ฟังเพื่อละ ไม่ใช่ฟังเพื่อที่จะได้
ท่านอาจารย์ ไม่ใช่ว่าฟังนิดหนึ่งพอแล้ว ถ้าพอแล้วก็อยู่เป็นตอในสังสารวัฏฏ์ ไม่มีทางที่จะออกไปได้เลย เพราะว่ามีเหตุปัจจัยที่จะทำให้เกิดดับๆ แต่ละภพแต่ละชาติไม่มีทางสิ้นสุดเลย เวลาที่ได้ฟังธรรมแล้ว ขณะนี้ความมั่นคงในความเข้าใจถูกมีมากขึ้นหรือไม่ ว่าเป็นสิ่งที่สามารถเข้าใจได้วันหนึ่งแน่นอน ถ้าไม่สามารถเข้าใจอย่างนี้ได้พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ทรงแสดงพระธรรม
ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้ฟัง แต่เมื่อฟังแล้วมีศรัทธาเพิ่มขึ้นหรือไม่ ยังไม่ถึงความเป็นศรัทธินทรีย์ เพราะเหตุว่ายังไม่เกิดร่วมด้วยกับศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญาที่กำลังเริ่มเข้าใจลักษณะของสภาพธรรมที่ปรากฏ
จากธรรมเล็กๆ น้อยๆ ในวันหนึ่งๆ ที่เริ่มมี ค่อยๆ มั่นคงขึ้น อย่างหนึ่งอสงไขยแสนกัปป์ หรือหนึ่งแสนกัปป์ ก็เป็นคำพูดที่เริ่มที่จะเข้าใจว่าจะเป็นความจริงอย่างนั้นหรือไม่ ทำไมถึงนานอย่างนั้น ก็ให้รู้ว่าสิ่งที่กำลังปรากฏทางตาในขณะนี้สามารถที่จะปรากฏความจริงอย่างนั้นได้แน่นอน เมื่อไหร่ ศรัทธาเพิ่มขึ้นจากการฟัง
ไม่มีใครไปบังคับใครได้เลย แล้วแต่การสะสมแล้วแต่ปัญญา และมนสิการที่ใส่ใจในสิ่งที่ได้ยินได้ฟังโดยแยบคาย โดยถูกต้อง โดยเห็นประโยชน์ และเห็นคุณค่าจริงๆ
การที่สภาพธรรมปรากฏตามความเป็นจริงได้ ไม่ใช่เพียงศรัทธาเล็กๆ น้อยๆ จากการฟัง แต่เพิ่มขึ้นจนกระทั่งสามารถรู้ความต่างกันของขณะที่ฟังเรื่องธรรมกับขณะที่กำลังเริ่มเห็นถูกเข้าใจถูกในลักษณะของสภาพธรรมที่ปรากฏ เพราะฉะนั้น จากศรัทธากว่าจะเป็นศรัทธินทรีย์ วิริยะมากแค่ไหน ปัญญานั้นอยู่สุดท้ายเกิดไม่ได้ง่ายๆ เร็วๆ มากๆ อย่างที่หวังว่าแล้วเมื่อไหร่จะรู้ ก็ไม่รู้อย่างนี้ แล้วก็ความละเอียดที่จะต้องรู้ถึงอย่างนั้น
แล้วยังมีคำถามว่าแล้วเมื่อไหร่จะรู้ ก็แสดงว่าไม่มีศรัทธาในความอดทนที่จะรู้ความจริงว่า เป็นไปไม่ได้เลย ถ้าไม่มีความเพียร ไม่มีวิริยะต่อการที่จะเข้าใจธรรม เพราะอยู่ดีๆ จะให้เกิดปัญญา เป็นไปได้อย่างไร แต่อาศัยการฟัง ทุกท่านที่รู้แจ้งอริยสัจธรรมเป็นพหุสูตร พหุสุตภาษาไทยจะใช้คำว่า “พหูสูตร” เป็นผู้ที่ได้ฟังมาก ฟังมากก็คือเข้าใจมาก ไม่ใช่ฟังเฉยๆ
แต่ละครั้งที่ฟัง และมีความเข้าใจเพิ่มขึ้น ศรัทธาก็เพิ่มขึ้นตามกำลังของปัญญา และวิริยะก็เพิ่มขึ้นทีละเล็กทีละน้อยด้วย โดยไม่ใช่เราทำ แต่รู้ตามความเป็นจริงว่าขณะใดที่เป็นไปในกุศลธรรมที่ประกอบด้วยปัญญา ก็ต้องมาจากการเห็นค่าของปัญญาประเสริฐสุด เพราะเหตุว่าทานใดๆ ก็ไม่เสมอกับธรรมทาน
ให้อะไร ได้อะไรมา ก็หมดไป แต่ความเข้าใจเพิ่มขึ้นจากการได้แต่ละครั้งไม่ใช่หมดไปจากการได้แต่ละครั้งเหมือนอย่างทรัพย์สินเงินทอง หรือว่าวัตถุอย่างอื่น ธรรมทานเป็นเยี่ยมกว่าทานอื่นๆ รสอะไรเป็นยอด รสพระธรรมกำลังเป็นยอดจริงๆ
ตอบกับเข้าใจเหมือนกันไหม กว่าศรัทธาจะเพิ่มขึ้นจนกระทั่งสามารถที่จะค่อยๆ รู้ลักษณะของสิ่งที่ปรากฏ เพราะเข้าใจจากการฟัง แล้วก็ไตร่ตรอง ในบรรดาสิ่งทั้งปวงอะไรประเสริฐสุด เอาอะไรชาตินี้ อยากได้อะไรนักหนา คุ้มไหมกับความอยากได้ ได้มาแล้วก็หมดไป ไม่เหลือเลย ไม่เหลือเลยจริงๆ นอกจากความหลงติดข้องซึ่งเป็นสิ่งที่จะต้องละ แต่เมื่อยิ่งติดเพิ่มขึ้นแล้วจะละได้อย่างไร เพราะฉะนั้น อะไรประเสริฐสุด
ผู้ฟัง ปัญญา
ท่านอาจารย์ ทุกคนก็ตอบพร้อมกันได้ใช่ไหม ปัญญาประเสริฐสุด แต่ว่าถ้าไม่มีการฟังก็ไม่มีทางที่ปัญญาจะเกิดได้เลย และต้องเป็นการฟังอย่างละเอียดด้วยความเข้าใจจริงๆ เป็นผู้ตรงมั่นคงในสัจจะ คือฟังเพื่อละ ไม่ใช่ฟังเพื่อที่จะได้ ละความไม่รู้ซึ่งมีอยู่ทุกขณะที่มีการเห็น การได้ยิน การคิดนึก

