ธรรมไหนล่ะที่ควรมนสิการใส่ใจ?

[เล่มที่ 17] พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้า 139
(๑) อาสวะที่ละได้เพราะการเห็น
[๑๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็อาสวะเหล่าไหน ที่จะพึงละได้เพราะการเห็น? ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนในโลกนี้ ผู้ไม่ได้สดับ ไม่ได้เห็นพระอริยะทั้งหลาย ไม่ฉลาดในธรรมของพระอริยะ ไม่ได้รับแนะนําในธรรมของพระอริยะ. ไม่ได้เห็นสัตบุรุษ ไม่ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษ ไม่ได้รับแนะนําในธรรมของสัตบุรุษ ย่อมไม่รู้ธรรมอันตนควรมนสิการ.เมื่อเขาไม่รู้ธรรมที่ควรมนสิการ ไม่รู้ธรรมที่ไม่ควรมนสิการ ย่อมมนสิการธรรมที่ไม่ควรมนสิการ ไม่มนสิการธรรมที่ควรมนสิการ.
อ.ณภัทร: กราบเรียนท่านอาจารย์ มีข้อความจาก สัพพาสวสังวรสูตร ขอยกบางข้อความมา ครับ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนในโลกนี้ ผู้ไม่ได้สดับ ไม่ได้เห็นพระอริยะทั้งหลาย ไม่ฉลาดในธรรมของพระอริยะ ไม่ได้รับแนะนําในธรรมของพระอริยะ. ไม่ได้เห็นสัตบุรุษ ไม่ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษ ไม่ได้รับแนะนําในธรรมของสัตบุรุษ ย่อมไม่รู้ธรรมอันตนควรมนสิการ.เมื่อเขาไม่รู้ธรรมที่ควรมนสิการ ไม่รู้ธรรมที่ไม่ควรมนสิการ ย่อมมนสิการธรรมที่ไม่ควรมนสิการ ไม่มนสิการธรรมที่ควรมนสิการ.
ข้อความนี้เป็นความไพเราะอย่างยิ่งครับ ในชีวิตประจำวันจริงๆ ว่า ธรรมที่ควรมนสิการ และธรรมที่ไม่ควรมนสิการ ครับท่านอาจารย์ครับ
ท่านอาจารย์: คุณณภัทรตั้งต้นใหม่อีกนะ ทีละคำ
อ.ณภัทร: ดูก่อนภิษุทั้งหลาย ปุถุชนในโลกนี้ผู้ไม่ได้สดับ
ท่านอาจารย์: แค่นี้! ชัดเจนใช่ไหม?
อ.ณภัทร: ตรงนี้ชัดเจนครับ
ท่านอาจารย์: ปุถุชนคนที่หนาด้วยกิเลส มีทั้งที่ได้ฟังธรรม และไม่ได้ฟังธรรม แต่นี่กล่าวถึงเฉพาะบุคคลปุถุชนที่ไม่ได้ฟังธรรม ต้องไม่ลืมทุกคำ ต่อไปค่ะ
อ.ณภัทร: ปุถุชนในโลกนี้ผู้ไม่ได้สดับ ไม่ได้เห็นพระอริยะทั้งหลาย ไม่ฉลาดในธรรมของพระอรยะ
ท่านอาจารย์: แค่นี้ .. ฉลาดคืออะไร?
ฟังเฉยๆ ไม่คิดไม่ไตร่ตรอง ได้แต่พูดตามอย่างนั้นหรือ? ต้องเริ่มเข้าใจทีละเล็กทีละน้อยว่า ไม่ใช่ฟังด้วยความประมาทพูดตาม แต่ต้องเข้าใจแต่ละคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าบำเพ็ญพระบารมีตรัสรู้แล้ว ทรงพระมหากรุณาให้คนอื่นได้เข้าใจ ไม่ใช่ให้พูดตาม
อ.ณภัทร: ครับ ตรงนี้ก็ชัดเจนครับ ไม่ได้รับแนะนำในธรรมของพระอริยะ
ท่านอาจารย์: ใครเป็นพระอริยะ เห็นไหม! ผู้ที่ได้รู้แจ้งความจริง!! ตั้งแต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจนถึงสาวกทั้งหลายที่ได้ตรัสรู้ความจริงเป็นพระอริยบุคคล
อ.ณภัทร: ครับ ไม่ได้เห็นสัตบุรุษ ไม่ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษ ไม่ได้รับแนะนำธรรมของสัตบุรุษ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น สัตบุรุษ ก็คือผู้ที่รู้ความจริง
อ.ณภัทร: ครับ เมื่อไม่ได้เห็นสัตรุษ ไม่ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษ ไม่ได้รับแนะนำในธรรมของสัตบุรุษ ย่อมไม่รู้ธรรมอันตนควรมนสิการ
ท่านอาจารย์: ถูกต้องไหม?
อ.ณภัทร: ถูกต้องครับ
ท่านอาจารย์: ธรรมไหนล่ะที่ควรมนสิการใส่ใจ?
อ.ณภัทร: ตรงนี้ครับเป็นความลึกซึ้งว่า ธรรมที่ควรมนสิการ เพราะว่าธรรมก็คือสิ่งที่มีจริงที่กำลังมีในขณะนี้
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ต้องเป็นสิ่งที่มีจริงแน่นอนใช่ไหม?
อ.ณภัทร: ใช่ครับ
ท่านอาจารย์: เดี๋ยวนี้อะไรมีจริง?
อ.ณภัทร: เดี๋ยวนี้มีได้ยินครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ใส่ใจในได้ยินหรือเปล่า?
ได้ยินมีจริง เกิดแล้วดับแล้ว นี่แหละ เริ่มใส่ใจ!! ในความไม่เที่ยงของทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดต้องดับ
เพราะฉะนั้น จะเป็นอะไรไม่ได้เลย ที่เป็นสิ่งที่รู้ได้ปรากฏกับได้ยินเท่านั้นแล้วก็ดับ ไม่ใช่ใครสักคน นกก็ได้ยิน แมวก็ได้ยินใช่ไหม!!
เพราะฉะนั้น เสียงปรากฏกับสภาพที่ได้ยิน แล้วก็ดับ
อ.ณภัทร: ครับ อันนี้ก็ตรงอย่างยิ่งนะครับ เพราะว่าปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ย่อมไม่รู้ธรรมอันตนควรมนสิการครับ ข้อความต่อไปครับ เมื่อเขาไม่รู้ธรรมที่ควรมนสิการ ไม่รู้ธรรมที่ไม่ควรมนสิการ ย่อมมนสิการธรรมที่ไม่ควรมนสิการ ไม่มนสิการธรรมที่ควรมนสิการ ครับ
ท่านอาจารย์: ทุกวันนี้ ทุกคนใส่ใจในอะไร?
อ.ณภัทร: ตามปกติของชีวิตประจำวัน ก็คือใส่ใจในเรื่องราวของสิ่งที่เกิดขึ้นครับ
ท่านอาจารย์: เป็นธรรมที่ควรใส่ใจไหมเรื่องราวต่างๆ?
อ.ณภัทร: เป็นธรรมที่ไม่ควรใส่ใจเป็นอย่างยิ่งครับ
ท่านอาจารย์: แต่ก็ใส่ใจทุกๆ วันเลยใช่ไหมตั้งแต่เกิด?
อ.ณภัทร: ใช่ครับท่านอาจารย์ครับ ก็ขัดแย้งกันมากเลยครับ คืออย่างนี้แต่ความเป็นจริงก็ไม่ใส่ใจเลยครับ
ท่านอาจารย์: แต่กำลังใส่ใจทุกขณะ เพราะไม่รู้ว่า ควรใส่ใจอะไรที่มีจริงๆ
อ.ณภัทร: ครับ ตรงนี้สำคัญมากเลยครับ
ท่านอาจารย์: กว่าจะเริ่มใส่ใจ ใส่ใจเองไม่ได้ แต่ต้องอาศัยความเข้าใจถูกต้องทั้งหมด
อ.ณภัทร: ครับ ก็เป็นพระสูตรที่เตือนใจได้เป็นอย่างดีครับที่จะค่อยๆ เห็นเหมือนอย่างที่ท่านอาจารย์กล่าว ย้ำๆ บ่อยๆ ว่า ขณะนี้มีอะไร ก็เป็นการค่อยๆ ใส่ใจในธรรมที่กำลังมีในขณะนี้ที่ควรจะรู้ครับ
ท่านอาจารย์: ถ้าไม่ได้ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่มีขณะที่จะใส่ใจได้เลย เพราะไม่รู้ว่าอะไรจริงที่ควรรู้ที่ควรใส่ใจ กลายเป็นเรื่องราวหมดตลอดชีวิต
อ.ณภัทร: ครับ อย่างน้อยก็เป็นธรรมของพระอริยะครับที่จะเป็นข้อความที่ให้เตือนใจให้ระลึกได้ ดีกว่าไม่ระลึกเลยครับ
ท่านอาจารย์: จนกว่าจะถึงความเป็นพระอริยะ ไม่ใช่นั่นเป็นธรรมของพระอริยะ แต่เมื่อเข้าใจแล้ว จนกว่าจะถึงความเป็นพระอริยะ
ท่านอาจารย์: ชัดเจนเป็นอย่างยิ่งครับท่านอาจารย์ กราบเท้าขอบพระคุณท่านอาจารย์ครับ
ชอเชิญอ่านได้ที่ ..
อาสวะที่ละได้เพราะการเห็น [สัพพาสวสังวรสูตร]
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ
และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.ณภัทร ด้วยค่ะ

