คำถามโง่ๆ 4 คำถาม
1.ทำไมธรรมไม่ปรากฎตามความเป็นจริง
2.ทำไมธรรมเกิดดับรวดเร็วรู้ได้ยากเกินวิสัยของมนุษย์หรือไม่หรือเคยมีคนไหนบ้างเคยรู้ได้
3.เมื่อไหร่ธรรมจะปรากฎตามความเป็นจริง
4.สำนวนที่ว่า สิบปากว่าไม่เท่าหนึ่งตาเห็น แสดงนัยอะไรเกี่ยวกับธรรม
ขออภัยที่ถามตรงๆ แบบโง่ๆ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
1.ทำไมธรรมะไม่ปรากฎตามความเป็นจริง
เพราะสะสมความไม่รู้มาอย่างยาวนานในสังสารวัฏฏ์
คุ้นเคยกับความเป็นเรา เป็นตัวตนมานานแสนนาน
และปัญญายังไม่มีที่จะรู้ลักษณะของธรรมที่กำลังมีกำลังปรากฏตามความเป็นจริง
แม้จะมีธรรมปรากฏ แต่ก็ไม่ได้ปรากฏตามความเป็นจริง
เพราะปรากฏกับอวิชชาและอกุศลทั้งหลาย
ซึ่งจะเห็นได้ว่าอวิชชาและอกุศลทั้งหลายไม่สามารถรู้ความจริงของธรรมได้เลย
2.ทำไมธรรมะเกิดดับรวดเร็วรู้ได้ยากเกินวิสัยของมนุษย์หรือไม่หรือเคยมีคนไหนบ้างเคยรู้ได้
ธรรมเกิดดับรวดเร็ว เป็นไปตามความเป็นจริงของธรรม ใครๆ ก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ธรรมที่เกิดมีอายุที่สั้นแสนสั้น
แต่สำหรับผู้ที่เห็นประโยชน์ของการได้เข้าใจความจริง
ฟังพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ค่อยๆ สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปตามลำดับ ก็สามารถรู้ได้
ธรรมแม้จะรู้ได้ยาก แต่ก็สามารถรู้ได้ ไม่เหลือวิสัย
ไม่ใช่รู้ไม่ได้ และจะเห็นได้ว่าบุคคลผู้ที่ได้รู้แจ้งธรรมมีแล้ว
อย่างเช่นพระอริยสงฆ์สาวกทั้งหลายในสมัยครั้งพุทธกาล ครับ
3.เมื่อไหร่ธรรมะจะปรากฎตามความเป็นจริง
ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา
การฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง
สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปตามลำดับ เป็นรากฐานที่สำคัญยิ่ง
ฟังพระธรรมบ่อยๆ เนืองๆ ปัญญาเจริญขึ้น เมื่อเหตุปัจจัยพร้อม
ก็สามารถรู้ธรรมที่กำลังมีกำลังปรากฏตามความเป็นจริงได้
ธรรมปรากฏตามความเป็นจริงกับปัญญาในระดับที่เป็นสติปัฏฐานเป็นต้นไป
ครับ
4.สำนวนที่ว่า สิบปากว่าไม่เท่าหนึ่งตาเห็น
แสดงนัยอะไรเกี่ยวกับธรรมะ
จากสำนวนไทยที่ว่า "สิบปากว่าไม่เท่าหนึ่งตาเห็น" นั้น
มีความหมายว่า การบอกเล่าบอกต่อผ่านคนมามากๆ ก็ไม่เท่ากับเราได้เห็นด้วยตาตนเอง
อย่าเพิ่งไปเชื่อสิ่งที่คนบอกต่อๆ กันมา
จะจริงหรือไม่ต้องไปสัมผัสไปเห็นด้วยตัวเอง นี้คือ ความหมาย
ซึ่งข้อความดังกล่าว ไม่ใช่พระพุทธพจน์
ไม่ใช่คำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังนั้น
การที่จะเข้าใจถูกเห็นถูกในสิ่งที่มีจริงตรงตามความเป็นจริงได้นั้น
ต้องอาศัยคำจริงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง
ที่ทรงแสดงสิ่งที่มีจริง ทุกอย่าง โดยละเอียดที่ถึงที่สุด คือ
เป็นธรรมที่ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่ตัวตน
ไม่ใช่สิ่งหนึ่งสิ่งใด
พร้อมที่จะให้ประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้ที่เห็นคุณค่า
ด้วยการตั้งใจฟัง ตั้งใจศึกษา ผู้นั้นก็จะเกิดปัญญาเป็นของตนเอง
เข้าใจสิ่งที่มีจริงอย่างถูกต้องตรงตามความเป็นจริง ครับ
... ยินดีในกุศลของคุณ Kuat639 และทุกๆ ท่านด้วยครับ ...
ยินดีในกุศลจิตครับ