การอบรมเจริญปัญญา เพื่อละความไม่รู้ ครับ
 
ธรรมทัศนะ
วันที่  29 ก.ค. 2551
หมายเลข  9414
อ่าน  998
   ไม่มีใครทำอะไรให้เกิดขึ้นได้   เพราะทุกอย่างเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย 
   
   ดังนั้น จึงมีการอบรมเจริญปัญญา เพื่อเข้าใจสิ่งที่มีอยู่แล้วในขณะนี้จนกระทั่งปัญญาความรู้ความเข้าใจ  เพิ่มขึ้น เจริญขึ้น  การที่ปัญญาจะเจริญขึ้น  สมบูรณ์ขึ้น ก็ย่อมเป็นไปตามลำดับขั้น ไม่ใช่มีตัวตนที่จะไปทำให้ผลสำเร็จขึ้นได้  อีกทั้งยังต้องมีจุดประสงค์ที่แท้จริงของการศึกษาพระธรรม  ฟังพระธรรม ด้วย   กล่าวคือ   เป็นผู้ที่ตั้งจิตไว้ชอบ
 
ถ้าจะศึกษาเหมือนวิชาการทางโลกที่มีการสอบวัดผล มีการมอบใบประกาศนียบัตร-หลัง่ศึกษาจบ  หรือแม้กระทั่งการศึกษาธรรม  เพื่อที่จะเก่ง เพื่อที่จะรู้มากกว่าบุคคลอื่นเพื่อลาภ  ยศ  สักการะชื่อเสียง นั้น ไม่ใช่จุดประสงค์ที่แท้จริง   แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงก็เพื่อความเข้าใจถูก   เห็นถูกในลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ ตามความเป็นจริง  เพื่อขัดเกลากิเลสอกุศล เพื่อละความไม่รู้ ครับ  ...ขออนุโมทนาครับ...

Tag  กิเลส ขัดเกลา ความรู้ จุดประสงค์ ตัวตน ตั้งจิต ตามลำดับ ทางโลก ทุกอย่า. เหตุ ธรรม ปรากฏ ปัจจัย ปัญญา ผลสำเร็จ พระธรรม ฟัง ละความไม่รู้ ลักษณะ วิชาการ ศึกษา สมบูรณ์ อกุศล อบรม เข้าใจ เจริญ เห็นถูก แท้จริง ไม่มีใคร
  ความคิดเห็นที่ 1  
 
แล้วเจอกัน
วันที่ 29 ก.ค. 2551
 ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

00500 เพื่อสำรวมและเพื่อละกิเลส

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  พรหมจรรย์นี้  ภิกษุไม่อยู่ประพฤติเพื่อจะหลอกลวงชน  ไม่อยู่ประพฤติเพื่อประจบคน  ไม่อยู่ประพฤติเพื่ออานิสงส์   คือ ลาภ  สักการะ  ความสรรเสริญ ไม่อยู่ประพฤติ  ด้วยคิดว่า  ชนจงรู้จักเราด้วยอาการอย่างนี้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  ที่แท้พรหมจรรย์นี้   ภิกษุย่อมอยู่ประพฤติเพื่อการสำรวมและเพื่อการละ.

ปฐมนกุหนาสูตร

  พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตก เล่ม ๑ ภาค ๔ - หน้าที่ 207


ธรรมเตือนใจวันที่ : 26-06-2551 


ขออุทิศกุศลให้สรรพสัตว์
 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
suwit02
วันที่ 30 ก.ค. 2551
  สาธุ
 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
ทองหลาง
วันที่ 30 ก.ค. 2551
อยากเข้าใจว่าเมื่อเกิดทุกข์   แม้จะรู้ว่านี่คือทุกข์   แต่ไม่สามารถปลดได้ ทั้งสวดมนต์ภาวนา สมาธิ ก็ไม่อาจจะปลดทุกข์ได้ จะทำอย่างไรดีครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 30 ก.ค. 2551

ศึกษาธรรมะให้เข้าใจก่อน  ปัญญาขั้นการฟังยังดับทุกข์ไม่ได้  ต้องอบรมปัญญาให้รู้จัก

ทุกข์ว่า คือสภาพธรรมะทีมีจริงในขณะนั้น เกิดแล้วดับแล้วไม่ใช่เราค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 31 ก.ค. 2551

  ขออนุโมทนาทุกท่านค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
pamali
วันที่ 11 ส.ค. 2553

ขออนุโมทนาค่ะุ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
มหาแสนดี
วันที่ 5 ก.ย. 2553

ตอบคุณทองหลาง

พระพุทธองค์ทรงแนะนำว่า

ทุกข์เกิดขึ้น  จิตทำหน้าที่กำหนดรู้  ไม่ใช่ไห้มานั่งทุกข์

สมุทัยเกิดขึ้น  จิตทำหน้าที่กำหนดละ  ไม่ใช่ไปยินดียินร้ายกับมัน

นิโรธก็จะปรากฏกับจิต เพราะเดินตามทางสายกลาง

1.ทุกข์ เป็นสภาวะที่ทนได้ยาก

2.สุข เป็นสภาวะที่ทนได้ง่าย

ฉะนั้นสองข้อนี้จัดเป็นตัวตัณหาใช่หรือไม่ ?

ถ้าตอบว่าใช่  ทำไม่ถึงต่างกัน  ?

ถ้าตอบว่าไม่ใช่  ทำไม่จึงต้องทนเหมือนกัน ?

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
chatchai.k
chatchai.k
วันที่ 28 ก.ค. 2563

ขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ