เอาแต่ฟังธรรม ไม่เห็นปฏิบัติเลย
ผู้ฟัง การที่เขาพูดว่า พวกเราเอาแต่ฟังธรรม ไม่ได้เห็นปฏิบัติอะไรเลย
ท่านอาจารย์ น่าจะอนุโมทนาถ้าได้ยินว่าใครฟังธรรม กลายเป็นว่าเอาแต่ฟังธรรม ได้อย่างไร ก็ผิดแล้ว
ผู้ฟัง เพราะเขาไม่เข้าใจ
ท่านอาจารย์ จะฟังคำของคนที่เขาไม่เข้าใจทำไม
ผู้ฟัง เราไม่ฟัง แต่ว่ามันก็อดได้ยินไม่ได้
ท่านอาจารย์ ได้ยินก็รู้ว่าเขาไม่เข้าใจ
ผู้ฟัง เลยทราบว่า เมื่อก่อนเราก็เป็น
ท่านอาจารย์ เมื่อคุณพัฒน์นรีมีความเข้าใจธรรมแล้ว มีความหวังดีต่อคนอื่นที่เห็นว่า ชาตินี้เขาก็ควรจะได้มีโอกาสเข้าใจธรรม ดีกว่าตายเปล่า หมายความว่า เกิดมาสุขทุกข์ไปตามเรื่องจนตาย แล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย แต่ละชาติๆ จะกลับไปเป็นคนเก่าอีกไม่ได้ แม้สิ่งใดก็ตามในชาตินี้ที่เราคิดว่าเป็นสุขเสียเหลือเกิน ดับแล้ว ลองคิดถึงก็ไม่เหมือนเดิม ไม่มีทางที่จะเป็นอย่างนั้นอีกได้เลยในสังสารวัฏฏ์
เพียงแค่หนึ่งขณะ ซึ่งจากไม่มี ก็มี ด้วยความไม่รู้ ก็ติดข้อง พอใจ ยึดมั่น แต่สิ่งนั้นไม่เหลือเลย ไม่มีเลย แล้วเป็นอย่างนี้ นั่นคือ สุญญตา คือ ว่างเปล่าจากความเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เที่ยง หรือ ยั่งยืน
ถ้าไม่มีความเข้าใจอย่างนี้ เราจะหลงเพลินไปอีกนานเท่าไหร่ ไม่สิ้นสุดในสังสารวัฏฏ์ ก็แค่เกิดมาไม่นาน ชาติหนึ่งสั้นมากถ้าเทียบกับสังสารวัฏฏ์ แต่ว่าสุขทุกข์ในชาติหนึ่งๆ เกิดดับสืบต่อ ติดข้องเพิ่มขึ้น หวังสุขแค่นั้นพอไหม มากกว่านั้นอีก แต่ถึงจะสุขสักเท่าไรก็ไม่เหมือนเดิม
ด้วยเหตุนี้ แสดงให้เห็นว่าไม่มีอะไรเลยที่จะยั่งยืน หรือว่าจะเป็นของเราได้ เป็นคนนี้ได้ชาตินี้ชาติเดียว แล้วก็สะสมปัจจัยทั้งหลาย สุขทุกข์ หรือ ความดีความชั่วทั้งหมดสืบต่อไป ก็เปลี่ยนไปเป็นอีกคนหนึ่งเเล้ว แต่มาจากไหน ก็มาจากการที่ได้เกิดมาแล้วได้ประสบพบเห็นสิ่งต่างๆ สะสมสืบต่อไป และใครจะมาบอกให้รู้ว่าไม่มีสาระ เพราะเหตุว่า จากไม่มี ก็เกิดมี เพราะเหตุปัจจัยแล้วก็ดับไป ไม่เหลือเลย
ฟังไว้ แล้วไตร่ตรอง รู้คุณของผู้ที่มีคำนี้ให้เราได้ฟัง จากการที่ได้ทรงบำเพ็ญพระบารมี ซึ่งใครก็ทำอย่างพระองค์ไม่ได้ ได้แค่ สาวกโพธิสัตว์ เพราะเหตุว่าได้ฟังแล้ว เข้าใจแล้ว จึงเป็นปัจจัยที่ปัญญานั้นจะค่อยๆ เจริญขึ้น เมื่อมีการฟังมากขึ้น เข้าใจเพิ่มขึ้น ละเอียดยิ่งขึ้น เพราะเพียงแค่คำสองคำแค่นี้ ไม่มีทางที่จะรู้ความจริงของสภาพธรรมที่กำลังเกิดดับได้
ใครจะว่าอย่างไรก็ตามที่เขาได้สะสมมา แต่ถ้าเรามีความหวังดี เราจะพูดสิ่งที่เป็นประโยชน์ไหม เพราะเหตุว่า วันหนึ่งถ้าเขาสามารถที่จะเข้าใจได้ เขาจะเห็นประโยชน์อย่างยิ่งของคำที่มาจากการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
อ.กุลวิไล ถ้าเราหวังดีก็สามารถที่จะพูดคำจริงให้เขาฟังได้ แต่ถ้ายังไม่ถึงกาละที่พร้อมที่จะพูดด้วย ก็คงพูดให้ฟังไม่ได้
ท่านอาจารย์ แน่นอน แม้แต่คำจริงก็ต้องรู้กาละ เวลาที่เหมาะสม จะเป็นประโยชน์หรือไม่เป็นประโยชน์ ถ้าไม่เป็นประโยชน์ก็เสียเวลาพูด
