เกิดมาท่ามกลางความไม่รู้

  
เมตตา
วันที่  17 ต.ค. 2569
หมายเลข  53224
อ่าน  38

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ก็ต้องมีความมั่นคงว่า ธรรมคือสิ่งที่มีจริง ต่างกันเป็น ๒ อย่าง อย่างหนึ่งเป็นสภาพรู้ หลากหลายมาก แม้แต่มีสิ่งที่กำลังปรากฏ ไม่รู้ความจริงของสิ่งที่ปรากฏ แน่นอน!!

เพราะฉะนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสในภาษาบาลีว่า โมหะ หมายความไม่รู้ ลุ่มหลงไปในสิ่งที่ปรากฏ

อ.กุลวิไล: ค่ะ เพราะว่าเป็นจิตที่ละเอียดมาก แล้วก็รู้ได้ยาก เพราะส่วนใหญ่ก็มากด้วยโลภะ และโทสมูลจิตค่ะท่านอาจารย์ แต่ขณะที่ไม่รู้อารมณ์ที่ปรากฏ หรือว่าไม่รู้ในสิ่งที่ปรากฏ แล้วขณะนั้นก็ไม่ได้มีโสมนัสเวทนา หรือว่าโทมนัสเวทนา ซึ่งก็เพียงแต่อุเบกขาเวทนา ไม่สุขไม่ทุกข์ ละเอียดมากค่ะท่านอาจารย์ ซึ่งก็ไม่เห็นโทษ แล้วก็ยังเป็นเราที่ยินดีติดข้องในอารมณ์ต่างๆ ค่ะท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: เราพูดคำเยอะเยะ รู้อะไรสักอย่างไหมสักคำที่พูดมาแล้วทั้งหมด ต่างกันไกลลิบกับพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกคำที่พระองค์ตรัสเป็นความจริง มีทุกขณะไม่เว้นเลย แต่ไม่เคยมีใครรู้เลยว่า นี่แหละ สิ่งที่มีจริงนี่ไม่ได้เป็นอย่างที่เป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้มั่นคงเถาวร ตื่นขึ้นมาทีใดก็เห็นที่นอนเห็นโต๊ะเห็นเก้าอี้ เหมือนเดิมทุกวี่ทุกวัน ไม่รู้เลยว่า ขณะนั้นสิ่งที่มีจริงๆ เป็นอะไร และต้องเกิด เกิดเพราะอะไร แล้วก็ดับไปทุกขณะ

เพราะฉะนั้น แม้แต่ธรรมนี่ ถ้ารู้จริงๆ ก็เพราะเหตุว่า ได้ฟังคำที่ทำให้เริ่มรู้ความจริงของสิ่งที่มี ซึ่งถ้าไม่อาศัยคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ และทรงแสดง ไม่มีใครคิดถึงเลยค่ะ อะไรน่ะ!! อะไร!! แค่รู้ว่า มีจริงๆ เพราะปรากฏให้รู้ ก็ยังไม่คิดเลย!! และมีจริงนั่นแหละ เมื่อปรากฏ ปรากฏทางไหนแต่ละทาง ก็ไม่รู้อีก!!

เพราะฉะนั้น แต่ละคำ คงไม่ต้องรีบร้อนไปไกลหลายๆ คำ

แค่ธรรมคำเดียว มีความเข้าใจในสิ่งที่กำลังมีหรือเปล่าว่า มีจริงแน่นอนเพราะปรากฏให้เห็น ปรากฏให้ได้ยิน ปรากฏให้ได้กลิ่น ปรากฏเป็นรสต่างๆ ทุกวันทั้งหมดที่อะไรปรากฏ รู้ไหมว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ความจริงแท้ของสิ่งนั้นถึงที่สุดโดยประการทั้งปวง ซึ่งไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน และคิดว่าเป็นไปได้ยากที่จะแม้เริ่มเข้าใจ จนกระทั่งสามารถประจักษ์แจ้งความจริงได้

เพราะฉะนั้น ก็ต้องฟังพระธรรมด้วยความเคารพสูงสุด ไตร่ตรองทุกคำมั่นคงขึ้นแม้แต่คำเดียว เช่น ธรรม

โมหะไม่รู้ความจริงมีแน่!! เดี๋ยวนี้ กำลังเห็น ไม่รู้ความจริงเลย ถูกต้องไหม?

อ.กุลวิไล: ถูกต้องค่ะ ถ้าไม่อาศัยการฟังพระธรรมก็คิดว่า ก็เป็นปกติ แล้วก็ไม่ได้ไปทำให้ใครเดือดร้อน แต่ก็ไม่รู้ว่า ไม่รู้ความจริงค่ะท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: ปกติไม่รู้ตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วย ไม่รู้อะไรตามความเป็นจริงเลยสักอย่าง

อ.กุลวิไล: ท่านอาจารย์คะ แม้แต่ไม่รู้อารมณ์ที่ปรากฏ

ท่านอาจารย์: อารมณ์คืออะไร เห็นไหมอารมณ์คืออะไรรู้ไหม? ถามใครสิ รู้จักอารมณ์ไหม?

อ.กุลวิไล: ถ้าคนที่ไม่ได้ฟังพระธรรม ไม่รู้จักแน่นอนค่ะ

ท่านอาจารย์: เห็นไหม แม้แต่คำเดียว อารมณ์ ก็ไม่รู้จักตามความเป็นจริง ไม่รู้ไปหมดตั้งแต่เกิดจนตายทุกสิ่งทุกอย่างหมด

นี่แหละ เกิดมาท่ามกลางความไม่รู้ จากไปด้วยความไม่รู้เพิ่มขึ้น เพราะไม่รู้สิ่งที่มีจริงแต่ละขณะในชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย

อ.กุลวิไล: ท่านอาจารย์ก็ให้ความเข้าใจบ่อยครั้งว่า ต้องกลับมาตั้งต้นที่ธรรมคืออะไร เพราะว่าติดข้องกับเรื่องราวค่ะ

ท่านอาจารย์: จึงฟังแล้ว เข้าใจแค่ไหนๆ พอหรือแค่คำว่า ธรรม แล้วก็บอกว่าเป็นธรรม พอหรือ?!

อ.กุลวิไล: ไม่พอค่ะ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น กว่าจะรู้จริง กว่าจะรู้จริงภาษาไทยธรรมดานี่ค่ะ กว่าจะรู้จริงๆ ว่า เป็นธรรม อีกนานไหม?

อ.กุลวิไล: นานค่ะ

ท่านอาจารย์: และถ้าไม่ฟัง จะรู้ได้ไหม?

อ.กุลวิไล: ไม่ได้แน่นอนค่ะ

ท่านอาจารย์: ฟังแล้วไม่สนใจว่า เป็นจริงที่ลึกซึ้ง จะสามารถฟังต่อไปด้วยความอดทนที่จะเข้าใจว่า ทุกอย่างที่ปรากฏ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญบารมีนานเท่าไหร่กว่าจะตรัสรู้ ทั้งๆ ที่กำลังปรากฏอย่างนี้เองไม่ต่างกันเลย

แต่ความไม่รู้กับความรู้ ต่างกันสุดที่จะประมาณได้

เพราะฉะนั้น รู้จักโมหะแล้วนะที่ถามตอนต้น

อ.กุลวิไล: ถึงแม้ว่า ท่านอาจารย์ให้ความเข้าใจบ้าง แต่พอได้ฟังท่านอาจารย์อย่างตอนที่ผ่านมา ท่านอาจารย์ก็พอเปรียบเทียบให้เห็นว่า ชีวิตประจำวันขณะที่มีการเอื้อมมือไปจับสิ่งหนึ่งสิ่งใด กระพริบตา เคลื่อนไหว ถ้ามีความต้องการก็โลภมูลจิต แต่ถ้าไม่พอใจในอารมณ์นั้นก็พอรู้ได้ว่าเป็นโทสมูลจิต เพราะว่าเวทนาเป็นโทมนัสเวทนา แต่ถ้าไม่ได้สงสัยในสภาพธรรมที่มีจริงในขณะนี้ก็ไม่ใช่วิจิกิจฉาสัมปยุตต์ที่เป็นโมหมูลจิต แต่ถ้าเผลอๆ อย่างนี้ค่ะท่านอาจารย์ แล้วก็ไม่รู้ในอารมณ์ที่ปรากฏ ก็ละเอียดมาก เพราะว่าถ้าไม่รู้ในสิ่งที่ปรากฏ มองไปก็เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดแล้ว ก็พอเห็นถึงความไม่รู้ค่ะท่านอาจารย์ เพราะไม่รู้ว่าอะไรกำลังปรากฏค่ะ

ท่านอาจารย์: คุณกุลพูดถึงทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความไม่รู้ ก็ไม่รู้ว่า ไม่รู้!!

อ.กุลวิไล: ค่ะ

ท่านอาจารย์: เห็นไหม ปานนั้น!!

อ.กุลวิไล: ถูกต้องค่ะ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ไม่รู้มานานเท่าไหร่ ไม่ใช่แค่ชาตินี้ชาติเดียว

ไม่รู้อะไรบ้าง? ทุกอย่างหมดที่กำลังมีเดี๋ยวนี้

อ.กุลวิไล: ค่ะ

ท่านอาจารย์: เห็นไหม ต้องตรงต่อความเป็นจริง จึงจะรู้จักว่า แล้วผู้ที่ตรัสรู้ความจริงตรัสว่าอย่างไร ให้คนอื่นได้ฟังด้วย ให้ค่อยๆ ไตร่ตรอง จนค่อยๆ เริ่มรู้ว่า ความเข้าใจถูกตามความเป็นจริงของสิ่งที่มี ไม่ใช่ความไม่รู้อีกต่อไป

ทีละคะ ไม่ใช่หลายๆ คำเยอะเยะหมด

เพราะฉะนั้น เราไม่ได้พูดตามหนังสือ โมหมูลจิตอุทธัจจสัมปยุตต์เป็นยังไง จะพูดแค่จะให้เข้าใจเรื่องนี้ ไม่ใช่เลย!! โมหะมีไหม ก่อนอื่น ไม่รู้อะไร? เมื่อไหร่? ขณะไหน? เห็นไหม เราก็ไม่จำเป็นต้องใช้คำที่ไม่ใช่ภาษาไทย

ต่อเมื่อไหร่เข้าใจแล้ว ตรงกับคำในภาษาที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัส เมื่อแสดงความจริงของธรรมทุกครั้ง แต่คนละภาษา

ถ้าเราไม่เรียนรู้ภาษาบาลีเลย ฟังเราก็ไม่รู้เรื่องว่า พูดถึงอะไร แต่พอพูดภาษาของแต่ละภาษาที่คนนั้นใช้ภาษานั้น หมายความถึงสิ่งเดียวกัน

เพราะฉะนั้น เราไม่จำเป็นต้องไปเอาคำในภาษาอื่นมาคิด แต่ตัวจริงเดี๋ยวนี้ในภาษาไทย ตรงกับคำที่อีกภาษาหนึ่งใช้ แต่ว่า ความไม่รู้ในภาษาไทยใช้คำว่า ไม่รู้ ไม่เข้าใจ ไม่เห็นถูกตามความเป็นจริง อีกภาษาหนึ่งใช้คำว่า โมหะ

เพราะฉะนั้น เราไม่พูดถึงโมหสัมปยุตต์อะไรต่ออะไรทั้งหมดเลยนะ พูดทำไม!! แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า มันคืออะไร แล้วจึงค่อยๆ เข้าใจแต่ละคำ

ไม่อย่างนั้นก็มีแต่ชื่อ จำแต่ชื่อ อยากรู้ชื่อ แล้วตัวจริงเดี๋ยวนี้ล่ะ!! ต้องเอาคำว่า สัมปยุตต์อะไรมาใส่ไหม?

อ.กุลวิไล: ไม่ต้องมาใส่หรอกค่ะท่านอาจารย์ เพราะทั้งหมดเกิดแล้วเพราะเหตุปัจจัย ค่ะ ก็กราบเท้าขอบพระคุณท่านอาจารย์ เพราะท่านอาจารย์ให้ความละเอียดของธรรมมาก แล้วก็กลับมาตั้งต้นสิ่งที่มีจริงที่กำลังปรากฏในขณะนี้ ถึงแม้ว่าศึกษาความละเอียดที่เป็นคำในพระไตรปิฎกมากมาย แต่เวลาที่ศึกษาก็ต้องเห็นประโยชน์ของการที่จะรู้ตัวจริงที่ปรากฏ มากว่าที่จะเอาชื่อมาใส่ ซึ่งก็ทำให้ติดข้องแล้วก็เห็นถึงความเป็นเราลึกมากค่ะท่านอาจารย์

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.กุลวิไล ด้วยค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
  
chatchai.k
วันที่ 17 ต.ค. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ

  
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ