ภิกษุคือใคร

  
ธรรมทัศนะ
วันที่  13 ก.ย. 2569
หมายเลข  53107
อ่าน  99

ไม่ใช่เพียงต่างกันที่เครื่องแต่งกาย เครื่องนุ่งห่ม แต่ต้องเป็นความรู้ ตรงตามความเป็นจริงว่า ได้ฟังคำของพระพุทธเจ้าหรือไม่ ถ้าไม่ได้ฟังคำของพระพุทธเจ้า แล้วบวชคืออะไร แล้วบวชทำไม ใช่ไหม แต่ใครที่ได้เข้าใจคำแล้ว ก็ยังเป็นคฤหัสถ์ ถ้าเขาเข้าใจตัวเขาเองจริงๆ ว่าไม่สามารถที่จะขัดเกลากิเลสอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตามรอยพระบาทในเพศบรรพชิตได้ แต่สามารถเข้าใจขึ้น ในเพศคฤหัสถ์ ก็เป็นคนที่ตรง

ด้วยเหตุนี้ พุทธบริษัทจึงมีทั้ง ภิกษุ ในสมัยโน้นมีภิกษุณี แต่เนื่องจากไม่เป็นเพศที่จะดำรงพระศาสนาได้อย่างพระภิกษุ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทรงวางกฎเกณฑ์ไว้ สำหรับการที่จะบวชภิกษุณีไว้มาก เพื่อให้หมดไป แต่ถ้ามีใครอยากเป็นภิกษุณี ตรงไหม อยากหมดเลย อยากเป็นอย่างนั้น อยากเป็นอย่างนี้ อยากเป็นชี อยากเป็นภิกษุณี อยากเป็นอะไร แล้วธรรมคืออะไร ละความอยาก หรือเพิ่มความยาก

ชีวิตจริงๆ ไม่ต้องถามใครเลย ฟังธรรม ธรรมนั่นเองที่ให้เรารู้ความจริงว่าเราเข้าใจธรรมแค่ไหน เรามีกิเลสมากน้อยแค่ไหน ฟังแล้วว่าไม่มีเรา แล้วอะไรล่ะ ต้องทีละหนึ่ง กำลังเห็นก็ยังไม่รู้เลย ดับแล้ว ปัญญายังไม่ถึงระดับขั้นที่สามารถที่จะจากปริยัติไปสู่ปฏิบัติได้

ต้องเป็นผู้ที่ตรง มีสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งเต็มไปด้วยกิเลส อีกฝั่งหนึ่ง คือหมดกิเลส และฝั่งที่เต็มไปด้วยกิเลส จะไปฝั่งโน้นได้อย่างไร อยู่เฉยๆ เพราะไปยาก ก็อยู่ฝั่งนี้ไปตลอดใช่หรือไม่ ไม่มีทางที่จะถึงอีกฝั่งหนึ่ง และรู้หรือไม่ว่ากิเลสดีหรือไม่ เห็นดีเห็นงามตามกันไป โลภะดี ต้องมีโลภะ ไม่งั้นเดี๋ยวโลกไม่เจริญ แล้วอย่างไร โลภะเจริญ จึงได้มีความประพฤติทางกาย ทางวาจาที่จะให้ได้สิ่งที่พอใจ ไม่มีหยุด ดีหรือไม่ ทุจริตก็ได้ อะไรก็ได้ทุกอย่าง นั่นหรือดี เพราะฉะนั้น คำที่ไม่จริงสามารถที่จะคัดค้านได้ เพราะไม่ถูกต้อง แต่คำจริง ใครจะคัดค้าน

ไม่ใช่มีเรา แต่มีความเห็นถูกต้อง อาศัยใครเป็นที่พึ่ง ที่จะทำให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ก็คือพระรัตนตรัย ถ้าไม่มีพระสัมมาส้มพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ จะไม่มีคำที่เกิดจากการตรัสรู้ ซึ่งเป็นพระธรรม ถ้าไม่มีการเข้าใจธรรมจะถึงการดับกิเลสเป็นพระอริยะสงฆ์ไม่ได้

พระรัตนตรัยไม่ใช่ภิกษุตามท้องถนนที่เราเห็น แต่ต้องเป็นผู้ใดก็ตามอยู่ที่ไหนก็ตาม แต่สามารถที่จะเข้าใจธรรมจนกระทั่งดับกิเลสเป็นพระอริยะ จึงเป็นหมู่ที่เป็นรัตนะ จึงเป็นสังฆรัตนะ ได้แก่ ผู้ที่รู้แจ้งอริยสัจธรรม จะบวชนานสักเท่าไร จะอย่างไรก็ตามแต่ ตราบใดที่ไม่ใช่ผู้ที่ได้ตรัสรู้ความจริงจนดับกิเลสได้ ก็ไม่ใช่อริยสงฆ์ แต่ไม่ว่าจะเพศใดก็ตาม คฤหัสถ์ บรรพชิตที่รู้แจ้งธรรม การรู้แจ้งธรรมต่างหากที่ประเสริฐที่สุด ถึงความเป็นหมู่คณะของผู้ที่ดับกิเลสเป็นอริยสงฆ์ เพราะฉะนั้น พระสงฆ์ที่เป็นสังฆรัตนะคือหมู่ของผู้ที่รู้แจ้งอริยสัจธรรม ไม่ว่าคฤหัสถ์หรือบรรพชิต

ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1448


เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ