ไม่ใช่เรื่องคำจะกำหนดธรรม

  
เมตตา
วันที่  22 ต.ค. 2569
หมายเลข  53247
อ่าน  26

[เล่มที่ 68] พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้า 706

อรรถกถาทีนวญาณนิทเทส

๑๑๕ - ๑๑๙] พึงทราบวินิจฉัยในอาทีนวญาณนิทเทสดังต่อไปนี้

บทว่า อุปฺปาโท - ความเกิดขึ้น คือ เกิดขึ้นในโลกนี้ เพราะกรรมเก่าเป็นปัจจัย.

บทว่า ปวตฺตํ - ความเป็นไป คือ ความเป็นไปของความเกิดขึ้นอย่างนั้น.

บทว่า นิมิตฺตํ คือ สังขารนิมิตแม้ทั้งหมด.

บทว่า อายูหนํ - กรรมประมวลมาเป็นภัย คือ กรรมอันเป็นเหตุแห่งปฏิสนธิต่อไป.

บทว่า ปฏิสนฺธิ คือ การเกิดต่อไป.

บทว่า คติ ได้แก่ คติอันเป็นปฏิสนธิ.

บทว่า นิพฺพตฺติ ได้แก่ การเกิดขึ้นแห่งขันธ์ทั้งหลาย.

บทว่า อุปปตฺติ ได้แก่ ความเป็นไปแห่งวิบาก ดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า สมาปนฺนสฺส วา อุปฺนฺนสฺส วา (๑) - แห่งภิกษุผู้เข้าสมาบัติแล้วก็ดี ผู้เข้าถึงแล้วก็ดี.


[เล่มที่ 37] พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ - หน้า 348

อีกอย่างหนึ่ง พึงเห็น เนื้อความในคำนี้อย่างนี้ว่า การนอนของสัตว์ผู้เกิดในครรภ์ ชื่อว่า คัพภไสยา การเกิดคือภพใหม่ ชื่อวา ปุนัพภวาภินิพพัตติ. เหมือน อย่างว่า แม้เมื่อกล่าวว่าวิญญาณฐิติ ที่ตั้งวิญญาณ ที่ตั้งเป็นอื่น ไปจากวิญญาณ ย่อมไม่มี ฉันใด แม้ในเรื่องนี้ก็ฉันนั้น ไม่ควร เข้าใจว่าการนอนเป็นอื่นไปจากครรภ์ (ก็มี) . อนึ่ง ชื่อว่าการเกิด เหตุที่เป็นภพใหม่บ้าง ไม่เป็นภพใหม่บ้าง มีอยู่ และในที่นี้ ประสงค์ เอาการเกิดที่เป็นภพใหม่ เพราะฉะนั้น จึงกล่าวว่า ปุนพฺภโว เอว อภินิพฺพตฺติ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติ การเกิดคือภพใหม่ ชื่อว่าการเกิด ใหม่ ดังนี้.


อ.ธนากร: กราบเท้าท่านอาจารย์ครับ ขอแสดงความเห็นที่คิดว่าเป็นประโยชน์ครับ เพราะว่าข้อความในภาษาบาลีครับ อย่างคำว่า อุปปัตติ กับคำว่า นิพพัตติ ในอรรถกถาหลายแห่ง ก็จะมีความหมายที่บางครั้งมีความหมาย หรืออรรถะที่แตกต่างกันไปตามบริบท แต่ว่าโดยเนื้อความก็มีความหมายว่า เกิด เหมือนกันเลยครับ

อย่างในอรรถกถา พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ก็จะมีการกล่าวถึงคำว่า นิพพัตติ ก็คือการเกิด คือภพใหม่ หรือว่าการเกิดใหม่

แล้วก็คำว่า อุปปัตติ ครับ บางแห่งท่านก็แสดงว่าเป็นไวพจน์ หรือว่าเป็นคำที่ใช้แทนกันได้ กับคำว่าปวัตติ ก็คือความเป็นไปครับ

ซึ่งอันนี้ก็ทำให้เห็นเลยว่า วันนี้มีประโยชน์มากที่ท่านอาจารย์ได้กล่าวถึงอรรถะ ก็คือความหมายของคำว่า เกิด ว่าถ้าไม่ติดที่คำนะครับ แต่ถ้าเรารู้ว่าโดยนัยยะนั้น ความมุ่งหมายของท่านเป็นยังไงนะครับ อันนี้เราก็จะได้ความชัดเจนว่า ความเป็นไปของวิบากนำมาซึ่งอะไรบ้าง ใช่ไหมครับ

ถ้าจะยกตัวอย่างในภาษาไทยนะครับ แม้แต่คำว่า เกิด เรายังมีการใช้หลายคำใช่ไหมครับ กำเนิด เกิด บังเกิด ผุดเกิด นี่ครับ ซึ่งความหมายก็เหมือนกันเลย แต่ว่า สำหรับคนไทยที่ชาติอื่นอาจจะงงก็ได้ใช่ไหมว่า ทำไมกล่าวถึงทารก ใช้คำว่ากำเนิด พอเป็นอะไรสักอย่างที่อยู่ๆ ก็เกิดขึ้นมาก็ใช้คำว่า ผุดเกิด แล้วทำไมถึงใช้คำว่าบังเกิดกับคำนั้นคำนี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องของชาติอื่น ถ้าไม่ได้เกิดเป็นคนไทยที่เราชินอยู่แล้วเราก็ไม่มีปัญหาใช่ไหม เราก็รู้อยู่แล้วว่า กำเนิด เกิด ก็เหมือนกัน แค่ความนิยมใช้บริบทต่างกัน

เพราะฉะนั้น ผมคิดว่า ในภาษาบาลี ชาวมคธ ท่านคุ้นเคยกับคำว่า นิพพัตติ คำว่าอุปปัตติ อยู่แล้วนะครับ เวลากล่าวโดยนัยยะต่างๆ ท่านก็ใช้ภาษาของท่านอธิบายไป แต่ว่าเวลามาแปลเป็นภาษาของเรา เราก็อาจจะงงใช่ไหมครับ แต่ถ้าเราถือเอาโดยอรรถะ ก็จะไม่มีความหมายเลยไม่ว่า ในอรรถกถาส่วนอื่นซึ่งก็จะมีความหมายต่างกันแน่นอน เพราะว่ามีหลายที่ที่ท่านแสดงโดยนัยยะที่หลากหลายครับ

ก็ต้องถือเอาอรรถะ ไม่ใช่เพียงแต่พยัญชนะครับ ก็กราบเท้าขอบพระคุณท่านอาจารย์ และกราบอาจารย์ทุกท่านครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ต้องรอบรู้ ไม่ใช่เอาคำขึ้นมาพูด และพยายามคิดต่างๆ แต่ไม่รู้ความจริงของธรรม

เพราะฉะนั้น ไม่ว่าคำใดๆ ทั้งสิ้น ที่จะทำให้รอบรู้ในธรรม ไม่ว่าจะแง่ไหนมุมไหนเช่นที่คุณธนากรกล่าวใช่ไหมที่ยกมาจากอีกพระสูตรหนึ่ง ลองกล่าวอีกครั้งหนึ่ง

อ.ธนากร: ครับ ปุนพฺภโว เอว อภินิพฺพตฺติ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติ การเกิดคือภพใหม่ ชื่อว่าการเกิด ใหม่ ดังนี้.

ท่านอาจารย์: แค่นี้ก็เหมือนกันใช่ไหม ไม่ว่าการเกิดในภพไหน

เห็นไหม ต้องเข้าใจในอรรถะ เพราะว่าการเกิดภพนี้เป็นภพใหม่ของชาติก่อน เห็นไหมต้องเข้าใจจริงๆ ในตัวธรรม ไม่ว่าจะใช้คำภาษาอะไรก็ตามแต่ ความหมายในภาษาหนึ่ง จะเกิด จะกำเนิด จะอะไรก็แล้วแต่ใช่ไหม? แต่ตัวจริงของธรรมคืออะไร!!

เพราะว่า แต่ละภาษาก็จะมีคำที่จะใช้แทนกัน จะใช้คำนี้ก็ได้จะใช้คำนั้นก็ได้ แล้วแต่ว่า เป็นประโยคไหน เรื่องอะไร ไม่ใช่เรื่องคำจะกำหนดธรรม แต่ตัวธรรมที่มีหลากหลายทำให้มีคำต่างๆ

เพราะฉะนั้น คำต่างๆ นี่ต้องหมายความถึงตัวธรรม

เพราะฉะนั้น ภพใหม่ ชาตินี้เป็นภพใหม่ของชาติก่อนได้ไหม?

อ.ธนากร: ได้ครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ชาติหน้าเป็นภพใหม่ของชาตินี้ เพราะฉะนั้น ก็กล่าวถึงการเกิด

อ.ธนากร: ใช่ครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเกิดภพไหน ก็นำมาซึ่งเหตุการณ์ต่างๆ ขันธ์แต่ละขันธ์มากมาย ถูกปรุงแต่งให้เกิดทั้งนั้นตามเหตุตามปัจจัย แสดงความไม่ใช่เรา

เพราะฉะนั้น ธรรมทั้งหมดนี่เพื่อมุ่งไปสู่การที่รู้ความจริงว่า เป็นธรรมหลากหลายประการใด ทั้งหมดมีปัจจัยเกิดแล้วก็ดับ

ก็เป็นเรื่องที่ต้องละเอียดที่จะต้องฟังแล้วต้องเข้าใจให้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นสำนวนหรือภาษา หรือตอนไหนกล่าวถึงตอนนี้เฉพาะ หรืออีกตอนก็กล่าวถึงอีกตอนโดยเฉพาะ เป็นต้น

ขอเชิญอ่านได้ที่ ..

การเกิดคือภพใหม่ ชื่อว่าการเกิด ใหม่ [เวรัญชสูตร]

ความเกิดขึ้น คือเกิดขึ้นในโลกนี้เพราะกรรมเก่าเป็นปัจจัย [อรรถกถาทีนวญาณนิทเทส]

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.ธนากร ด้วยค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
  
chatchai.k
วันที่ 22 ต.ค. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ

  
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ