ยังมีกิเลสอยู่ จึงเป็นกรรม
nattawan
วันที่ 20 ส.ค. 2569
หมายเลข 52969
อ่าน 176

อวิชชาเป็นปัจจัยแก่ปุญญาภิสังขาร/กุศลกรรม ได้ ๒ ปัจจัย คือ
อารัมมณปัจจัยและปกตูปนิสสยปัจจัย
ต้องเข้าใจว่า ทั้งกุศลธรรมและอกุศลธรรมก็เป็นเหตุ หมายความว่า
โดยสภาพไม่ใช่วิบากไม่ใช่ผล เพราะฉะนั้น
ตราบใดที่ธรรมะนั้นยังเป็นเหตุให้เกิดผล ก็หมายความว่า
เพราะยังมีอวิชชา ทำให้กุศลนั้นๆ สามารถให้ผลได้ แต่เพราะเหตุว่า
เวลาที่กรรมจะให้ผล ต้องมีกิเลสด้วย ถ้าการกระทำนั้นไม่มีกิเลส
ไม่ให้ผลเลย อย่างการกระทำของพระอรหันต์ทั้งหลาย
ไม่ว่าท่านจะแสดงความอนุเคราะห์คนอื่น
ด้วยการแสดงธรรมหรือด้วยการช่วยเหลือก็ตาม ไม่มีกิเลสใดๆ เลย
เพราะฉะนั้น กรรมนั้นๆ เมื่อไม่มีกิเลสร่วมด้วย
ก็ไม่เป็นปัจจัยที่จะทำให้เกิดผล
ยังมีกิเลสอยู่
จึงเป็นกรรม
บ้านธัมมะ ๒๐ เม.ย. ๕๔

