ทำไมธรรมไม่ปรากฏตามความเป็นจริง

  
Kuat639
วันที่  5 ส.ค. 2569
หมายเลข  52862
อ่าน  28

คำถามโง่ๆ 4 คำถาม

1.ทำไมธรรมไม่ปรากฎตามความเป็นจริง

2.ทำไมธรรมเกิดดับรวดเร็วรู้ได้ยากเกินวิสัยของมนุษย์หรือไม่หรือเคยมีคนไหนบ้างเคยรู้ได้

3.เมื่อไหร่ธรรมจะปรากฎตามความเป็นจริง

4.สำนวนที่ว่า สิบปากว่าไม่เท่าหนึ่งตาเห็น แสดงนัยอะไรเกี่ยวกับธรรม

ขออภัยที่ถามตรงๆ แบบโง่ๆ


  ความคิดเห็นที่ 1  
  
khampan.a
วันที่ 5 ส.ค. 2569

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

1.ทำไมธรรมะไม่ปรากฎตามความเป็นจริง

เพราะสะสมความไม่รู้มาอย่างยาวนานในสังสารวัฏฏ์ คุ้นเคยกับความเป็นเรา เป็นตัวตนมานานแสนนาน และปัญญายังไม่มีที่จะรู้ลักษณะของธรรมที่กำลังมีกำลังปรากฏตามความเป็นจริง แม้จะมีธรรมปรากฏ แต่ก็ไม่ได้ปรากฏตามความเป็นจริง เพราะปรากฏกับอวิชชาและอกุศลทั้งหลาย ซึ่งจะเห็นได้ว่าอวิชชาและอกุศลทั้งหลายไม่สามารถรู้ความจริงของธรรมได้เลย

2.ทำไมธรรมะเกิดดับรวดเร็วรู้ได้ยากเกินวิสัยของมนุษย์หรือไม่หรือเคยมีคนไหนบ้างเคยรู้ได้

ธรรมเกิดดับรวดเร็ว เป็นไปตามความเป็นจริงของธรรม ใครๆ ก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ธรรมที่เกิดมีอายุที่สั้นแสนสั้น แต่สำหรับผู้ที่เห็นประโยชน์ของการได้เข้าใจความจริง ฟังพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ค่อยๆ สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปตามลำดับ ก็สามารถรู้ได้ ธรรมแม้จะรู้ได้ยาก แต่ก็สามารถรู้ได้ ไม่เหลือวิสัย ไม่ใช่รู้ไม่ได้ และจะเห็นได้ว่าบุคคลผู้ที่ได้รู้แจ้งธรรมมีแล้ว อย่างเช่นพระอริยสงฆ์สาวกทั้งหลายในสมัยครั้งพุทธกาล ครับ

3.เมื่อไหร่ธรรมะจะปรากฎตามความเป็นจริง

ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา การฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปตามลำดับ เป็นรากฐานที่สำคัญยิ่ง ฟังพระธรรมบ่อยๆ เนืองๆ ปัญญาเจริญขึ้น เมื่อเหตุปัจจัยพร้อม ก็สามารถรู้ธรรมที่กำลังมีกำลังปรากฏตามความเป็นจริงได้ ธรรมปรากฏตามความเป็นจริงกับปัญญาในระดับที่เป็นสติปัฏฐานเป็นต้นไป ครับ

4.สำนวนที่ว่า สิบปากว่าไม่เท่าหนึ่งตาเห็น แสดงนัยอะไรเกี่ยวกับธรรมะ

จากสำนวนไทยที่ว่า "สิบปากว่าไม่เท่าหนึ่งตาเห็น" นั้น มีความหมายว่า การบอกเล่าบอกต่อผ่านคนมามากๆ ก็ไม่เท่ากับเราได้เห็นด้วยตาตนเอง อย่าเพิ่งไปเชื่อสิ่งที่คนบอกต่อๆ กันมา จะจริงหรือไม่ต้องไปสัมผัสไปเห็นด้วยตัวเอง นี้คือ ความหมาย ซึ่งข้อความดังกล่าว ไม่ใช่พระพุทธพจน์ ไม่ใช่คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังนั้น การที่จะเข้าใจถูกเห็นถูกในสิ่งที่มีจริงตรงตามความเป็นจริงได้นั้น ต้องอาศัยคำจริงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ที่ทรงแสดงสิ่งที่มีจริง ทุกอย่าง โดยละเอียดที่ถึงที่สุด คือ เป็นธรรมที่ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่สิ่งหนึ่งสิ่งใด พร้อมที่จะให้ประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้ที่เห็นคุณค่า ด้วยการตั้งใจฟัง ตั้งใจศึกษา ผู้นั้นก็จะเกิดปัญญาเป็นของตนเอง เข้าใจสิ่งที่มีจริงอย่างถูกต้องตรงตามความเป็นจริง ครับ

... ยินดีในกุศลของคุณ Kuat639 และทุกๆ ท่านด้วยครับ ...

  
  ความคิดเห็นที่ 2  
  
chatchai.k
วันที่ 5 ส.ค. 2569

ยินดีในกุศลจิตครับ

  
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ