำเร็จลงได้ด้วยโลภะ  เพื่อที่จะได้สิ่งที่ต้องการ   แต่จะเห็นได้ว่า เมื่อได้สิ่งนั้นมาแล้ว ไม่สิ้นทุกข์แต่ว่ากลับเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นโลภะ  โทสะ โมหะ  อิสสา  มัจฉริยะ  ความตระหนี่ หรือสภาพธรรมใดๆ ที่เป็นอกุศล เป็นที่พึ่งไม่ได้เลย

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐


  ความคิดเห็น 1  
 
สารธรรม
วันที่ 22 ส.ค. 2551

เพราะฉะนั้น  เวลาที่บางท่านเกิดความทุกข์  เกิดความเดือดร้อนใจ  ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการงาน   ในเรื่องของครอบครัว  ในเรื่องของชีวิตส่วนตัว หรือว่าเมื่อประสบกับเหตุการณ์ต่างๆ จะเห็นได้ว่า   ท่านหาที่พึ่ง  คือ  หาสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นที่พึ่ง   และส่วนใหญ่ถ้าจะพิจารณาดูชีวิตของแต่ละท่านตามความเป็นจริง   จะเห็นได้ว่า  มักจะพึ่งอะไร   เวลาที่เกิดความทุกข์   เกิดความเดือนร้อน  เกิดโรคภัยไข้เจ็บ  ประสบกับความเสื่อมลาภ ความเสื่อมยศต่างๆ โดยมากมักจะพึ่งอะไรคะ พึ่งทานกุศล ใช่ไหม ? ... คิดที่จะทำบุญ ทำทาน เพื่อที่จะได้ให้หมดเรื่องของทุกข์ภัยต่างๆ

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

แต่ใครจะรู้ว่า ท่านจะหมดทุกข์ภัยได้จริงหรือ  ...ด้วยการกระทำทานกุศลนั้น ?  เพราะเมื่อไรทานกุศลนั้นจะให้ผลก็ไม่ทราบ และถ้าทานกุศลจะให้ผล ก็ให้ผลในด้านวัตถุ คือการที่จะได้เป็นผู้ประสบกับ  รูป  เสียง  กลิ่น  รส  โผฏฐัพพะที่น่าพอใจต่างๆ  แต่ถึงแม้ว่าจะมีรูป  เสียง  กลิ่น  รส โผฏฐัพ-พะ ที่น่าพอใจ  เป็นผู้ที่สมบูรณ์พร้อมด้วยวัตถุ  ลาภ  ปัจจัยต่างๆ   แต่ก็ยังไม่สิ้นทุกข์  เพราะทานกุศลก็ไม่สามารถที่จะเป็นที่พึ่งที่แท้จริงได้   ถ้าท่านผู้นั้นยังเป็นผู้ที่มีการประพฤติทางกาย วาจา เป็นไปในอกุศล  ก็ย่อมจะมีเรื่องราวต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้น  เป็นผลของกายกรรม วจีกรรม  ซึ่งเป็นอกุศลกรรมทำให้ต้องประสบกับความความเดือดร้อนต่างๆ นานา 

 

 

คลิกเพื่ออ่านต่อ --> ที่พึ่งอย่างแท้จริง ... ๒ ...

 
  ความคิดเห็น 2  
 
opanayigo
วันที่ 22 ส.ค. 2551
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็น 3  
 
suwit02
วันที่ 22 ส.ค. 2551

สาธุ

 
  ความคิดเห็น 4  
 
paderm
paderm
วันที่ 22 ส.ค. 2551
ขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็น 5  
 
ปริศนา
วันที่ 23 ส.ค. 2551

สมุทัยอริยสัจจ์ เห็นยาก รู้ยากเพราะความอยาก ปิดบังปัญญาเท่านั้น ที่จะประหารความอยากได้บนหนทางแห่งอริยมรรค อันยาวไกลสะสมความมั่นคงในหนทางนี้

ไม่พัก...ไม่เพียร...ไม่ประมาท.

จิรกาลภาวนา......................อนุโมทนาค่ะ.

 
  ความคิดเห็น 6  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 23 ส.ค. 2551

พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า  จงมีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พี่งค่ะ

 
  ความคิดเห็น 7  
 
prakaimuk.k
วันที่ 24 ส.ค. 2551
  ขออนุโมทนาค่ะ...
 
  ความคิดเห็น 8  
 
kittiya
วันที่ 25 ส.ค. 2551
เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ สติมาปัญญาเกิด ขออนุโมทนา สาธุค่ะ
 
  ความคิดเห็น 9  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 26 ส.ค. 2551

ขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ