ฟังคำจริง

  
ธรรมทัศนะ
วันที่  28 ต.ค. 2569
หมายเลข  53275
อ่าน  108

ผู้ฟัง เข้าใจได้ว่าเห็นไม่ใช่เรา แต่ว่าถ้าฟังใหม่ๆ อะไรล่ะ ก็เราเห็น แล้วจะบอกว่าเห็นไม่ใช่เรา ได้อย่างไร

ท่านอาจารย์ เป็นเราเห็นมานานเท่าไหร่แล้ว ได้ยินแค่เห็นไม่ใช่เรา กี่ครั้งแล้ว และแค่ได้ยินด้วย

ผู้ฟัง ก็ต้องเข้าใจว่าสะสมความไม่รู้ความจริง มาเนิ่นนานมาก

ท่านอาจารย์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก่อนที่จะได้รับคำพยากรณ์ ก็มีการได้ยิน ได้ฟัง ธรรมมาแล้วใช่ไหม และเมื่อได้รับคำพยากรณ์จากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่าทีปังกร ว่าอีก ๔ อสงไขยแสนกัป สุเมธดาบสผู้นี้จะได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่า พระสมณโคดม แล้วความไม่รู้สะสมมานานเท่าไหร่

ผู้ฟัง ถ้าจะเริ่มก้าวแรกที่ถูกต้องได้ ก็มีทางเดียวว่าไตร่ตรองในสิ่งที่ฟังด้วยเหตุด้วยผล

ท่านอาจารย์ ต้องเป็นคำจริงด้วย จากพระสัมมาพุทธสัมเจ้าผู้ทรงตรัสรู้ ไม่ใช่ใคร ก็คิดขึ้นมาเอง แล้วก็บอกว่า ไม่ต้องเรียนก็ได้ อย่างนั้นจะไปฟังทำไม

ผู้ฟัง คำที่ฟังเป็นคำจริง แล้วก็ความจริงนั้นก็มีให้พิสูจน์ได้ตลอดเวลา

ท่านอาจารย์ ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเรา คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าไม่เห็นธรรม ขณะนี้จะรู้ไหม ว่าที่ได้ฟังอย่างนี้ เริ่มเข้าใจอย่างนี้ เพราะมีผู้ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระบารมี ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ใช่คนอื่นเลย

ทุกคำที่ได้ฟัง แล้วใครก็ตามที่พูดไม่ใช่อย่างนี้ คือ ไม่ได้พูดถึงความจริงที่กำลังมีเดี๋ยวนี้ ผู้นั้นไม่ใช่ผู้ที่ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแน่นอน เป็นคำของตัวเอง

ประโยชน์จริงๆ คือ ทุกท่านที่ฟังวันนี้ ได้เข้าใจธรรมได้เข้าใจคำนี้ แล้วก็คำที่กล่าวถึงสภาพธรรม เช่น ธาตุรู้ สิ่งที่มีจริง มีลักษณะต่างกัน

ธาตุรู้ มีสองอย่างคือ จิต และเจตสิก และส่วนธาตุที่ไม่รู้ มีหลายประเภท ไม่ใช่มีแต่เฉพาะที่เราเห็น ที่ไม่เห็นก็มี แต่ก็ไม่รู้ เป็นธาตุที่เกิดด้วย แล้วก็ไม่รู้ แต่ไม่ปรากฏ

ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1041


  ความคิดเห็นที่ 1  
  
shsso2551
วันที่ 28 ต.ค. 2569

กราบอนุโมทนาค่ะ

  
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ