ธรรมไหนล่ะที่ควรมนสิการใส่ใจ?

  
เมตตา
วันที่  23 ก.ย. 2569
หมายเลข  53157
อ่าน  20

[เล่มที่ 17] พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้า 139

(๑) อาสวะที่ละได้เพราะการเห็น

[๑๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็อาสวะเหล่าไหน ที่จะพึงละได้เพราะการเห็น? ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนในโลกนี้ ผู้ไม่ได้สดับ ไม่ได้เห็นพระอริยะทั้งหลาย ไม่ฉลาดในธรรมของพระอริยะ ไม่ได้รับแนะนําในธรรมของพระอริยะ. ไม่ได้เห็นสัตบุรุษ ไม่ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษ ไม่ได้รับแนะนําในธรรมของสัตบุรุษ ย่อมไม่รู้ธรรมอันตนควรมนสิการ.เมื่อเขาไม่รู้ธรรมที่ควรมนสิการ ไม่รู้ธรรมที่ไม่ควรมนสิการ ย่อมมนสิการธรรมที่ไม่ควรมนสิการ ไม่มนสิการธรรมที่ควรมนสิการ.


อ.ณภัทร: กราบเรียนท่านอาจารย์ มีข้อความจาก สัพพาสวสังวรสูตร ขอยกบางข้อความมา ครับ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนในโลกนี้ ผู้ไม่ได้สดับ ไม่ได้เห็นพระอริยะทั้งหลาย ไม่ฉลาดในธรรมของพระอริยะ ไม่ได้รับแนะนําในธรรมของพระอริยะ. ไม่ได้เห็นสัตบุรุษ ไม่ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษ ไม่ได้รับแนะนําในธรรมของสัตบุรุษ ย่อมไม่รู้ธรรมอันตนควรมนสิการ.เมื่อเขาไม่รู้ธรรมที่ควรมนสิการ ไม่รู้ธรรมที่ไม่ควรมนสิการ ย่อมมนสิการธรรมที่ไม่ควรมนสิการ ไม่มนสิการธรรมที่ควรมนสิการ.

ข้อความนี้เป็นความไพเราะอย่างยิ่งครับ ในชีวิตประจำวันจริงๆ ว่า ธรรมที่ควรมนสิการ และธรรมที่ไม่ควรมนสิการ ครับท่านอาจารย์ครับ

ท่านอาจารย์: คุณณภัทรตั้งต้นใหม่อีกนะ ทีละคำ

อ.ณภัทร: ดูก่อนภิษุทั้งหลาย ปุถุชนในโลกนี้ผู้ไม่ได้สดับ

ท่านอาจารย์: แค่นี้! ชัดเจนใช่ไหม?

อ.ณภัทร: ตรงนี้ชัดเจนครับ

ท่านอาจารย์: ปุถุชนคนที่หนาด้วยกิเลส มีทั้งที่ได้ฟังธรรม และไม่ได้ฟังธรรม แต่นี่กล่าวถึงเฉพาะบุคคลปุถุชนที่ไม่ได้ฟังธรรม ต้องไม่ลืมทุกคำ ต่อไปค่ะ

อ.ณภัทร: ปุถุชนในโลกนี้ผู้ไม่ได้สดับ ไม่ได้เห็นพระอริยะทั้งหลาย ไม่ฉลาดในธรรมของพระอรยะ

ท่านอาจารย์: แค่นี้ .. ฉลาดคืออะไร?

ฟังเฉยๆ ไม่คิดไม่ไตร่ตรอง ได้แต่พูดตามอย่างนั้นหรือ? ต้องเริ่มเข้าใจทีละเล็กทีละน้อยว่า ไม่ใช่ฟังด้วยความประมาทพูดตาม แต่ต้องเข้าใจแต่ละคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าบำเพ็ญพระบารมีตรัสรู้แล้ว ทรงพระมหากรุณาให้คนอื่นได้เข้าใจ ไม่ใช่ให้พูดตาม

อ.ณภัทร: ครับ ตรงนี้ก็ชัดเจนครับ ไม่ได้รับแนะนำในธรรมของพระอริยะ

ท่านอาจารย์: ใครเป็นพระอริยะ เห็นไหม! ผู้ที่ได้รู้แจ้งความจริง!! ตั้งแต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจนถึงสาวกทั้งหลายที่ได้ตรัสรู้ความจริงเป็นพระอริยบุคคล

อ.ณภัทร: ครับ ไม่ได้เห็นสัตบุรุษ ไม่ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษ ไม่ได้รับแนะนำธรรมของสัตบุรุษ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น สัตบุรุษ ก็คือผู้ที่รู้ความจริง

อ.ณภัทร: ครับ เมื่อไม่ได้เห็นสัตรุษ ไม่ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษ ไม่ได้รับแนะนำในธรรมของสัตบุรุษ ย่อมไม่รู้ธรรมอันตนควรมนสิการ

ท่านอาจารย์: ถูกต้องไหม?

อ.ณภัทร: ถูกต้องครับ

ท่านอาจารย์: ธรรมไหนล่ะที่ควรมนสิการใส่ใจ?

อ.ณภัทร: ตรงนี้ครับเป็นความลึกซึ้งว่า ธรรมที่ควรมนสิการ เพราะว่าธรรมก็คือสิ่งที่มีจริงที่กำลังมีในขณะนี้

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ต้องเป็นสิ่งที่มีจริงแน่นอนใช่ไหม?

อ.ณภัทร: ใช่ครับ

ท่านอาจารย์: เดี๋ยวนี้อะไรมีจริง?

อ.ณภัทร: เดี๋ยวนี้มีได้ยินครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ใส่ใจในได้ยินหรือเปล่า?

ได้ยินมีจริง เกิดแล้วดับแล้ว นี่แหละ เริ่มใส่ใจ!! ในความไม่เที่ยงของทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดต้องดับ

เพราะฉะนั้น จะเป็นอะไรไม่ได้เลย ที่เป็นสิ่งที่รู้ได้ปรากฏกับได้ยินเท่านั้นแล้วก็ดับ ไม่ใช่ใครสักคน นกก็ได้ยิน แมวก็ได้ยินใช่ไหม!!

เพราะฉะนั้น เสียงปรากฏกับสภาพที่ได้ยิน แล้วก็ดับ

อ.ณภัทร: ครับ อันนี้ก็ตรงอย่างยิ่งนะครับ เพราะว่าปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ย่อมไม่รู้ธรรมอันตนควรมนสิการครับ ข้อความต่อไปครับ เมื่อเขาไม่รู้ธรรมที่ควรมนสิการ ไม่รู้ธรรมที่ไม่ควรมนสิการ ย่อมมนสิการธรรมที่ไม่ควรมนสิการ ไม่มนสิการธรรมที่ควรมนสิการ ครับ

ท่านอาจารย์: ทุกวันนี้ ทุกคนใส่ใจในอะไร?

อ.ณภัทร: ตามปกติของชีวิตประจำวัน ก็คือใส่ใจในเรื่องราวของสิ่งที่เกิดขึ้นครับ

ท่านอาจารย์: เป็นธรรมที่ควรใส่ใจไหมเรื่องราวต่างๆ?

อ.ณภัทร: เป็นธรรมที่ไม่ควรใส่ใจเป็นอย่างยิ่งครับ

ท่านอาจารย์: แต่ก็ใส่ใจทุกๆ วันเลยใช่ไหมตั้งแต่เกิด?

อ.ณภัทร: ใช่ครับท่านอาจารย์ครับ ก็ขัดแย้งกันมากเลยครับ คืออย่างนี้แต่ความเป็นจริงก็ไม่ใส่ใจเลยครับ

ท่านอาจารย์: แต่กำลังใส่ใจทุกขณะ เพราะไม่รู้ว่า ควรใส่ใจอะไรที่มีจริงๆ

อ.ณภัทร: ครับ ตรงนี้สำคัญมากเลยครับ

ท่านอาจารย์: กว่าจะเริ่มใส่ใจ ใส่ใจเองไม่ได้ แต่ต้องอาศัยความเข้าใจถูกต้องทั้งหมด

อ.ณภัทร: ครับ ก็เป็นพระสูตรที่เตือนใจได้เป็นอย่างดีครับที่จะค่อยๆ เห็นเหมือนอย่างที่ท่านอาจารย์กล่าว ย้ำๆ บ่อยๆ ว่า ขณะนี้มีอะไร ก็เป็นการค่อยๆ ใส่ใจในธรรมที่กำลังมีในขณะนี้ที่ควรจะรู้ครับ

ท่านอาจารย์: ถ้าไม่ได้ฟังคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่มีขณะที่จะใส่ใจได้เลย เพราะไม่รู้ว่าอะไรจริงที่ควรรู้ที่ควรใส่ใจ กลายเป็นเรื่องราวหมดตลอดชีวิต

อ.ณภัทร: ครับ อย่างน้อยก็เป็นธรรมของพระอริยะครับที่จะเป็นข้อความที่ให้เตือนใจให้ระลึกได้ ดีกว่าไม่ระลึกเลยครับ

ท่านอาจารย์: จนกว่าจะถึงความเป็นพระอริยะ ไม่ใช่นั่นเป็นธรรมของพระอริยะ แต่เมื่อเข้าใจแล้ว จนกว่าจะถึงความเป็นพระอริยะ

ท่านอาจารย์: ชัดเจนเป็นอย่างยิ่งครับท่านอาจารย์ กราบเท้าขอบพระคุณท่านอาจารย์ครับ

ชอเชิญอ่านได้ที่ ..

อาสวะที่ละได้เพราะการเห็น [สัพพาสวสังวรสูตร]

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.ณภัทร ด้วยค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
  
chatchai.k
วันที่ 23 ก.ย. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ

  
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ