ทรงโอวาทพร่ำสอน แล้วๆ เล่าๆ
ขอกล่าวถึงข้อความที่พระผู้มีพระภาคทรงโอวาทแก่ภิกษุ ซึ่งท่านผู้ฟังจะเห็นได้ว่า ที่พระผู้มีพระภาคทรงโอวาทภิกษุทั้งหมดนั้น ไม่พ้นจากการเป็นผู้ที่มีปกติ เจริญสติปัฏฐาน
ข้อความใน ปปัญจสูทนี ซึ่งเป็นอรรถกถา มหาสุญญตสูตร มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ มีว่า พระผู้มีพระภาคทรงแสดงเหตุที่ทรงพร่ำสอนภิกษุ โดยตรัสอุปมาพระองค์ว่า
นายช่างที่ทำภาชนะดิน ใช้มือทั้งสองข้างค่อยๆ จับดินที่ยังสดอยู่ ไม่แห้งเกินไป และยังไม่สุก ด้วยความรู้สึกว่าอย่าได้แตก นายช่างได้ปฏิบัติในภาชนะดินนั้น ฉันใด พระผู้มีพระภาคจักปฏิบัติในพวกภิกษุ ฉันนั้น หามิได้
ไม่ได้ถนอมเหมือนอย่างกับนายช่างหม้อที่ค่อยๆ ปั้นหม้อให้เป็นรูปร่าง อย่าให้แตก แต่ว่าพระผู้มีพระภาคมิได้ทรงปฏิบัติในพวกภิกษุอย่างนั้นเลย
ข้อความต่อไปมีว่า
ข้อว่า ข่มขี่แล้ว ข่มขี่อีก ตำหนิแล้ว ตำหนิอีก ความว่า
เรา คือ พระผู้มีพระภาค กล่าวสอนครั้งเดียวแล้วจะนิ่งเสีย หามิได้ เราตำหนิโทษแล้ว จักพร่ำสอนอีก แล้วๆ เล่าๆ นายช่างนั้นเอาภาชนะที่แตกรวบรวมเข้าด้วยกัน ทุบแล้ว ทุบอีก แล้วจึงถือเอาฉันใด เราก็จักโอวาทพร่ำสอน แล้วๆ เล่าๆ ฉันนั้น
บางท่านอาจจะคิดว่า พระธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงในพระไตรปิฎกนั้น ซ้ำเหลือเกิน พระธรรมทั้งหมดที่ทรงแสดงนั้น จะไม่พ้นจากเรื่องของการรู้ชัดในสภาพธรรมที่กำลังปรากฏทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ แต่เพราะเหตุว่าท่านยังไม่รู้ชัดจริงๆ ในสภาพธรรมที่ปรากฏ เพราะฉะนั้น จึงทรงแสดงซ้ำแล้วซ้ำอีก ทรงโอวาทพร่ำสอน แล้วๆ เล่าๆ ในเรื่องของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ
