แสนโง่

"สิ่งใดที่มี นั่นแหละเป็นอนัตตา" เพราะไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เป็นธรรมะ เป็นอนัตตา (สิ่งที่มี คือ โลกียะ ๓ ได้แก่ จิต เจตสิก รูป และโลกุตตระ ๑ คือ นิพพาน)
"แสนโง่" แม้สภาพธรรมะปรากฏก็ไม่รู้ (อวิชชา) และไม่อยากจะรู้ด้วย (ประมาท) เพราะไม่มีศรัทธา ก็อยู่ในความมืด จนกว่าจะค่อยๆ เข้าใจธรรมะขึ้น
ธรรมะแต่ละอย่างปรากฏเพียงชั่วคราว สั้นแสนสั้น แล้วความไม่รู้ก็ทำให้ไม่เห็นจริงว่าสิ่งนั้นเกิดแล้วดับ แต่การเกิดดับสืบต่อจนกระทั่งปรากฏเป็นนิมิต รูปร่างสัณฐานให้จำไว้ว่าเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด ซึ่งความจริง สิ่งนั้นเกิดแล้วดับ แต่ว่าเกิดดับสืบต่อซ้ำในลักษณะที่ปรากฏเหมือนเป็นสิ่งที่เที่ยง ไม่ดับเลย นี่คือความไม่รู้ นี่คือความมืดสนิท จนกว่าจะมีการฟังพระธรรม เริ่มเข้าใจจากการฟัง จนกว่าจะประจักษ์ความจริงของธรรมะ ซึ่งเป็นสภาพธรรมที่เกิดดับ
ฉลาดไหมที่ยึดถือสภาพที่ไม่ใช่ของเรา ว่าของเรา สภาพที่ไม่ใช่เรา ว่าเป็นเรา???
บ้านธัมมะ ๑๗ มิ.ย. ๕๒

